คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2561/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบอกเลิกสัญญาเช่านาที่ยังอยู่ระหว่างการอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการควบคุมการเช่านาประจำตำบล ยังไม่มีผลบังคับใช้ทันที การเข้าไปทำนาของจำเลยจึงเป็นการละเมิดต่อสิทธิการเข้าทำนาของโจทก์ และอายุความละเมิดให้เริ่มนับแต่วันที่โจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน
ย่อคำพิพากษา
ครั้งแรกคณะกรรมการควบคุมการเช่านาประจำตำบลมีคำวินิจฉัยว่า โจทก์นำนาพิพาทไปให้บุคคลอื่นเช่าช่วงโดยไม่ได้รับความยินยอมจากจำเลย จำเลยจึงมีสิทธิบอกเลิกไม่ให้โจทก์เช่านาพิพาทได้ตามมาตรา 32(2) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 โจทก์อุทธรณ์คำวินิจฉัยดังกล่าวต่อคณะกรรมการควบคุมการเช่านาประจำจังหวัดตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา มาตรา 43 ดังนั้นการบอกเลิกการเช่านาตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการฯประจำตำบลยังไม่มีผลใช้บังคับได้ในทันที เมื่อจำเลยเข้าไปทำนาพิพาทจึงเป็นการละเมิดต่อสิทธิการเข้าทำนาพิพาทของโจทก์ อายุความจึงต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่โจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 บัญญัติไว้ อายุความมิได้นับเริ่มตั้งแต่วันที่นายอำเภอมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ทราบถึงคำวินิจฉัยของคณะกรรมการฯ ประจำจังหวัดว่า จำเลยไม่มีสิทธิบอกเลิกการเช่านาพิพาท
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ในปัญหาฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่นั้น เห็นว่าในครั้งแรกที่คณะกรรมการควบคุมการเช่านาประจำตำบลหนองแขมได้มีคำวินิจฉัยว่าโจทก์นำนาพิพาทไปให้บุคคลอื่นเช่าช่วงโดยไม่ได้รับความยินยอมจากจำเลย จำเลยจึงมีสิทธิบอกเลิกไม่ให้โจทก์เช่านาพิพาทได้ตามมาตรา 32(2) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 และโจทก์ได้อุทธรณ์คำวินิจฉัยดังกล่าวต่อคณะกรรมการควบคุมการเช่านาประจำจังหวัดสระบุรีภายในกำหนดสามสิบวันตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 มาตรา 43 ดังนั้นการบอกเลิกการเช่านาตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการควบคุมการเช่านาประจำตำบลหนองแขมดังกล่าวยังไม่มีผลใช้บังคับได้ในทันที เมื่อจำเลยเข้าไปทำนาพิพาทจึงเป็นการละเมิดต่อสิทธิการเข้าทำนาพิพาทของโจทก์ อายุความจึงต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่โจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 บัญญัติไว้ในกรณีนี้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์รู้ถึงการละเมิดที่จำเลยเข้าทำนาพิพาทและรู้ว่าจำเลยเป็นผู้ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ตั้งแต่ประมาณเดือนพฤษภาคม 2521 เมื่อนับถึงวันที่โจทก์ฟ้องจำเลยคือวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2523 เป็นเวลาเกินกว่า 1 ปี คดีของโจทก์จึงขาดอายุความ อายุความมิได้นับเริ่มตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2522 เพราะในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2522 เป็นวันที่นายอำเภอหนองแคได้มีหนังสือแจ้งให้โจทก์ทราบถึงคำวินิจฉัยของคณะกรรมการควบคุมการเช่านาประจำจังหวัดสระบุรีว่าจำเลยไม่มีสิทธิบอกเลิกการเช่านาพิพาท มิใช่วันที่โจทก์เพิ่งรู้ว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์"
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2561/2525
นายฉาบ รื่นภาคเดช โจทก์
นายสันติ เลี้ยวจำนงค์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายฉาบ รื่นภาคเดช · จำเลย - นายสันติ เลี้ยวจำนงค์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุชาติ จิวะชาติ · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · ประสม ศรีเจริญ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา