⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2863/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2863/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลแสดงออกหรือยอมให้ผู้อื่นแสดงออกว่าเป็นตัวแทนของตน แม้จะไม่ได้มีการตั้งตัวแทนตามแบบที่กฎหมายกำหนด บุคคลนั้นต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริตเสมือนว่าผู้นั้นเป็นตัวแทนของตน และผลของการกระทำของบุคคลที่ถูกหลงเชื่อว่าเป็นตัวแทนนั้นย่อมผูกพันบุคคลผู้แสดงออกหรือยอมให้แสดงออกนั้นด้วย

ย่อคำพิพากษา

การตั้งตัวแทนที่กฎหมายบังคับให้ทำเป็นหนังสือหรือมีหลักฐานเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 798 นั้น เป็นกรณีที่บุคคลกระทำการตั้งตัวแทนโดยมีการตกลงกันระหว่างตัวการและตัวแทน ส่วนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 821 นั้น เป็นกรณีที่มิได้มีการตกลงกันตั้งตัวแทน แต่เป็นการที่บุคคลคนหนึ่งแสดงออกหรือยอมให้บุคคลอีกคนหนึ่งแสดงออกต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริต ให้เขาหลงเชื่อว่าบุคคลอีกคนหนึ่งนั้นเป็นตัวแทนของตน กฎหมายจึงบัญญัติให้บุคคลซึ่งแสดงออกหรือยอมให้บุคคลอีกคนหนึ่งแสดงออกต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริต เสมือนว่าบุคคลอีกคนหนึ่งนั้นเป็นตัวแทนของตน โจทก์แสดงออกหรือยอมให้ ส. แสดงออกว่าเป็นตัวแทนของโจทก์ และ ส. ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นลูกหนี้โดยตรง โจทก์จึงต้องรับเอาผลของการที่ ส. ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยที่ 2 มาเป็นของตน จะอ้างว่าการตั้งตัวแทนไม่ได้ทำเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 798 หาได้ไม่ มูลหนี้ของโจทก์อันเกิดจากการละเมิดที่โจทก์นำมาฟ้องจึงเป็นอันระงับไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.798 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.821

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์หมายเลขทะเบียน ล.บ.๑๐๔๓๙ ประเภทชดใช้ค่าเสียหายโดยสิ้นเชิง จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลและเป็นเจ้าของรถยนต์หมายเลขทะเบียน ก.ท.ช.-๐๓๕๓ จำเลยที่ ๒ เป็นข้าราชการในสังกัดของจำเลยที่ ๑ เมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๑๙ จำเลยที่ ๒ ขับรถหมายเลขทะเบียน ก.ท.ช.-๐๓๕๓ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ของจำเลยที่ ๑ โดยประมาทชนรถยนต์หมายเลขทะเบียน ล.บ.๑๐๔๓๙ ได้รับความเสียหาย ขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดใช้เงิน ๑๘,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ให้การว่าโจทก์ไม่ใช้นิติบุคคล จำเลยที่ ๑ ได้โอนจำเลยที่ ๒ ตลอดจนทรัพย์สินและหนี้สินทุกชนิดให้แก่การสื่อสารแห่งประเทศไทยแล้ว จำเลยที่ ๑ จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ เหตุที่เกิดขึ้นเพราะความประมาทของผู้ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน ล.บ.๑๐๔๓๙ ความเสียหายของโจทก์ไม่เกิน ๑๓,๐๐๐ บาท ตัวแทนของโจทก์ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยที่ ๒ แล้ว สิทธิของโจทก์ที่จะฟ้องมูลละเมิดจึงระงับไป ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นเรียกการสื่อสารแห่งประเทศไทยเข้ามาเป็นจำเลยร่วมและจำเลยร่วมให้การทำนองเดียวกับจำเลยที่ ๑ ในการพิจารณาครั้งแรก ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่เป็นนิติบุคคล พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์เป็นนิติบุคคลพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาคดีใหม่ ต่อมาศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ ๒ เป็นฝ่ายประมาท แต่โจทก์กับจำเลยที่ ๒ ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันแล้ว จึงไม่มีอำนาจฟ้องในมูลละเมิดอีกพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การตั้งตัวแทนที่กฎหมายบังคับให้ทำเป็นหนังสือหรือมีหลักฐานเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๙๘ นั้นเป็นกรณีสำหรับการที่บุคคลกระทำการตั้งตัวแทนโดยมีการตกลงกันระหว่างตัวการและตัวแทนเช่นนั้น ส่วนมาตรา ๘๒๑ นั้นเป็นกรณีที่มิได้มีการตั้งตัวแทนกันจริงจังตามกฎหมายแต่เป็นกรณีที่บุคคลคนหนึ่งแสดงออกต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริต หรือยอมให้บุคคลอีกคนหนึ่งแสดงออกต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริต ให้เขาหลงเชื่อว่าบุคคลอีกคนหนึ่งนั้นเป็นตัวแทนของตน กฎหมายจึงบัญญัติให้บุคคลซึ่งแสดงออกหรือยอมให้เขาแสดงออกต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริต เสมือนว่าบุคคลอีกคนหนึ่งนั้นเป็นตัวแทนของตนซึ่งในกรณีนี้ก็คือโจทก์แสดงออกหรือยอมให้นายสุริยาแสดงออกว่าเป็นตัวแทนของโจทก์และนายสุริยาไปทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นลูกหนี้ในคดีนี้โดยตรง โจทก์จึงต้องรับเอาผลของการที่นายสุริยาทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยที่ ๒ มาเป็นของตน จะอ้างไม่ได้ว่าการตั้งตัวแทนไม่ได้ทำเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๙๘ เพราะไม่ใช่กรณีตั้งตัวแทนดังกล่าวแล้ว ฉะนั้นมูลหนี้ของโจทก์อันเกิดจากการละเมิดที่โจทก์นำมาฟ้องจึงเป็นอันระงับไป พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2863/2525 บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด โจทก์ การสื่อสารแห่งประเทศไทย จำเลยร่วม กรมไปรษณีย์โทรเลข กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด · จำเลยร่วม - การสื่อสารแห่งประเทศไทย · จำเลย - กรมไปรษณีย์โทรเลข กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วีระ ทรัพยไพศาล · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · สุชาติ จิวะชาติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเคียง บุญเพิ่ม · ศาลอุทธรณ์ - นายเรืองยุทธ สมุทรกลิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 1452/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 6/2475ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 4879/2533ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 3394/2536ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา