⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2042/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2042/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* สหภาพแรงงานที่จะยื่นข้อเรียกร้องได้ ต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของลูกจ้างทั้งหมด และลูกจ้างที่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานย่อมมีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องนั้น * การเลิกจ้างลูกจ้างซึ่งได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ โดยอ้างเหตุผลด้านประโยชน์ที่แตกต่างกันระหว่างการจ้างลูกจ้างกับบุคคลภายนอก ถือเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม

ย่อคำพิพากษา

สหภาพแรงงานที่จะยื่นข้อเรียกร้องต่อนายจ้างได้ต้องมีสมาชิกซึ่งเป็นลูกจ้างอยู่ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนลูกจ้างทั้งหมดของนายจ้าง ขณะที่สหภาพแรงงานยื่นข้อเรียกร้องมีลูกจ้างรวมทั้งผู้กล่าวหาเป็นสมาชิกอยู่ด้วยเกินกว่า 1 ใน 5 จึงนับว่าผู้กล่าวหามีส่วนทำให้สหภาพแรงงานยื่นข้อเรียกร้องต่อนายจ้างได้ และผลได้ผลเสียประโยชน์จากการเจรจาตามข้อเรียกร้องย่อมตกถึงแก่ผู้กล่าวหาด้วย จึงถือได้ว่าผู้กล่าวหาเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องแล้ว หาจำต้องเป็นผู้ร่วมยื่นข้อเรียกร้องร่วมเจรจา หรือร่วมกระทำการอื่น ๆ ด้วยไม่ การที่นายจ้างเลิกจ้างผู้กล่าวหาซึ่งทำหน้าที่เป็นยามแล้วจ้างบริษัทรักษาความปลอดภัยทำการแทนเพราะสามารถรับผิดชดใช้ค่าเสียหายได้ในกรณีที่ทรัพย์สินของนายจ้างสูญหายนั้น เป็นเพียงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์แตกต่างกันระหว่างการจ้างผู้กล่าวหากับบริษัทรักษาความปลอดภัยเท่านั้น มิใช่เหตุจำเป็นต้องเลิกจ้างผู้กล่าวหาซึ่งได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 123 เมื่อนายจ้างเลิกจ้างจึงเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.15 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.123

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เลิกจ้างพนักงานยาม แล้วจ้างบริษัทรักษาความปลอดภัยทำหน้าที่แทน เนื่องจากสามารถรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ได้ จึงเป็นการเลิกจ้างที่เป็นการกระทำอันเป็นธรรม ต่อมาผู้ถูกเลิกจ้างได้ไปกล่าวหาต่อจำเลยซึ่งเป็นคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ว่าโจทก์เลิกจ้างผู้กล่าวหา โดยไม่เป็นธรรม จำเลยวินิจฉัยว่า การเลิกจ้างของโจทก์เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมให้โจทก์จ่ายค่าเสียหายแก่ผู้กล่าวหามีจำนวนสูงเกินเหตุ ขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว จำเลยให้การว่า ยามที่ถูกเลิกจ้างเป็นผู้เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องและข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างเนื่องจากการเรียกร้องนั้นยังมีผลใช้บังคับอยู่ การเลิกจ้างดังกล่าวจึงเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม ส่วนค่าเสียหายนั้นจำเลยได้พิจารณาด้วยความเป็นธรรมแล้วขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า กรณีที่สหภาพแรงงานจะเป็นผู้ยื่นข้อเรียกร้องต่อโจทก์ได้นั้น จะต้องมีสมาชิกสหภาพแรงงานซึ่งเป็นลูกจ้างอยู่ไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ของจำนวนลูกจ้างทั้งหมดของโจทก์ ข้อเท็จจริงที่โจทก์จำเลยรับกันปรากฏว่าขณะที่สหภาพแรงงานชลประทานผลิตภัณฑ์คอนกรีตยื่นข้อเรียกร้องโจทก์มีลูกจ้างทั้งหมดประมาณ ๑๖๒ คน ในจำนวนนี้เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานดังกล่าวประมาณ ๙๖ คนรวมทั้งผู้กล่าวหาด้วย จึงถือได้ว่าผู้กล่าวหาเป็นผู้ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องที่สหภาพแรงงานฯ เรียกร้องหาจำต้องเป็นผู้ร่วมยื่นข้อเรียกร้อง ร่วมเจรจา หรือร่วมกระทำการอื่น ๆ ต่อโจทก์โดยตรงดังอุทธรณ์โจทก์ไม่ และเหตุที่โจทก์ต้องการปรับปรุงกิจการของโจทก์ให้มั่นคงขึ้น โดยการเลิกจ้างผู้กล่าวหาแล้วจ้างบริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนเพื่อทำหน้าที่ยามแทน เพราะหากทรัพย์สินของโจทก์สูญหาย ผู้กล่าวหาไม่สามารถรับผิดชดใช้ค่าเสียหายได้ แต่ถ้าหากเป็นบริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนสามารถรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ได้เป็นการลดอัตราการเสี่ยงต่อความเสียหายของโจทก์นั้น เป็นเพียงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์แตกต่างกันระหว่างการจ้างผู้กล่าวหากับบริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนเท่านั้น มิใช่เหตุอันจำต้องเลิกจ้างผู้กล่าวหาซึ่งได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ มาตรา ๑๒๓ การที่โจทก์เลิกจ้างผู้กล่าวหาซึ่งเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้อง ในระหว่างที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับด้วยเหตุดังวินิจฉัยแล้ว จึงเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ มาตรา ๑๒๓ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2042/2525 บริษัทชลประทานผลิตภัณฑ์คอนกรีต จำกัด โจทก์ นายอร่าม สุทธะพินทุ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทชลประทานผลิตภัณฑ์คอนกรีต จำกัด · จำเลย - นายอร่าม สุทธะพินทุ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพศาล สว่างเนตร · ขจร หะวานนท์ · ดุสิต วราโห
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายกอบเกียรติ รัตนพานิช · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 768/2533ฎีกา 2845-2847/2546ฎีกา 3943/2557ฎีกา 7420/2537ฎีกา 1392/2544ฎีกา 1332/2543ฎีกา 608/2550ฎีกา 1731/2534ฎีกา 1683/2535ฎีกา 8311/2559ฎีกา 3101-3102/2523ฎีกา 3383/2536ฎีกา 144/2544ฎีกา 2675/2524ฎีกา 137/2524ฎีกา 4532/2541ฎีกา 3491/2525ฎีกา 377/2542ฎีกา 482/2527ฎีกา 8706/2543ฎีกา 3117-4287/2544ฎีกา 681/2532ฎีกา 2490/2526ฎีกา 2085/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา