⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2510/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2510/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จซึ่งตามปกติจะหลอกลวงคนทั่วไปให้หลงเชื่อ และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้ถูกหลอกลวงเข้าทำนิติกรรมหรือส่งมอบทรัพย์สินให้แก่ผู้กระทำความผิด ถือเป็นความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341

ย่อคำพิพากษา

จำเลยหัวหน้าวงแชร์หลอกลวงโจทก์ร่วมว่า ฉ. ลูกวงจะขายแชร์ซึ่งความจริง ฉ. ไม่ได้ขายแชร์ให้ผู้ใด ทำให้โจทก์ร่วมรับซื้อแชร์ดังกล่าวและจำเลยได้เงินค่าแชร์ไปจากโจทก์ร่วม ดังนี้ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.341

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 จำคุก 3 เดือน ให้จำเลยใช้เงิน 28,702 บาทคืนแก่โจทก์ร่วมศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่พิจารณาพิพากษาในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ปัญหาที่ว่า จำเลยกระทำผิดฐานฉ้อโกงตามโจทก์ฟ้องหรือไม่นั้น ได้ความจากคำของนางม่วย แซ่เตีย โจทก์ร่วมว่า เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2524 เวลา 9 นาฬิกา จำเลยบอกโจทก์ร่วมว่านางไฉนประยูรช่วยจะขายแชร์จำนวน 3 มือที่ยังไม่ได้ประมูลเป็นเงิน 31,500 บาท เมื่อหักดอกเบี้ยแล้วคงเหลือเงิน 28,702 บาท โดยจำเลยจะรับดอกเบี้ยจากลูกวงแชร์ที่ประมูลได้ทุกวันและรับต้นเงินจากนางไฉน ประยูรช่วย แทนโจทก์ร่วมโจทก์ร่วมตกลงซื้อแต่ขอผ่อนชำระเงินให้จำเลยที่เขียงขายเนื้อสุกรของโจทก์ร่วมในตลาดสดเทศบาลเมืองสิงห์บุรีในวันเดียวกันเวลา 11 นาฬิกา เพราะจะต้องไปยืมเงินจากนางนุชรี รัตนโกสุม ครั้นถึงเวลานัดนางนุชรีได้นำเงินที่โจทก์ร่วมยืมจำนวน 21,000 บาทมาให้ที่เขียงขายเนื้อสุกรจึงรวมกับเงินของโจทก์ร่วมเป็นเงิน 28,702 บาท มอบให้จำเลยเป็นค่าแชร์ 3 มือของนางไฉนที่จำเลยนำมาขาย หลังจากนั้นโจทก์ร่วมก็ได้รับดอกเบี้ยที่ผู้ประมูลได้จากจำเลยทุกวันครั้นวันที่ 28 พฤษภาคม นางนุชรี รัตนโกสุม ต้องการเงินที่โจทก์ร่วมยืมคืนวันรุ่งขึ้นโจทก์ร่วมจึงได้ประมูลแชร์เพื่อเอาเงินใช้หนี้ แต่จำเลยผัดไป 2-3 วันโดยอ้างว่ายังเก็บไม่ได้และผัดไปเรื่อย เมื่อโจทก์ร่วมสอบถามลูกวงแชร์ด้วยกันผู้ประมูลได้บอกว่ายังไม่ได้เงินจากจำเลย บางคนก็ว่าได้ยังไม่ครบ เมื่อวันที่9 มิถุนายน 2524 โจทก์ร่วมไปถามนางไฉน ประยูรช่วย จึงทราบว่านางไฉนไม่เคยขายแชร์ให้ใคร และแชร์ของนางไฉนประมูลทั้ง 6 มือได้รับเงินไปหมดแล้วด้วย จึงรู้ว่าจำเลยฉ้อโกง และโจทก์มีนางนุชรี รัตนโกสุม กับนางไฉนประยูรช่วย เป็นพยานเบิกความสมคำของโจทก์ร่วม ศาลฎีกาเห็นว่านางไฉนและนางนุชรีเบิกความสอดคล้องต้องกันกับคำของโจทก์ร่วม พยานโจทก์ดังกล่าวไม่มีสาเหตุกับจำเลยไม่มีเหตุสงสัยจะกลั่นแกล้งเบิกความปรักปรำจำเลย พยานหลักฐานโจทก์จึงประกอบด้วยเหตุผลมีน้ำหนักรับฟังได้ว่า จำเลยมีเจตนาทุจริตเอาความเท็จมากล่าวหลอกลวงโจทก์ร่วมว่านางไฉน ประยูรช่วยจะขายแชร์ 3 มือ ซึ่งความจริงนางไฉน ประยูรช่วยไม่ได้ขายแชร์ให้ผู้ใดเลยทำให้โจทก์ร่วมรับซื้อแชร์ 3 มือดังกล่าว และจำเลยได้เงินค่าแชร์ไปจากโจทก์ร่วมจำนวน 28,702 บาท อันเป็นความผิดฐานฉ้อโกงตามฟ้องโจทก์พยานหลักฐานจำเลยไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานโจทกได้ ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลยต่อไป" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2510/2525 อัยการสิงห์บุรี โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นางม่วย แซ่เตีย โจทก์ นางฐิติมา คงสิทธิ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการสิงห์บุรี · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นางม่วย แซ่เตีย · จำเลย - นางฐิติมา คงสิทธิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)แถมชัย สิทธิไตรย์ · ขจร หะวานนท์ · อำนัคฆ์ คล้ายสังข์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6575/2541ฎีกา 101/2564ฎีกา 13043/2557ฎีกา 1279/2517ฎีกา 16/2510ฎีกา 1852/2547ฎีกา 3327/2532ฎีกา 787/2532ฎีกา 7264/2543ฎีกา 255/2529ฎีกา 609/2536ฎีกา 1035/2540ฎีกา 3029/2540ฎีกา 18043/2555ฎีกา 2593/2521ฎีกา 9663/2554ฎีกา 725/2567ฎีกา 5255/2540ฎีกา 915/2566ฎีกา 1428-1429/2545ฎีกา 5219/2531ฎีกา 2303/2518ฎีกา 2410/2523ฎีกา 599/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา