⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2892/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2892/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกหนี้ได้ทำบันทึกยอมผ่อนชำระหนี้หลังจากหนี้ขาดอายุความ ถือเป็นการรับสภาพหนี้ตามกฎหมาย ลูกหนี้จึงต้องรับผิดในหนี้นั้น

ย่อคำพิพากษา

หลังจากหนี้ขาดอายุความแล้ว ลูกหนี้ได้ทำบันทึกยอมผ่อนชำระหนี้ให้เจ้าหนี้อันเป็นการรับสภาพความรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 188 ลูกหนี้จึงต้องรับผิดในหนี้นั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.188

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นหนี้ภาษีอากรจำนวน ๒๔๖,๘๑๔.๖๐ บาท ต่อโจทก์และจำเลยที่ ๑ ได้ทำหนังสือยอมใช้หนี้ต่อโจทก์โดยรับว่าค้างชำระหนี้เงินภาษีจำนวนดังกล่าวจริงและขอผ่อนชำระ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ได้เข้าเป็นผู้ค้ำประกันการชำระหนี้ดังกล่าวทั้งหมดของจำเลยที่ ๑ ต่อโจทก์ที่ ๒ จำเลยที่ ๔ ค้ำประกันหนี้ดังกล่าวในวงเงินไม่เกิน ๖๐,๐๐๐ บาท ต่อมาโจทก์ที่ ๑ ชำระหนี้เพียงงวดเดียวแล้วผิดนัดชำระหนี้ จึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมกันและแทนกันชำระเงิน ๒๔๖,๐๑๔.๖๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยที่ ๔ ชำระเงิน ๖๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสี่ให้การทำนองเดียวกันว่า การที่จำเลยที่ ๑ ทำหนังสือยอมใช้หนี้ให้โจทก์โดยยอมรับว่าค้างชำระหนี้ภาษีอากรจำนวน ๒๔๖,๘๑๔.๖๐ บาทนั้น เป็นการรับสภาพหนี้ที่ขาดอายุความแล้วและถูกบังคับจากเจ้าหน้าที่ หนังสือดังกล่าวจึงเป็นโมฆะ หนี้ภาษีอากรจึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมกันชำระเงินจำนวน ๒๔๖,๐๑๔.๖๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์และให้จำเลยที่ ๔ รับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ เป็นเงิน ๖๐,๐๐๐ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินจำนวนนี้ให้โจทก์เสร็จ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ ทำบันทึกยอมผ่อนชำระหนี้โดยสมัครใจแล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า การที่จำเลยที่ ๑ ได้ทำบันทึกยอมผ่อนชำระหนี้ตามเอกสารหมาย จ.๑๕ แม้ภายหลังจากหนี้ขาดอายุความแล้ว ก็เป็นการรับสภาพความรับผิดตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๘๘ ซึ่งจำเลยที่ ๑จะปัดความรับผิดหาได้ไม่ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำเลยที่ ๑ รับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ ชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2892/2525 กรมสรรพากร กับพวก โจทก์ นายสามารถ กายี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมสรรพากร กับพวก · จำเลย - นายสามารถ กายี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อำนัคฆ์ คล้ายสังข์ · ขจร หะวานนท์ · แถมชัย สิทธิไตรย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายส่งศักดิ์ เปรมวุฒิ · ศาลอุทธรณ์ - นายเดือน จิตรกร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1252/2530ฎีกา 9116/2539ฎีกา 109/2506ฎีกา 642/2518ฎีกา 3690/2532ฎีกา 773/2538ฎีกา 363/2483ฎีกา 1770/2517ฎีกา 1379/2527ฎีกา 2863/2530ฎีกา 1838/2506ฎีกา 2220/2530ฎีกา 164/2536ฎีกา 1675/2517ฎีกา 591-592/2482ฎีกา 227/2485ฎีกา 1430/2522ฎีกา 2823/2528ฎีกา 646/2534ฎีกา 347/2526ฎีกา 599/2485ฎีกา 1016/2539ฎีกา 2362/2536ฎีกา 1457/2525
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา