⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2490/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2490/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเลิกจ้างลูกจ้างที่อยู่ระหว่างการเจรจาข้อเรียกร้องตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ จะกระทำได้ต่อเมื่อการกระทำของลูกจ้างเข้าข่ายเป็นความผิดตามที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานที่ยื่นข้อเรียกร้องต่อจำเลย ขณะที่ข้อเรียกร้องยังอยู่ในระหว่างการเจรจา ถ้าการปฏิบัติงานของโจทก์ไม่ใช่การกระทำตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ มาตรา 31(1) ถึง (4) แล้ว จำเลยยังไม่มีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ระหว่างนั้น แม้ตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างจำเลยจะมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้ก็ตาม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.13 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.15 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.19 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.31

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ โจทก์เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานทอผ้ากรุงเทพของลูกจ้างจำเลย สหภาพแรงงาน ฯ ได้ยื่นข้อเรียกร้องให้มีการกำหนดข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างต่อจำเลย และได้มีการเจรจากันมาจนถึงวันฟ้องยังตกลงกันไม่ได้ แล้วจำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์โดยจำเลยอ้างว่าการปฏิบัติงานของโจทก์ที่ผ่านมาไม่เป็นที่น่าพอใจ การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง เพราะอยู่ในระหว่างที่สหภาพแรงงานฯ ยื่นข้อเรียกร้องและยังอยู่ระหว่างการเจรจา โดยโจทก์เป็นผู้เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องเพราะโจทก์เป็นสมาชิกของสหภาพฯ ความผิดที่จำเลยนำมาอ้างเพื่อเลิกจ้างโจทก์ไม่เข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย ขอให้บังคับจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราเงินเดือนเดิม หรือไม่ต่ำกว่าเดิมและให้จำเลยชำระค่าจ้างระหว่างที่เลิกจ้างโจทก์จนถึงวันที่รับโจทก์เข้าทำงานด้วย จำเลยให้การว่า สหภาพแรงงานทอผ้ากรุงเทพได้ยื่นข้อเรียกร้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง และได้มีการเจรจากันตลอดมาจนถึงวันฟ้อง ยังตกลงกันไม่ได้การยื่นข้อเรียกร้องดังกล่าวเป็นไปตามปกติธรรมดาเพราะข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับเพียง ๑ ปี จึงมีการเจรจาต่ออายุข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างกันทุกปี เนื่องจากจำเลยได้ทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างไว้กับสหภาพแรงงานว่า หากลูกจ้างคนใดของจำเลยมีผลการปฏิบัติงานในรอบปีไม่ดี ไม่เป็นที่น่าพอใจของจำเลย จนกระทั่งได้รับการประเมินผลอยู่ในเกณฑ์ ๐.๗ ติดต่อกัน ๓ ปี จำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้โดยจ่ายค่าชดเชยให้ตามกฎหมายแรงงาน การเลิกจ้างโจทก์จึงชอบด้วยกฎหมายและข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง จำเลยไม่มีหน้าที่จะต้องรับโจทก์กลับเข้าทำงานและจ่ายค่าจ้างระหว่างที่เลิกจ้างจนถึงวันฟ้องแก่โจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง ผู้พิพากษาสมทบฝ่ายลูกจ้างทำความเห็นแย้งว่า ควรพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีตามฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์เคยเป็นลูกจ้างรายวันของจำเลยและเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานทอผ้ากรุงเทพซึ่งเป็นสหภาพแรงงานของลูกจ้างจำเลย สหภาพแรงงานฯ มีจำนวนสมาชิกไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนลูกจ้างจำเลยทั้งหมดจำเลยออกหนังสือเลิกจ้างโจทก์อ้างเหตุว่าพนักงานของจำเลยประเมินผลงานของโจทก์ในรอบ ๓ ปี อยู่ในเกณฑ์ ๐.๗ จำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ตามข้อตกลงเกี่ยวกับสหภาพการจ้าง ขณะเลิกจ้างโจทก์เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานฯ และข้อเรียกร้องของสหภาพแรงงานฯ ยังอยู่ในระหว่างการเจรจา พิเคราะห์แล้ว มาตรา ๓๑ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ บัญญัติว่า "เมื่อการแจ้งข้อเรียกร้องตามมาตรา ๑๓ แล้ว ถ้าข้อเรียกร้องนั้นยังอยู่ระหว่างการเจรจา การไกล่เกลี่ยหรือการชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานตามมาตรา ๑๓ ถึงมาตรา ๒๙ ห้ามมิให้นายจ้างเลิกจ้างหรือโยกย้ายหน้าที่การงานลูกจ้าง ผู้แทนลูกจ้าง กรรมการอนุกรรมการ หรือสมาชิกสหภาพแรงงาน หรือกรรมการ หรืออนุกรรมการสหพันธ์แรงงาน ซึ่งเกี่ยวกับข้อเรียกร้อง เว้นแต่บุคคลดังกล่าว ฯลฯ"ข้อความในมาตรา ๓๑ วรรคหนึ่งนี้ เป็นบทคุ้มครองลูกจ้างในระหว่างที่มีการยื่นข้อเรียกร้องต่อนายจ้าง และอยู่ระหว่างเจรจามิให้นายจ้างกลั่นแกล้งลูกจ้าง โดยการเลิกจ้างหรือโยกย้ายหน้าที่การงาน ทั้งนี้ก็เพื่อให้ข้อเรียกร้องของฝ่ายลูกจ้างได้รับการพิจารณาด้วยดี นายจ้างจะเลิกจ้างหรือโยกย้ายหน้าที่การงานของลูกจ้างด้วยเหตุใด ๆ ไม่ได้ แม้แต่เหตุเลิกจ้างหรือเหตุโยกย้ายนั้นจะไม่เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องนั้นเลยก็ตาม อย่างไรก็ดี ข้อความในมาตรา ๓๑ อนุมาตรา (๑) ถึง (๔) ก็เป็นบทคุ้มครองฝ่ายนายจ้างอยู่ด้วยโดยบัญญัติเป็นข้อยกเว้นให้นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างที่กระทำการดังที่บัญญัติไว้นั้นได้ ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันมิให้ฝ่ายลูกจ้างกลั่นแกล้งฝ่ายนายจ้างในระหว่างยื่นข้อเรียกร้องและข้อเรียกร้องยังอยู่ในระหว่างการเจรจา การที่พนักงานของจำเลยประเมินผลการปฏิบัติงานของโจทก์ในระยะ ๓ ปีติดต่อกันว่าอยู่ในเกณฑ์ ๐.๗ ซึ่งแม้ตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลย จำเลยจะมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้ก็ดีแต่จำเลยก็มิได้เลิกจ้างโจทก์ก่อนเวลาที่มีการยื่นข้อเรียกร้อง หรือภายหลังจากที่ข้อเรียกร้องมีการเจรจา ไกล่เกลี่ย หรือชี้ขาดเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งการปฏิบัติงานบกพร่องของโจทก์ก็ไม่ใช่การกระทำตามมาตรา ๓๑ อนุมาตรา (๑) ถึง (๔) จำเลยจึงยังไม่มีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ในระหว่างการเจรจาเกี่ยวกับข้อเรียกร้องยังไม่เสร็จสิ้น พิพากษากลับ ให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราเงินเดือนเดิม หรือไม่ต่ำกว่าเดิม และให้จำเลยชำระค่าจ้างระหว่างที่เลิกจ้างโจทก์ถึงวันที่รับโจทก์เข้าทำงานด้วย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2490/2526 นางสาวบุญเนื่อง สร้อยสุวรรณ โจทก์ บริษัทโรงงานทอผ้ากรุงเทพ จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวบุญเนื่อง สร้อยสุวรรณ · จำเลย - บริษัทโรงงานทอผ้ากรุงเทพ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรัช รัตนอุดม · ขจร หะวานนท์ · จุนท์ จันทรวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายกอบเกียรติ รัตนพานิช · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 768/2533ฎีกา 2004/2527ฎีกา 7337/2549ฎีกา 8114-8868/2546ฎีกา 3539/2536ฎีกา 5200/2543ฎีกา 7420/2537ฎีกา 4573-5228/2544ฎีกา 2476/2544ฎีกา 2681-2683/2545ฎีกา 2725/2530ฎีกา 3822/2528ฎีกา 3115/2529ฎีกา 1316/2536ฎีกา 1128/2544ฎีกา 404/2530ฎีกา 6977/2544ฎีกา 2042/2525ฎีกา 4532/2541ฎีกา 3619/2529ฎีกา 3415/2525ฎีกา 3815/2529ฎีกา 12710/2555ฎีกา 3514/2525
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา