⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1600/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1600/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยมีอำนาจเปลี่ยนแปลงคำสั่งให้ออกจากงานเพราะเหตุสูงอายุ เป็นให้ออกก่อนเพื่อรอฟังผลการพิจารณา และมีอำนาจไล่ออกหากพบว่ากระทำผิดวินัยร้ายแรง.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยตั้งกรรมการสอบสวนพนักงานรถไฟซึ่งปฏิบัติงานในเขตสถานีรถไฟซึ่งโจทก์ประจำอยู่ด้วยทั้งหมดโดยมิได้ ระบุตัวผู้ถูกกล่าวหา ต่อมาจำเลยสั่งให้โจทก์ออกจากงานฐานสูงอายุ (อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์) ตามระเบียบของจำเลยหลังจากนั้นคณะกรรมการรายงานผลการสอบสวนว่าโจทก์กระทำผิดโดยเรียกเก็บเงินค่ากรรมกรขนของขึ้นตู้สินค้าเกินกว่าที่ทางราชการกำหนด ดังนี้ จำเลยมีอำนาจเปลี่ยนแปลงคำสั่งที่ให้โจทก์ออกจากงานฐานสูงอายุเป็นให้ออกจากงานไว้ก่อนเพื่อรอฟังผลการพิจารณาถึงที่สุดได้และต่อมาเมื่อผู้ว่าการของจำเลยทราบผลการสอบสวนแล้วเห็นว่าการกระทำของโจทก์ดังกล่าวเป็นการประพฤติผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามระเบียบของจำเลยก็ย่อมมีอำนาจที่จะออกคำสั่งไล่โจทก์ออกจากงานได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.49 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.10 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.12

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย ครั้งสุดท้ายเป็นหัวหน้ากรรมกรประจำสถานีรถไฟนครศรีธรรมราช ต่อมาจำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงานฐานสูงอายุเพราะโจทก์อายุครบ ๖๐ ปี หลังจากนั้นจำเลยเปลี่ยนแปลงคำสั่งดังกล่าวเป็นให้โจทก์ออกจากงานไว้ก่อนเพื่อรอการพิจารณาถึงที่สุด อ้างว่าโจทก์มีส่วนรู้เห็นในกรณีเจ้าหน้าที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริตต่อหน้าที่ ต่อมาจำเลยมีคำสั่งไล่โจทก์ออกจากงานฐานกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ซึ่งไม่เป็นความจริง การที่โจทก์ออกจากงานเพราะครบเกษียณอายุมีสิทธิได้รับบำเหน็จพิเศษ และการที่จำเลยไล่โจทก์ออกดังกล่าวเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ไล่โจทก์ออก กับให้จำเลยจ่ายบำเหน็จและค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยไล่โจทก์ออกเพราะโจทก์ประพฤติผิดวินัยอย่างร้ายแรงเพราะผลการสอบสวนของคณะกรรมการฟังได้ว่าโจทก์เรียกหรือรับเงินค่าขนเหมาหลังในเขตไว้เกินจากอัตราที่ทางการกำหนด กรณีที่จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงานฐานสูงอายุนั้นเป็นวิธีปฏิบัติของจำเลย ต่อมาปรากฏว่าขณะที่โจทก์ปฏิบัติหน้าที่อยู่ได้ประพฤติผิดวินัยอย่างร้ายแรงมีโทษถึงไล่ออกจากงาน จำเลยจึงมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมเป็นให้โจทก์ออกจากงานเพื่อรอฟังผลการสอบสวนเมื่อผลการสอบสวนของคณะกรรมการมีความเห็นว่าโจทก์กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจำเลยจึงมีคำสั่งไล่โจทก์ออกจากงาน โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับบำเหน็จและไม่มีสิทธิได้รับค่าเสียหาย ให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าโจทก์เรียกเก็บเงินค่าขนสินค้าเกินอัตราที่กำหนดเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง จำเลยย่อมมีอำนาจไล่โจทก์ออกจากงานได้จำเลยไม่ต้องจ่ายเงินบำเหน็จพิเศษและค่าเสียหายแก่โจทก์ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ได้ความว่าเมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๒๔ ขณะนั้นโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยประจำอยู่สถานีรถไฟนครศรีธรรมราช หนังสือพิมพ์เดลิมิเร่อร์ ได้ลงข่าวเป็นทำนองว่าเจ้าหน้าที่สถานีรถไฟนครศรีธรรมราชเรียกเก็บค่ากรรมกรขนของขึ้นตู้เกินกว่าอัตรา ครั้นวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๒๔ จำเลยได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นสอบสวนพนกังานรถไฟซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในเขตสถานีรถไฟนครศรีธรรมราชทั้งหมดโดยมิได้ระบุตัวบุคคลผู้ถูกกล่าวหา ต่อมาจำเลยอาศัยระเบียบของจำเลยสั่งให้โจทก์ออกจากงานฐานสูงอายุโดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๒๖ หลังจากนั้นคณะกรรมการรายงานผลการสอบสวนว่าโจทก์ได้กระทำผิดโดยเรียกเก็บค่ากรรมกรขนของขึ้นตู้สินค้าเกินกว่าทางราชการกำหนดจริงเป็นการประพฤติผิดวินัยอย่างร้ายแรง จำเลยจึงมีคำสั่งลงวันที่ ๑๗สิงหาคม ๒๕๒๖ เปลี่ยนแปลงคำสั่งให้โจทก์ออกจากงานฐานสูงอายุเป็นให้โจทก์ออกจากงานไว้ก่อน เรื่องรอการฟังผลการพิจารณาคดีถึงที่สุด เมื่อผู้ว่าการจำเลยทราบผลการสอบสวนแล้ว เห็นว่าโจทก์ได้ประพฤติผิดวินัยอย่างร้ายแรง จึงได้ออกคำสั่งลงวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๒๗ ไล่โจทก์ออกจากงานฐานกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงานฐานสูงอายุหรือเกษียณอายุไว้ล่วงหน้านั้น เป็นระเบียบของจำเลยที่ให้ปฏิบัติต่อพนักงานหรือลูกจ้างที่มีอายุครบ ๖๐ ปีบริบูรณ์เพื่อตรวจสอบอัตรากำลังและตรวจสอบในเรื่องการเงิน ซึ่งเมื่อผลการสอบสวนของคณะกรรมการที่จำเลยแต่งตั้งขึ้นเพื่อหาตัวผู้กระทำผิดได้รายงานต่อผู้ว่าการของจำเลยว่าโจทก์ได้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง จำเลยย่อมมีอำนาจที่จะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมที่ให้โจทก์ออกจากงานฐานสูงอายุเป็นให้ออกจากงานไว้ก่อนเพื่อฟังผลการพิจารณาถึงที่สุดได้ เพราะขณะที่จำเลยออกคำสั่งให้โจทก์ออกจากงานฐานสูงอายุนั้น จำเลยยังไม่ทราบผลการสอบสวนของคณะกรรมการที่เกี่ยวกับโจทก์ เนื่องจากการสอบสวนกรณีของโจทก์เป็นการสอบสวนที่ไม่ได้ระบุตัวบุคคลไว้โดยเฉพาะ ไม่อาจที่จะมีคำสั่งเกี่ยวกับโจทก์เป็นอย่างอื่นได้จึงต้องออกคำสั่งให้โจทก์ออกจากงานฐานสูงอายุไปตามระเบียบก่อน ต่อมาเมื่อผู้ว่าการของจำเลยทราบผลการสอบสวนของคณะกรรมการแล้วเห็นว่าโจทก์ได้ประพฤติผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามระเบียบของจำเลยจริง ก็ย่อมมีอำนาจที่จะออกคำสั่งไล่โจทก์ออกจากงานตามระเบียบการขนส่งของการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๙ ตอนที่ ๘ ข้อ ๑๔ ก (๘) ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1600/2530 นายวิมล กาญจนราช โจทก์ การรถไฟแห่งประเทศไทย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวิมล กาญจนราช · จำเลย - การรถไฟแห่งประเทศไทย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · จำนง นิยมวิภาต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายมงคล คุปต์กาญจนากุล · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6877/2544ฎีกา 7083/2548ฎีกา 9395-9492/2550ฎีกา 5396/2540ฎีกา 1221/2549ฎีกา 8114-8868/2546ฎีกา 378/2531ฎีกา 7044/2537ฎีกา 4921/2532ฎีกา 2093/2532ฎีกา 859/2527ฎีกา 6252/2540ฎีกา 1850/2547ฎีกา 4573-5228/2544ฎีกา 4369/2530ฎีกา 6000-6040/2544ฎีกา 14399-14401/2553ฎีกา 15617/2558ฎีกา 3041/2531ฎีกา 1352/2542ฎีกา 5678/2530ฎีกา 3493-3494/2531ฎีกา 259/2531ฎีกา 3365/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา