⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2747/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2747/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การลาป่วยโดยไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบการลาที่กำหนดไว้ ไม่ถือเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ หากลูกจ้างไม่ได้แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย และการหยุดงานเพียงเล็กน้อยโดยการลาผิดระเบียบ ไม่ใช่เหตุร้ายแรงถึงขนาดที่นายจ้างจะเลิกจ้างได้

ย่อคำพิพากษา

คำว่า "ทุจริตต่อหน้าที่" ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 123(1) หมายถึง การแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้จากตำแหน่งหน้าที่ เมื่อปรากฏว่าตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือการปฏิบัติของบริษัทนายจ้าง ลูกจ้างประจำรายเดือนลากิจหรือลาป่วยคงได้รับค่าจ้างเช่นเดียวกัน การที่ลูกจ้างมีความจำเป็นที่มาทำงานไม่ได้จึงลาป่วยเพราะไม่อาจลากิจได้เนื่องจากการลากิจต้องลาล่วงหน้า การลาของลูกจ้างจึงเป็นการลาผิดระเบียบไม่ใช่การทุจริตต่อหน้าที่ เพราะลูกจ้างไม่ได้แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมายจากค่าจ้างที่ได้รับจากนายจ้างแต่ประการใด ลูกจ้างหยุดงานเพียง หนึ่งวันครึ่งโดยยื่นใบลาผิดระเบียบยังไม่เป็นการร้ายแรงถึงขนาดที่นายจ้างจะถือเป็นเหตุเลิกจ้างได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.123

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เลิกจ้างนายณรงค์ลูกจ้างโจทก์เนื่องจากไม่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ทำงานอย่างถ่วงเวลา ได้ผลงานน้อยเป็นประจำ ตักเตือนแล้วก็ไม่ปรับปรุง และหยุดงานโดยเขียนใบลาป่วยอันเป็นเท็จ ต่อมาจำเลยทั้งสิบซึ่งเป็นกรรมการในคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์วินิจฉัยว่า การเลิกจ้างของโจทก์เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม และมีคำสั่งให้โจทก์รับนายณรงค์กลับเข้าทำงาน ซึ่งเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ ขอให้เพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ดังกล่าว จำเลยให้การว่า คำสั่งของจำเลยถูกต้องและเป็นธรรมแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ฉบับที่กล่าวในฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๓ ห้ามมิให้นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้าง ฯลฯ ในระหว่างมีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหรือคำชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานมีผลใช้บังคับ เว้นแต่ลูกจ้าง ฯลฯ กระทำการต่าง ๆ ๓ ประการ ในประการที่ (๑) ทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง คำว่า ทุจริตต่อหน้าที่ หมายถึงแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้จากตำแหน่งหน้าที่ เช่น ลูกจ้างมีหน้าที่ดูแลทรัพย์สินของนายจ้างเบียดบังเอาทรัพย์สินของนายจ้างหรือมีหน้าที่ปฏิบัติงานอย่างหนึ่งไม่ได้ทำ แต่กลับรายงานเท็จว่าทำแล้วเพื่อแสวงหาประโยชน์จากค่าแรงที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นต้น ได้ความว่าตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือทางปฏิบัติของบริษัทโจทก์ การที่ลูกจ้างประจำรายเดือนลากิจหรือลาป่วยคงได้รับค่าจ้างเช่นเดียวกัน นายณรงค์เป็นลูกจ้างรายเดือนยื่นใบลาหยุดงานเพียง ๑ เศษ ๑ ส่วน ๒ วัน อ้างว่าป่วย แต่ข้ออ้างว่าป่วยฟังไม่ได้ กรณีเช่นนี้หากนายณรงค์มีความจำเป็นที่มาทำงานไม่ได้ก็ต้องลากิจซึ่งตามปกติต้องลาล่วงหน้า การที่นายจ้างไม่เชื่อว่าป่วยเพิ่งปรากฏภายหลังจากที่ระยะเวลาในการยื่นใบลากิจล่วงพ้นไปแล้ว ไม่อาจจะย้อนกลับไปลากิจได้อีก การลาของนายณรงค์จึงเป็นการลาที่ผิดระเบียบไม่ใช่เป็นการทุจริตต่อหน้าที่เพราะนายณรงค์ไม่ได้แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมายจากค่าจ้างที่จะได้รับจากนายจ้างแต่ประการใดเมื่อพิเคราะห์พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ มาตรา ๑๒๓(๔) ที่ว่า "ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกัน โดยไม่มีเหตุอันสมควร" ประกอบด้วยแล้วจะเห็นได้ว่าแม้ลูกจ้างจะละทิ้งหน้าที่โดยไม่ได้ยื่นใบลาก็ต้องเป็นการละทิ้งหน้าที่เป็นเวลานานถึงสามวันทำงานติดต่อกันนายจ้างจึงจะเลิกจ้างได้ ฉะนั้นเพียงแต่ลูกจ้างหยุดงานเพียง ๑ เศษ ๑ ส่วน ๒ วันโดยยื่นใบลาผิดระเบียบก็ย่อมไม่เป็นการร้ายแรงถึงขนาดที่นายจ้างจะถือเป็นเหตุเลิกจ้างได้ ส่วนข้อที่โจทก์อ้างว่านายณรงค์ไม่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถและทำงานในหน้าที่อย่างถ่วงเวลาได้ผลงานน้อยเป็นประจำ ตักเตือนแล้วก็ไม่แก้ไขปรับปรุง และถือเป็นเหตุเลิกจ้างอีกประการหนึ่งนั้น ศาลแรงงานกลางยังมิได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าโจทก์ได้ว่ากล่าวตักเตือนเป็นหนังสือตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯมาตรา ๑๒๓(๓) แล้วหรือไม่ สมควรย้อนสำนวนให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยปัญหาข้อนี้เสียก่อน พิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่ว่าโจทก์ได้ว่ากล่าวตักเตือนเป็นหนังสือในกรณีที่อ้างว่านายณรงค์ไม่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถและทำงานในหน้าที่อย่างถ่วงเวลาได้ผลงานน้อยเป็นประจำแล้วหรือไม่ แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปความ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2747/2525 บริษัท เอ. เอ็น. บี. ลาบอราตอร (อำนวยเภสัช) จำกัด โจทก์ นายอร่าม สุทธะพินธุ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท เอ. เอ็น. บี. ลาบอราตอร (อำนวยเภสัช) จำกัด · จำเลย - นายอร่าม สุทธะพินธุ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรัช รัตนอุดม · ขจร หะวานนท์ · พิพัฒน์ จักรางกูร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายสุชาติ สุขสุมิตร · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 768/2533ฎีกา 2845-2847/2546ฎีกา 3943/2557ฎีกา 7420/2537ฎีกา 1392/2544ฎีกา 1332/2543ฎีกา 608/2550ฎีกา 1731/2534ฎีกา 1683/2535ฎีกา 8311/2559ฎีกา 3101-3102/2523ฎีกา 3383/2536ฎีกา 144/2544ฎีกา 2675/2524ฎีกา 137/2524ฎีกา 2042/2525ฎีกา 4532/2541ฎีกา 3491/2525ฎีกา 377/2542ฎีกา 482/2527ฎีกา 8706/2543ฎีกา 681/2532ฎีกา 2085/2527ฎีกา 1353-1368/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา