คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2585/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นคำร้องต่อศาลด้วยข้อเท็จจริงและคำขอทำนองเดียวกันกับคดีที่ศาลได้มีคำสั่งถึงที่สุดแล้ว ถือเป็นการร้องซ้ำต้องห้ามตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ผู้ร้องทั้งสี่เคยร่วมกับพวกอีกสองคนยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่า ส.นายกสภากรรมการจัดการสมาคมชุดที่ 17 ได้ดำเนินการเลือกตั้งสภากรรมการจัดการสมาคมชุดที่ 18 ไปโดยไม่ชอบ ขอให้ศาลมีคำสั่งว่าคณะกรรมการดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายและข้อบังคับของสมาคมให้เพิกถอนคณะกรรมการชุดนี้ออกจากตำแหน่ง และให้ดำเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการสมาคมใหม่โดยเร็ว ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า กรรมการชุดที่ 18 ขอจดทะเบียนอยู่ กองบังคับการตำรวจสันติบาลให้รอการจดทะเบียนไว้ก่อนจนกว่าคดีจะถึงที่สุด เมื่อกรรมการชุดใหม่ยังไม่ได้จดทะเบียนก็ไม่จำต้องสั่งให้ออกจากตำแหน่ง และศาลก็ไม่มีหน้าที่สั่งให้ดำเนินการเลือกตั้งกรรมการชุดใหม่ จึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องของผู้ร้องทั้งสี่กับพวกคดีถึงที่สุด ต่อมาผู้ร้องทั้งสี่ได้ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นเป็นคดีนี้อีก โดยบรรยายข้อเท็จจริงในคำร้องคดีนี้ทำนองเดียวกับข้อเท็จจริงที่บรรยายในคำร้องคดีก่อนเพียงแต่มีคำขอท้ายคำร้องเพี้ยนไปจากเดิมบ้างเล็กน้อย ย่อมเห็นได้ชัดว่าผู้ร้องทั้งสี่มาร้องเป็นคดีนี้อีกด้วยเหตุอย่างเดียวกันและคำขอทำนองเดียวกัน จึงเป็นการร้องซ้ำต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอต่อศาลขอให้ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาให้คณะกรรมการประจำทั้ง ๑๕ คน ของสมาคมใหหนำแห่งประเทศไทยประกาศกำหนดวันประชุมเพื่อเลือกตั้งสภากรรมการจัดการสมาคมชุดที่ ๑๘ โดยอ้างเหตุว่าสภากรรมการชุดเดิมคือชุดที่ ๑๗ อันมีผู้ร้องคัดค้านทั้งแปดร่วมเป็นกรรมการอยู่ด้วยได้จัดการเลือกตั้งสภากรรมการจัดการ และเลือกตั้งคณะกรรมการประจำหรือสภานายกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและข้อบังคับของสมาคม ผู้ร้องกับพวกได้มีหนังสือบอกกล่าวให้นายสัญญาและคณะกรรมการจัดการสมาคมชุดที่ ๑๗ ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายและข้อบังคับของสมาคม โดยขอให้กำหนดการประชุมและเลือกตั้งคณะกรรมการใหม่แต่ก็เพิกเฉยไม่จัดการ ขอให้ศาลมีคำสั่งบังคับ
ผู้คัดค้านทั้งแปดคนยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านได้จัดให้มีการประชุมเลือกตั้งสภากรรมการชุดใหม่ถูกต้องตามข้อบังคับและกฎหมายแล้ว ผู้ร้องทั้งสี่เคยยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนกรรมการชุดที่ ๑๘ ต่อศาลครั้งหนึ่งแล้วศาลมีคำสั่งไม่รับคำร้องคดีถึงที่สุด ผู้ร้องทั้งสี่มายื่นคำร้องขอในคดีนี้อีกจึงเป็นการร้องซ้ำและคดีขาดอายุความ
ศาลชั้นต้นงดไต่สวนแล้ววินิจฉัยว่า คดีของผู้ร้องขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๙๑ ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง
ผู้ร้องทั้งสี่อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่แล้วพิพากษาตามรูปคดี
ผู้คัดค้านฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้ร้องทั้งสี่เคยร่วมกับนายสงวนและนายเค่งหยียื่นคำร้องต่อศาลแพ่งครั้งหนึ่งแล้วว่านายสัญญานายกสภากรรมการจัดการสมาคมชุดที่ ๑๗ ของสมาคมใหหนำแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการเลือกตั้งสภากรรมการจัดการสมาคมชุดที่ ๑๘ ไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและข้อบังคับของสมาคม ขอให้ศาลมีคำสั่งว่าคณะกรรมการดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายและข้อบังคับของสมาคม ให้เพิกถอนกรรมการชุดนี้ออกจากตำแหน่งและให้ดำเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการสมาคมใหม่โดยเร็วศาลแพ่งวินิจฉัยว่าตามข้อบังคับของสมาคมข้อที่ ๒๑ กรรมการจัดการอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ ๒ ปี และกรรมการชุดที่ ๑๗ ก็หมดอายุลงตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๒๓ แต่กรรมการชุดที่ ๑๘ ขอจดทะเบียนอยู่ กองบังคับการตำรวจสันติบาลมีความเห็นให้รอการจดทะเบียนไว้ก่อนจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ดังนี้ระหว่างที่ยังไม่รับจดทะเบียนกรรมการชุดที่ ๑๘ ถือว่ากรรมการชุดที่ ๑๗ ยังต้องทำหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้จดทะเบียนกรรมการชุดใหม่ เมื่อกรรมการชุดใหม่ยังไม่ได้จดทะเบียนก็ยังไม่จำต้องสั่งให้ออกจากตำแหน่งและศาลก็ไม่มีหน้าที่สั่งให้ดำเนินการเลือกตั้งกรรมการชุดใหม่ ตามคำร้องของผู้ร้องกล่าวหานายสัญญานายกสมาคมว่าปฏิบัติหน้าที่มิชอบด้วยข้อบังคับของสมาคมเกี่ยวกับการเลือกตั้งสภากรรมการจัดการ ไม่ใช่เรื่องสมาคมลงมติแต่อย่างใด ศาลแพ่งจึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องของผู้ร้องทั้งสี่กับพวก ผู้ร้องทั้งสี่กับพวกไม่ได้อุทธรณ์ คดีถึงที่สุดผู้ร้องทั้งสี่ได้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งเป็นคดีนี้อีกโดยบรรยายข้อเท็จจริงในคำร้องคดีนี้ ทำนองเดียวกับข้อเท็จจริงที่บรรยายในคำร้องคดีก่อน เพียงแต่มีคำขอท้ายคำร้องเพี้ยนไปจากเดิมบ้างเล็กน้อยโดยคดีนี้ผู้ร้องทั้งสี่มีคำขอให้ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาให้คณะกรรมการประจำทั้ง ๑๕ คนของสมาคมใหหนำแห่งประเทศไทยประกาศกำหนดวันประชุมและจัดให้มีการประชุมเพื่อเลือกตั้งสภากรรมการจัดการสมาคมชุดที่ ๑๘ ถ้าคณะกรรมการไม่จัดการดังกล่าวขอให้ผู้ร้องทั้งสี่จัดการแทนเช่นนี้ย่อมเห็นได้ชัดว่าผู้ร้องทั้งสี่มาร้องคดีนี้อีกด้วยเหตุอย่างเดียวกันจึงเป็นการร้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๘
พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสี่เสีย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2585/2525
นายตุ้ง แซ่ตัน กับพวก ผู้ร้อง
นายสัญญา ตันศิริคงคล กับพวก ผู้คัดค้าน
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ร้อง - นายตุ้ง แซ่ตัน กับพวก · ผู้คัดค้าน - นายสัญญา ตันศิริคงคล กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สหัส สิงหวิริยะ · อัมพล สุวรรณภักดี · สมบูรณ์ บุญภินนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายโสภณ จันเทรมะ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ เกิดลาภผล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา