⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1675/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1675/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกหนี้ทำหนังสือยอมรับผิดชำระหนี้ทั้งหมด แม้หนี้นั้นจะขาดอายุความแล้วก็ตาม ถือว่าลูกหนี้ได้สละประโยชน์แห่งอายุความแล้ว ลูกหนี้จะยกอายุความขึ้นต่อสู้ไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

แม้ข้อเท็จจริงจะฟังว่าหนี้จำเลยขาดอายุความแล้วและหลังจากนั้นจำเลยได้ทำหนังสือฝ่ายเดียว ยอมชำระหนี้ทั้งหมดให้โจทก์ ซึ่งกรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 172 และไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 188 ก็ตาม แต่การที่จำเลยทำหนังสือไว้ให้โจทก์เช่นนั้น ย่อมถือได้ว่าจำเลยได้ละประโยชน์แห่งอายุความแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 192 จำเลยจะยกอายุความขึ้นต่อสู้โจทก์หาได้ไม่ การรับสภาพหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 172 นั้น ต้องเป็นเรื่องรับสภาพกันภายในกำหนดอายุความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.188 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.192 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.193

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นหนี้เงินกู้เบิกเงินเกินบัญชีจากโจทก์รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๑,๐๗๐,๐๘๐ บาท ๓๙ สตางค์ เมื่อวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๑๓ จำเลยได้ทำสัญญารับสภาพหนี้ยอมชำระหนี้ทั้งหมดให้โจทก์โดยสัญญาว่าจะชำระหนี้ทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ยให้เสร็จสิ้นภายใน ๖ เดือน จำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้ให้โจทก์ รวมเงินต้นและดอกเบี้ยถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๑,๒๗๒,๓๔๑.๑๕ บาท ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๔ ต่อปีนับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้ไม่ปรากฏว่าจำเลยหรือนางวิไล เกษมสันต์ ได้ออกเช็คสั่งจ่ายเงินไปตามที่โจทก์ฟ้อง จึงมีผลเท่ากับมิได้กู้เงินโจทก์ไปตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีและไม่มีมูลหนี้ต่อกัน หนังสือรับสภาพหนี้ตามฟ้องจึงไม่มีผลบังคับ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และคดีของโจทก์ขาดอายุความ หนังสือรับสภาพหนี้ตกเป็นโมฆะ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้หนี้จำนวน ๑,๐๗๐,๐๘๐.๓๙ บาท และดอกเบี้ยในต้นเงิน ๔๙๑,๓๔๔.๑๐ บาท ในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปีนับแต่วันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๑๓ ถึงวันฟ้อง และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๔ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่ามูลหนี้เดิมระหว่างโจทก์กับจำเลยและภรรยาจำเลยไม่มีต่อกันพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์อยู่ ๑,๐๗๐,๐๘๐.๓๙ บาท ดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย และข้อที่จำเลยให้การต่อสู้ว่าหนี้ขาดอายุความแล้วและหนังสือรับสภาพหนี้เป็นการไม่ชอบ เพราะทำขึ้นโดยลูกหนี้ฝ่ายเดียวโจทก์ไม่มีสิทธินำมาฟ้องจำเลยนั้นเห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงจะฟังว่ากรณีของโจทก์จำเลยนี้ หนี้จำเลยขาดอายุความแล้วก็ตาม กรณีก็ไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๒ เพราะการรับสภาพหนี้ตามมาตรา ๑๗๒ นี้ต้องเป็นเรื่องรับสภาพกันภายในกำหนดอายุความและกรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๘๘ แต่การที่จำเลยทำหนังสือเอกสารหมาย จ.๑๑ ไว้ให้โจทก์นั้นย่อมถือได้ว่าจำเลยได้ละเสียซึ่งประโยชน์แห่งอายุความแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๒ ฉะนั้น จำเลยจะยกอายุความขึ้นต่อสู้โจทก์หาได้ไม่ จำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1675/2517 ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด โดยนายวิศิษฐ์ ศรีสมบูรณ์ และนายสงวน นิธยานนท์ กรรมการ โจทก์ หม่อมราชวงศ์สถาพร เกษมสันต์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความศรีสมบูรณ์ - ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด โดยนายวิศิษฐ์ · โจทก์ - และนายสงวน นิธยานนท์ กรรมการ · จำเลย - หม่อมราชวงศ์สถาพร เกษมสันต์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยงยุทธ เลอลภ · กฤษณ์ โสภิตกุล · อุดม จาละ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสวรรคโลก - นายชวลิต นราลัย · ศาลอุทธรณ์ - นายสุวัฒน์ รัตรสาร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 977/2502ฎีกา 1862/2518ฎีกา 7770/2547ฎีกา 1446/2512ฎีกา 4790/2533ฎีกา 1252/2530ฎีกา 9091/2538ฎีกา 1003/2505ฎีกา 7501/2537ฎีกา 1546/2505ฎีกา 2060/2517ฎีกา 3174/2527ฎีกา 2460/2517ฎีกา 1472/2532ฎีกา 994/2485ฎีกา 2504/2523ฎีกา 1940/2539ฎีกา 6052/2537ฎีกา 6607/2560ฎีกา 873/2508ฎีกา 2574/2520ฎีกา 450/2493ฎีกา 1982/2511ฎีกา 916/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา