⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2736-2738/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2736-2738/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การตกลงจ่ายเงินบำเหน็จให้แก่พนักงานเมื่อเลิกจ้าง ถือเป็นการปรับปรุงสวัสดิการที่อาจคิดเป็นตัวเงินได้ตามความหมายของมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งรัฐวิสาหกิจต้องปฏิบัติตาม หากฝ่าฝืนมติดังกล่าว การตกลงนั้นจะไม่มีผลบังคับ.

ย่อคำพิพากษา

บันทึกข้อตกลงระหว่างผู้แทนของจำเลยกับผู้แทนสหภาพโรงแรมเอราวัณที่ตกลงจ่ายเงินบำเหน็จให้แก่พนักงาน เมื่อเลิกจ้าง ถือได้ว่าเป็นการปรับปรุงสวัสดิการที่อาจคิดเป็นตัวเงินได้ตามความหมายของมติคณะรัฐมนตรีลงวันที่ 15 กันยายน 2524 ซึ่งห้ามมิให้รัฐวิสาหกิจใดกระทำการดังกล่าวเป็นอันขาดเว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีเป็นพิเศษ จำเลยซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม ทั้งพนักงานของจำเลยก็เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจต้องอยู่ภายใต้บังคับของมติดังกล่าวด้วยเช่นกัน การที่ผู้แทนของจำเลยและผู้แทนของสหภาพแรงงานโรงแรมเอราวัณตกลงกันจ่ายเงินบำเหน็จอันเป็นการปรับปรุงสวัสดิการโดยฝ่าฝืนมติคณะรัฐมนตรี จึงไม่มีผลบังคับ.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.19

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสามเป็นลูกจ้างประจำของจำเลยและเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานโรงแรมเอราวัณ จำเลยได้เลิกจ้างโจทก์ทั้งสามด้วยเหตุโจทก์เกษียณอายุ จำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ทั้งสาม และปรากฏว่าเมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๒๘ สหภาพแรงงานโรงแรมเอราวัณได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อจำเลย ซึ่งผู้แทนของจำเลยและผู้แทนสหภาพแรงงานได้ตกลงกันจ่ายเงินบำเหน็จในกรณีที่ทางบริษัทเลิกจ้างพนักงาน จำเลยจึงต้องจ่ายเงินบำเหน็จให้โจทก์ทั้งสาม ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินดังกล่าวพร้อมทั้งดอกเบี้ยให้โจทก์ทั้งสาม จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นรัฐวิสาหกิจและโจทก์ทั้งสามเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ ทั้งจำเลยและโจทก์จึงต้องตกอยู่ภายใต้บังคับมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๒๔ ที่ว่า 'เมื่อรัฐวิสาหกิจทำการปรับปรุงค่าจ้างดังกล่าวข้างต้นแล้วห้ามมิให้รัฐวิสาหกิจใดทำการปรับปรุงอัตราค่าจ้าง เงินเดือน หรือสวัสดิการอื่นใดที่อาจคิดเป็นตัวเงินได้ของพนักงาน ลูกจ้างรัฐวิสาหกิจเป็นอันขาด เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีเป็นกรณีพิเศษ' เช่นนี้ การทำบันทึกการเจรจาระหว่างผู้แทนบริษัทฯ กับสหภาพฯ ครั้งที่ ๑๑ จึงเป็นการฝ่าฝืนมติของคณะรัฐมนตรีย่อมไม่มีผลบังคับ จำเลยไม่ต้องจ่ายเงินบำเหน็จ และยกเหตุผลในการไม่จ่ายค่าชดเชยอีกหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ทั้งสามพร้อมทั้งดอกเบี้ย คำขอนอกจากนี้ให้ยก โจทก์และจำเลยทั้งสามสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๒๔ คณะรัฐมนตรีได้มีมติห้ามมิให้รัฐวิสาหกิจใดปรับปรุงอัตราค่าจ้าง เงินเดือน หรือสวัสดิการอื่นใดที่อาจคิดเป็นตัวเงินได้ของพนักงานลูกจ้างรัฐวิสาหกิจเป็นอันขาดเว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีเป็นกรณีพิเศษ ต่อมาวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๒๘จำเลยกับสหภาพแรงงานโรงแรมเอราวัณอันเป็นองค์การลูกจ้างของจำเลยทำข้อตกลงกันให้บำเหน็จแก่พนักงานในกรณีที่จำเลยเลิกจ้างพนักงานโดยถืออายุงานและค่าจ้างอัตราสุดท้ายเป็นเกณฑ์คำนวณ เพื่อตอบแทนความดีความชอบที่พนักงานของจำเลยทำงานมาด้วยดีจนกระทั่งเลิกจ้าง ซึ่งการตกลงจ่ายเงินให้แก่พนักงานเพื่อตอบแทนความดีความชอบที่พนักงานของจำเลยทำงานมาด้วยดีจนกระทั่งเลิกจ้างนั้นเป็นข้อตกลงจ่ายเงินให้แก่พนักงานในลักษณะที่เป็นสวัสดิการพิเศษอีกส่วนหนึ่งต่างหากฉะนั้น บันทึกข้อตกลงการจ่ายเงินบำเหน็จให้แก่พนักงานเมื่อเลิกจ้าง จึงเป็นการปรับปรุงสวัสดิการที่อาจคิดเป็นตัวเงินได้ตามความหมายของมติคณะรัฐมนตรีลงวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๒๔ จำเลยซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงการคลังจึงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามมติของคณะรัฐมนตรีและพนักงานของจำเลยก็เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจตลอดจนสหภาพแรงงานโรงแรมเอราวัณอันเป็นองค์การของลูกจ้างจำเลยจึงต้องอยู่ภายใต้บังคับของมติคณะรัฐมนตรีด้วยเช่นเดียวกัน การที่ผู้แทนของจำเลยและผู้แทนของสหภาพแรงงานโรงแรมเอราวัณตกลงกันจ่ายเงินบำเหน็จอันเป็นการปรับปรุงสวัสดิการ โดยฝ่าฝืนมติคณะรัฐมนตรีในเรื่องการเงินของรัฐวิสาหกิจอันเป็นประโยชน์ของแผ่นดินจึงไม่มีผลบังคับตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๓๓๘/๒๕๒๕ระหว่าง สหภาพแรงงานพนักงานการท่าเรือแห่งประเทศไทยโจทก์ การท่าเรือแห่งประเทศไทย กับพวก จำเลย โจทก์ทั้งสามจึงนำข้อตกลงดังกล่าวมาฟ้องบังคับจำเลยให้ปฏิบัติตามมิได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2736 - 2738/2530 นางบัวจิตต์ พิณประภัศร์ กับพวก โจทก์ บริษัทสหโรงแรมและการท่องเที่ยว จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางบัวจิตต์ พิณประภัศร์ กับพวก · จำเลย - บริษัทสหโรงแรมและการท่องเที่ยว จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สีนวล คงลาภ · จุนท์ จันทรวงศ์ · สุพจน์ นาถะพินธุ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายเฉลิม สุคนธ์ขจร · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2004/2527ฎีกา 8114-8868/2546ฎีกา 5200/2543ฎีกา 4573-5228/2544ฎีกา 3115/2529ฎีกา 1316/2536ฎีกา 404/2530ฎีกา 6977/2544ฎีกา 556-557/2529ฎีกา 2490/2526ฎีกา 2658/2542ฎีกา 1463/2530ฎีกา 287-295/2551ฎีกา 2811/2527ฎีกา 4371-4451/2544ฎีกา 1615/2545ฎีกา 618-622/2531ฎีกา 2113/2524ฎีกา 7920/2543ฎีกา 4208/2530ฎีกา 3756/2529ฎีกา 347/2534ฎีกา 12088/2547ฎีกา 3424/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา