⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5088/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5088/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การทำสัญญารับสภาพหนี้ แม้หนี้เดิมจะขาดอายุความแล้ว ถือเป็นการละเสียซึ่งสิทธิอันเกิดจากอายุความที่ครบบริบูรณ์แล้ว สัญญารับสภาพหนี้จึงมีผลบังคับและนับอายุความใหม่ตั้งแต่วันทำสัญญาเป็นต้นไป

ย่อคำพิพากษา

จำเลยให้การต่อสู้คดีแต่เพียงว่า จำเลยไม่ได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้และหนังสือดังกล่าวไม่มีข้อความแสดงว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์ จำเลยมิต้องรับผิด ดังนั้น ที่จำเลยฎีกาว่า หนังสือรับสภาพหนี้มีจำเลยลงลายมือชื่อเพียงฝ่ายเดียว โดยโจทก์มิได้สนองตอบในข้อสัญญาและจำเลยเป็นหนี้โจทก์เพียง 3,827 บาท จึงเป็นการกล่าวอ้างยกข้อเท็จจริงขึ้นมาใหม่ มิได้ว่ากล่าวกันมาในศาลล่าง เป็นการไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 เมื่อมูลหนี้เดิมขาดอายุความแล้ว จำเลยได้ทำสัญญารับสภาพความรับผิด ถือได้ว่าจำเลยได้ละเสียซึ่งอายุความที่ครบบริบูรณ์แล้วสัญญารับสภาพความรับผิดย่อมสมบูรณ์มีผลบังคับ จึงต้องนับอายุความใหม่ตั้งแต่วันทำสัญญารับสภาพความรับผิดเป็นต้นไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.188 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.192

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงิน ๒๘,๗๓๗ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามหนังสือรับสภาพหนี้ จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ หนังสือดังกล่าวไม่มีข้อความว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์ ฟ้องของโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๒๘,๗๓๗ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความนำสืบรับกันแล้วฟังได้ว่า จำเลยได้ทำหนังสือเอกสารหมาย จ.๑ ให้แก่โจทก์ ข้อความตามเอกสารดังกล่าวระบุว่า จำเลยยอมชำระเงินแก่โจทก์ทั้งหมด ๒๘,๗๓๗ บาท เอกสารหมาย จ.๑ จึงเป็นหนังสือรับสภาพความรับผิดที่จำเลยฎีกาว่า ตามหนังสือเอกสารหมาย จ.๑ มีจำเลยลงลายมือชื่อเพียงฝ่ายเดียว โดยโจทก์มิได้สนองตอบในข้อสัญญาแต่อย่างใดจึงไม่มีผลใช้บังคับได้ และจำเลยเป็นหนี้โจทก์เพียง ๓,๘๒๗ บาท โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกเกินกว่าจำนวนดังกล่าว นั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยให้การต่อสู้คดีแต่เพียงว่า จำเลยไม่ได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้หนังสือเอกสารหมาย จ.๑ ไม่มีข้อความที่แสดงว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์ จำเลยมิต้องรับผิด ดังนั้น ที่จำเลยกล่าวในฎีกาว่า "ตามหนังสือเอกสารหมาย จ.๑ มีจำเลยลงลายมือชื่อเพียงฝ่ายเดียวโดยโจทก์มิได้สนองตอบในข้อสัญญาแต่อย่างใด และจำเลยเป็นหนี้โจทก์เพียง ๓,๘๒๗ บาท" นั้น ซึ่งเป็นการกล่าวอ้างยกข้อเท็จจริงขึ้นมาใหม่ มิได้ว่ากล่าวกันมาในศาลล่างเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่วินิจฉัยให้ ส่วนฎีกาของจำเลยในข้อที่ว่า ฟ้องของโจทก์ขาดอายุความแล้วนั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงแม้จะฟังได้ตามคำให้การของจำเลยว่ามูลหนี้เดิมขาดอายุความแล้ว ต่อมาจำเลยได้ทำสัญญารับสภาพความรับผิดเมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๒๗ ตามเอกสารหมาย จ.๑ ถือได้ว่า จำเลยได้ละเสียซึ่งอายุความที่ครบบริบูรณ์แล้ว สัญญาดังกล่าวย่อมสมบูรณ์มีผลบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๘๘ วรรคสาม ๑๙๒ วรรคแรก จึงต้องนับอายุความใหม่ นับตั้งแต่วันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๒๗ เป็นต้นไป ฟ้องของโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5088/2532 นางลิ้ม เจียมประสิทธิ์ โจทก์ นางสมทรง อาสนเสวตร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางลิ้ม เจียมประสิทธิ์ · จำเลย - นางสมทรง อาสนเสวตร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลิต ประไพศาล · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · สุเทพ กิจสวัสดิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสระบุรี - นายเกษม วีรวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 1252/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1030/2509ฎีกา 710/2542ฎีกา 8884/2543ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 218/2481ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 100/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา