คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3424/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่ระบุให้ขึ้นค่าจ้างตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ จะมีผลผูกพันตามที่ตกลงกันเท่านั้น หากไม่มีข้อตกลงให้ขึ้นค่าจ้างอีกต่อไป นายจ้างก็ไม่มีหน้าที่ต้องขึ้นค่าจ้างให้ลูกจ้างอีก.
ย่อคำพิพากษา
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างโจทก์จำเลยมีความว่านายจ้างตกลงขึ้นค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างประจำที่ทำงานครบ180 วันทุกคนวันละ 4 บาท โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน 2518 ฝ่ายลูกจ้างจะไม่เรียกร้องขึ้นค่าจ้างอีก จนถึงกำหนดการพิจารณาขึ้นค่าจ้างประจำปีดังนี้หมายความว่าลูกจ้างที่ทำงานครบ 180 วัน ในวันทำข้อตกลงคือวันที่ 20 กันยายน 2518 จะได้ขึ้นค่าจ้างวันละ 4 บาท โดยเริ่มขึ้นค่าจ้างให้ในวันที่ 21 กันยายน 2518 ไม่มีข้อความตอนใดมีความหมายว่านายจ้างจะต้องขึ้นค่าจ้างให้ลูกจ้างอีกต่อไปทุกปี เมื่อปรากฏว่าจำเลยได้ปฏิบัติตามข้อตกลงโดยขึ้นค่าจ้างให้ลูกจ้างใน พ.ศ.2518 แล้วกรณีจึงไม่มีเหตุที่โจทก์จะเรียกร้องให้จำเลยขึ้นค่าจ้างอีก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.12 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.19
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๑๘ จำเลยกับโจทก์ได้ทำข้อตกลงซึ่งยังมีผลใช้บังคับมีข้อความในข้อ ๑ ว่า "นายจ้างตกลงขึ้นค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างประจำที่ทำงานครบ ๑๘๐ วันทุกคนวันละ ๔ บาท โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๑๘ ฝ่ายลูกจ้างจะไม่เรียกร้องการขึ้นค่าจ้างอีกจนถึงกำหนดการพิจารณาขึ้นค่าจ้างประจำปี" ตามข้อตกลงนี้จำเลยจะต้องขึ้นค่าจ้างให้ลูกจ้างวันละ ๔ บาททุกปีตลอดไปตราบที่ยังใช้ข้อตกลงดังกล่าวบังคับจำเลยไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงโดยขึ้นค่าจ้างให้ลูกจ้างครั้งเดียวใน พ.ศ. ๒๕๑๘ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๙ เป็นต้นมาจำเลยไม่ขึ้นค่าจ้างให้ลูกจ้างอีก ทำให้โจทก์ไม่ได้รับค่าจ้างที่จำเลยต้องขึ้นให้ทุกปีตามข้อตกลง ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าจ้างที่ต้องขึ้นให้โจทก์แต่ละคน ถึงวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๒๔ และตั้งแต่วันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๒๔ อีกเป็นต้นไป
จำเลยให้การว่า ข้อตกลงตามฟ้องเป็นข้อตกลงขึ้นค่าจ้างให้ลูกจ้างเป็นกรณีพิเศษเพียงครั้งเดียวใน พ.ศ. ๒๕๑๘ เท่านั้น มิใช่ต้องขึ้นค่าจ้างให้ทุกปี ฟ้องโจทก์เป็นการฟ้องเรียกค่าจ้างค้างชำระมีอายุความ ๒ ปี จึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง
ผู้พิพากษาสมทบนายหนึ่งทำความเห็นแย้ง
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า เดิมจำเลยกับลูกจ้างพิพาทกันเรื่องลูกจ้างขอขึ้นค่าจ้าง ในที่สุดจำเลยและลูกจ้างได้ทำข้อตกลงเมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๑๘ ข้อตกลงข้อ ๑ มีความว่า "นายจ้างตกลงขึ้นค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างประจำที่ทำงานครบ ๑๘๐ วันทุกคนวันละ ๔ บาท โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๑๘ ฝ่ายลูกจ้างจะไม่เรียกร้องขึ้นค่าจ้างอีก จนถึงกำหนดการพิจารณาขึ้นค่าจ้างประจำปี" เมื่อตกลงกันแล้วจำเลยได้ขึ้นค่าจ้างให้ลูกจ้างที่ทำงานครบ ๑๘๐ วันทุกคนตามข้อตกลงเพียงครั้งเดียวใน พ.ศ. ๒๕๑๘ หลังจากนั้นมาจำเลยไม่ได้ขึ้นค่าจ้างให้ลูกจ้างอีก ข้อตกลงนี้ยังมีผลใช้บังคับอยู่ เห็นว่าตามข้อตกลงนั้นลูกจ้างที่ทำงานครบ ๑๘๐ วันในวันทำข้อตกลงคือวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๑๘ จะได้ขึ้นค่าจ้างวันละ ๔ บาท โดยเริ่มขึ้นค่าจ้างให้ในวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๑๘ ไม่มีข้อความตอนใดมีความหมายว่านายจ้างจะต้องขึ้นค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างอีกต่อไปทุกปี เมื่อจำเลยปฏิบัติตามข้อตกลงโดยขึ้นค่าจ้างให้ลูกจ้างใน พ.ศ. ๒๕๑๘ แล้ว การที่จำเลยไม่ขึ้นค่าจ้างให้ลูกจ้างหลังจากนั้นหาเป็นการฝ่าฝืนข้อตกลงไม่ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยขึ้นค่าจ้างอีก
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3424/2524
นางสาววัชรินทร์ เนียรมงคล กับพวก โจทก์
บริษัทไทยพัตราภรณ์ จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาววัชรินทร์ เนียรมงคล กับพวก · จำเลย - บริษัทไทยพัตราภรณ์ จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธาดา วัชรานันท์ · ขจร หะวานนท์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายสุชาติ สุขสุมิตร · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา