คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3619/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกจ้างยินยอมโดยปริยายให้หยุดงานตามคำสั่งของนายจ้าง โดยไม่ได้โต้แย้งคัดค้าน ถือว่าลูกจ้างไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าจ้างในวันหยุดงานนั้น
ย่อคำพิพากษา
จำเลยสั่งให้ลูกจ้างทั้งหมดหมุนเวียนกันหยุดงานเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็นสัปดาห์ละ 2 - 3 วัน ในช่วงที่ธุรกิจการทอผ้าของจำเลยประสบภาวะขาดแคลนงานให้ลูกจ้างทำ เพราะขาดวัสดุและงานที่ผลิตได้จำหน่ายไม่ออก ทำให้ประสบปัญหาขาดทุนและโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างรายวันของจำเลยก็ได้ผลัดเปลี่ยนกันหยุดงานตามคำสั่งของจำเลยดังกล่าวมาแล้วเป็นระยะเวลาหลายสัปดาห์ จนกระทั่งมีวันหยุดทำงานในช่วงระยะเวลาดังกล่าวประมาณคนละ 10 วัน โดยไม่ได้โต้แย้งคัดค้านคำสั่งของจำเลยจึงถือว่าโจทก์ได้ยินยอมโดยปริยายแล้ว ดังนั้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าจ้างในวันที่หยุดงานดังกล่าวได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.2 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.13 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.20
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ทั้งสี่สิบฟ้องว่าจำเลยได้ว่าจ้างโจทก์ทำงานเป็นลูกจ้างประจำประเภทรายวัน โดยทำงานสัปดาห์ละ ๖ วัน หยุดประจำในวันอาทิตย์ ในระหว่างเดือนธันวาคม ๒๕๒๘ ถึงเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๒๙ จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์หยุดงานโดยอ้างว่าไม่มีงานให้ทำ และไม่จ่ายค่าจ้างสำหรับวันที่จำเลยสั่งให้หยุดงานดังกล่าว ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าจ้างให้โจทก์ พร้อมดอกเบี้ย
จำเลยให้การว่า จำเลยสั่งให้โจทก์ทั้งหมดหยุดงานจริง เพราะจำเลยประสบภาวะขาดแคลนงานที่จะให้ลูกจ้างทำ ไม่มีวัตถุดิบป้อนโรงงานและงานที่ผลิตได้จำหน่ายไม่ออก ทำให้ต้องขาดทุนเป็นอย่างมาก จึงจำเป็นต้องให้ลูกจ้างทุกคนในโรงงานประมาณ ๔๐๐ คนหยุดงานในแต่ละสัปดาห์เพิ่มขึ้น โดยเฉลี่ยให้ทุกคนได้มีงานทำและได้รับค่าแรงเท่าเทียมกัน เพื่อจะได้ไม่ต้องเลิกจ้างลูกจ้างบางส่วนในช่วงระยะเวลาที่ประสบปัญหาและบัดนี้ได้กลับคืนสู่ภาวะปกติแล้ว ซึ่งโจทก์ทั้งหมดยังคงทำงานอยู่กับจำเลย ขอให้พิพากษายกฟ้อง
ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งหมดเป็นลูกจ้างรายวันมีสิทธิได้รับค่าจ้างตามวันที่ทำงาน เมื่อจำเลยสั่งให้หยุดงาน และโจทก์ทั้งหมดต่างปฏิบัติตามโดยมิได้โต้แย้งหรือสงวนสิทธิ จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าจ้างในวันที่โจทก์แต่ละคนมิได้ทำงาน พิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์ทั้งสี่สิบอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงาน วินิจฉัยว่า การที่จำเลยสั่งให้ลูกจ้างทั้งหมดรวมทั้งโจทก์ทั้งหมดหมุนเวียนกันหยุดงานเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็นสัปดาห์ละ ๒-๓ วันในช่วงที่ธุรกิจการทอผ้าของจำเลยประสบภาวะขาดแคลนงานให้ลูกจ้างทำ เพราะขาดวัสดุและงานที่ผลิตได้จำหน่ายไม่ออก ทำให้ประสบปัญหาขาดทุนนั้น นับว่ามีเหตุผลและความจำเป็น เพราะมิฉะนั้นจำเลยจะต้องเลิกจ้างลูกจ้างเป็นบางส่วนเพื่อให้เหลือลูกจ้างพอดีกับปริมาณงาน อันจะก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้าง การที่โจทก์ทั้งหมดต้องผลัดเปลี่ยนกันหยุดงานตามคำสั่งของจำเลยดังกล่าวเป็นระยะเวลาหลายสัปดาห์จนกระทั่งโจทก์แต่ละคนมีวันหยุดในช่วงดังกล่าวประมาณคนละ ๑๐ วัน นั้น ได้ความว่าโจทก์ทุกคนไม่ได้โต้แย้งคัดค้านคำสั่งดังกล่าวของจำเลย จึงถือได้ว่าโจทก์ทุกคนได้ยินยอมโดยปริยายแล้วเมื่อเป็นเช่นนี้โจทก์ทั้งหมดซึ่งเป็นลูกจ้างรายวันมีสิทธิได้รับค่าจ้างเฉพาะวันที่ทำงานเมื่อยินยอมหยุดงานเพิ่มขึ้นอีก ย่อมไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าจ้างในวันที่หยุดงานดังกล่าวได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3619/2529
นางสาวสมบท สังฆมณี กับพวก โจทก์
บริษัท เค.เอส.ไอ.อุตสาหกรรม จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาวสมบท สังฆมณี กับพวก · จำเลย - บริษัท เค.เอส.ไอ.อุตสาหกรรม จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · จำนง นิยมวิภาต |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายวินัย วิมลเศรษฐ · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา