⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 618-622/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 618-622/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่กำหนดให้ผลประโยชน์เมื่อออกจากงานถือเป็นส่วนหนึ่งของค่าชดเชยการเลิกจ้าง มีผลผูกพันลูกจ้าง หากเกิดจากข้อเรียกร้องของสหภาพแรงงานโดยชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

กฎและข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่กำหนดให้จำนวนเงินผลประโยชน์เมื่อออกจากงานทั้งหมดที่พนักงานได้รับให้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการจ่ายค่าชดเชยการเลิกจ้างตามข้อกำหนดแห่งกฎหมายแรงงานนั้น เมื่อปรากฏว่าเป็นข้อตกลงซึ่งเกิดจากข้อเรียกร้องที่สหภาพแรงงานทำไว้กับนายจ้างโดยชอบด้วยกฎหมาย มิใช่เป็นข้อตกลงซึ่งนายจ้างกำหนดขึ้นเองย่อมมีผลผูกพันลูกจ้างตาม พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 19 ฉะนั้นเมื่อลูกจ้างได้รับเงินผลประโยชน์ดังกล่าวแล้วย่อมมีความหมายอยู่ในตัวว่านายจ้างได้จ่ายค่าชดเชยโดยเกลื่อนกลืนอยู่ในเงินผลประโยชน์นั้นแล้ว ลูกจ้างจึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าชดเชยจากนายจ้างอีก.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.19

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งห้าฟ้องว่า จำเลยปลดโจทก์ทั้งห้าออกจากงานโดยไม่จ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ทั้งห้าพร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งห้าให้การว่า การที่จำเลยให้โจทก์ออกจากงานเพราะโจทก์ครบเกษียณอายุ จำเลยได้จ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ครบถ้วนไปแล้ว โดยรวมอยู่ในเงินผลประโยชน์ตามที่กำหนดไว้ในกฎและข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างสำหรับพนักงานประจำที่มิใช่ฝ่ายจัดการของจำเลยจำเลยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์อีก ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ค่าชดเชยเป็นเงินซึ่งกฎหมายบังคับให้นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้าง ส่วนเงินผลประโยชน์ตามกฎและข้อบังคับของจำเลยเป็นเงินประเภทอื่นแม้กฎและข้อบังคับของจำเลยจะกำหนดให้การจ่ายเงินผลประโยชน์เป็นการจ่ายค่าชดเชยด้วยก็ตาม ก็ไม่มีผลใช้บังคับ จำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ต่างหาก พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 27,000 บาท โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 28,770 บาท โจทก์ที่ 3 เป็นเงิน 31,110 บาท โจทก์ที่ 4 เป็นเงิน 31,100 บาท และโจทก์ที่ 6 เป็นเงิน 36,000 บาทพร้อมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่1 มกราคม 2530 จนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ทั้งห้า จำเลยทั้งห้าอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า 'ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งห้าสำนวนว่า จำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์หรือไม่ ได้ความว่าโจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย ต่อมาเมื่อเดือนมกราคม 2530 จำเลยให้โจทก์ออกจากงานเพราะเกษียณอายุ ซึ่งระเบียบข้อบังคับในกรณีที่พนักงานเกษียณอายุนั้น กำหนดให้จำเลยจ่ายเงินผลประโยชน์ให้แก่พนักงานตามกฎและข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างสำหรับพนักงานประจำที่มิใช่ฝ่ายจัดการซึ่งข้อ ก. 39.5 กำหนดว่า 'พนักงานที่ครบเกษียณอายุจะได้รับผลประโยชน์ในการเกษียณอายุจากบริษัท ฯ เท่ากับอัตราเงินเดือนปกติสุดท้าย คูณด้วย 13/12 คูณด้วย 1.11 คูณด้วยจำนวนปีบริบูรณ์ที่ได้ทำงานมากับบริษัท ฯ หักด้วยภาษีเงินได้ส่วนบุคคล จำนวนเงินผลประโยชน์เมื่อออกจากงานทั้งหมดที่พนักงานได้รับตามข้อนี้ ให้ถือว่าส่วนหนึ่งเป็นการจ่ายค่าชดเชยการเลิกจ้างตามข้อกำหนดแห่งกฎหมายแรงงานที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันหรือจะมีต่อไปในอนาคนด้วย' จำเลยได้จ่ายเงินผลประโยชน์ตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวให้แก่โจทก์ครบถ้วนแล้ว อนึ่ง กฎและข้อบังคับข้อ ก. 39.5 นี้เป็นข้อตกลงซึ่งเกิดจากข้อเรียกร้องที่สหภาพแรงงานลีเวอร์บราเธอร์ได้ทำไว้กับจำเลยเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2526 พิเคราะห์แล้วเห็นว่า หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการจ่ายเงินผลประโยชน์ตามที่กำหนดไว้ในกฎและข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างสำหรับพนักงานประจำที่มิใช่ฝ่ายจัดการของจำเลย ท้ายคำให้การข้อ ก. 39.5 นั้น เป็นข้อตกลงซึ่งเกิดจากข้อเรียกร้องและสหภาพแรงงานลีเวอร์บราเธอร์ได้ทำไว้กับจำเลยโดยชอบด้วยกฎหมาย มิใช่เป็นข้อตกลงซึ่งจำเลยกำหนดขึ้นเอง จึงมีผลผูกพันโจทก์ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์พ.ศ. 2518 มาตรา 19 ส่วนความในข้อ ก 39.5 ซึ่งกำหนดไว้ตอนหนึ่งว่า 'จำนวนเงินผลประโยชน์เมื่อออกจากงานทั้งหมดที่พนักงานได้รับตามข้อนี้ ให้ถือว่าส่วนหนึ่งเป็นการจ่ายค่าชดเชยการเลิกจ้างตามข้อกำหนดแห่งกฎหมายแรงงาน....' นั้นมีความหมายว่า จำเลยได้จ่ายค่าชดเชยโดยเกลื่อนกลืนอยู่ในเงินผลประโยชน์แล้ว กล่าวคือ เงินผลประโยชน์ที่คำนวณได้ตามข้อ ก. 39.5 ต้องคำนวณหักด้วยจำนวนเงินเท่ากับค่าชดเชยตามกฎหมายออกเสียก่อน เหลือเท่าใดจึงจ่ายให้แก่ลูกจ้างซึ่งเป็นพนักงานประจำของจำเลยฉะนั้นเมื่อปรากฏว่าเงินผลประโยชน์ที่โจทก์ทั้งห้าได้รับจากจำเลยตามจำนวนดังกล่าวมีค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน รวมอยู่ครบถ้วนแล้ว โจทก์ทั้งห้าจึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าชดเชยจากจำเลยอีก ตามนัยแห่งคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 176-190/2526ระหว่าง นายหาญ จันทร์ขจร กับพวก โจทก์บริษัทน้ำมันคาลเท็กซ์(ไทย) จำกัด จำเลย ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ทั้งห้า ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น' พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งห้าสำนวน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 618 - 622/2531 นาง บุญ ช่วย เล็ก สาคร กับพวก โจทก์ บริษัท ลีเวอร์บราเธอร์ ( ประเทศ ไทย ) จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง บุญ ช่วย เล็ก สาคร กับพวก · จำเลย - บริษัท ลีเวอร์บราเธอร์ ( ประเทศ ไทย ) จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุพจน์ นาถะพินธุ · จุนท์ จันทรวงศ์ · วิศิษฏ์ ลิมานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2004/2527ฎีกา 8114-8868/2546ฎีกา 5200/2543ฎีกา 4573-5228/2544ฎีกา 3115/2529ฎีกา 1316/2536ฎีกา 404/2530ฎีกา 6977/2544ฎีกา 556-557/2529ฎีกา 2490/2526ฎีกา 2658/2542ฎีกา 1463/2530ฎีกา 287-295/2551ฎีกา 2811/2527ฎีกา 2736-2738/2530ฎีกา 4371-4451/2544ฎีกา 1615/2545ฎีกา 2113/2524ฎีกา 7920/2543ฎีกา 4208/2530ฎีกา 3756/2529ฎีกา 347/2534ฎีกา 12088/2547ฎีกา 3424/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา