⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2207/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2207/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อทนายความได้ทำการงานสำเร็จแล้ว แม้จะมิได้ตกลงสินจ้างกันไว้ ก็มีสิทธิเรียกสินจ้างได้ โดยการคิดสินจ้างให้ตีความตามความประสงค์ในทางสุจริตและตามปกติประเพณี

ย่อคำพิพากษา

จำเลยว่าจ้างโจทก์ให้เป็นทนายความฟ้องคดี และโจทก์ได้ทำการงานสำเร็จแล้ว แม้จะมิได้ตกลงกันในเรื่องสินจ้าง ก็มีสัญญาผูกพันจำเลยที่จะต้องจ่ายสินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการงานที่ทำนั้น และการคิดจำนวนสินจ้างในกรณีดังกล่าว จำเป็นต้องตีความสัญญาให้เป็นไปตามความประสงค์ในทางสุจริต โดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณีด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.367 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.368 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.587

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าจ้างว่าความแก่โจทก์เป็นเงิน ๖๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยตกลงว่าจ้างโจทก์ให้เป็นทนายความฟ้องคดี และไม่เคยตกลงเรื่องค่าจ้างว่าความตามจำนวนที่ฟ้อง สามีจำเลยนำสัญญาก่อสร้างพร้อมด้วยเช็ค ๒ ฉบับ ไปปรึกษานายวัลลภ โจทก์เป็นเพียงตัวแทนของนายวัลลภจึงไม่มีอำนาจฟ้อง กับต่อสู้ในข้ออื่นอีก ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระค่าจ้างว่าความแก่โจทก์ ๖๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เดิมจำเลยกับสามีได้ตกลงว่าจ้างนายวัลลภทนายความประจำสำนักงานของโจทก์ซึ่งเคยรู้จักกันมาก่อนให้ฟ้องเรียกค่าจ้างก่อสร้างจากนายธีรวุฒิ โดยไม่เคยตกลงจะให้ค่าจ้างว่าความร้อยละยี่สิบ นายวัลลภได้ดำเนินการเพียงขั้นมีหนังสือทวงถาม ดังปรากฏตามเอกสารหมาย ล.๑ แล้วมอบคดีเรียกเงินตามเช็คจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งมีมูลหนี้เดิมจากค่าจ้างก่อสร้างให้โจทก์ฟ้อง และจำเลยได้ตกลงว่าจ้างให้โจทก์เป็นทนายความต่อไป โดยไม่ได้มีการตกลงว่าจะให้ค่าจ้างว่าความแก่โจทก์ร้อยละยี่สิบเป็นเงิน ๖๐,๐๐๐ บาท ตามที่โจทก์ฟ้อง และวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า เมื่อจำเลยว่าจ้างโจทก์ให้เป็นทนายความฟ้องคดี และโจทก์ได้ทำการงานสำเร็จแล้วถึงแม้จะมิได้ตกลงกันในเรื่องสินจ้าง ก็มีสัญญาผูกพันจำเลยที่จะต้องจ่ายสินจ้าง เพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น ส่วนปัญหาที่ว่าสินจ้างค่าว่าความควรเป็นจำนวนเท่าใด จำเป็นที่จะต้องตีความสัญญาไปตามความประสงค์ในทางสุจริตโดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณีด้วย แล้ววินิจฉัยต่อไปว่า เป็นที่เห็นได้ว่าคดีสำเร็จเสร็จไปโดยไม่มีข้อยุ่งยากตามตาราง ๖ ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง กำหนดอัตราค่าทนายความที่ศาลสั่งให้คู่ความใช้แทนกันในศาลชั้นต้นไว้ขั้นสูงเพียงร้อยละ ๕ ของทุนทรัพย์ แต่อัตราค่าทนายความดังกล่าว มิได้ห้ามคู่สัญญาที่จะตกลงค่าจ้างว่าความเป็นอย่างอื่น เมื่อพิเคราะห์ถึงความยากง่ายในการดำเนินคดี ประกอบกับการงานที่โจทก์ทำแล้ว เห็นว่า จำเลยควรจะจ่ายค่าจ้างว่าความให้โจทก์เป็นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระค่าจ้างว่าความแก่โจทก์ ๒๐,๐๐๐ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2207/2525 นายทินกร จิรกันยาศักดิ์ โจทก์ นางสาวปวลี กองสุวรรณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายทินกร จิรกันยาศักดิ์ · จำเลย - นางสาวปวลี กองสุวรรณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศักดิ์ สนองชาติ · เฟื่องขจิต รัศมิภูติ · สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสุวิทย์ ธีรพงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายปชา วรธรรมพินิจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 591/2531ฎีกา 4244/2539ฎีกา 2923/2525ฎีกา 5459/2537ฎีกา 2036/2542ฎีกา 231/2482ฎีกา 5470/2537ฎีกา 654/2541ฎีกา 4590/2553ฎีกา 258/2530ฎีกา 3760/2533ฎีกา 2908/2523ฎีกา 2131/2537ฎีกา 793/2507ฎีกา 145/2554ฎีกา 3295/2533ฎีกา 2382/2534ฎีกา 7139/2538ฎีกา 12104/2547ฎีกา 158/2509ฎีกา 1037/2540ฎีกา 2794/2526ฎีกา 762/2520ฎีกา 372/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา