คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3289/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* ศาลอาจกำหนดค่าสินไหมทดแทนให้ตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิดได้ แม้โจทก์จะมิได้นำสืบถึงจำนวนเงินที่ใช้จ่ายไปจริงก็ตาม
* บุคคลภายนอกผู้ได้รับความเสียหายจากการกระทำละเมิดของลูกจ้างผู้เอาประกันภัย สามารถฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัยได้โดยตรงตามสัญญาประกันภัยค้ำจุน โดยไม่จำเป็นต้องนำกรมธรรม์มาแสดง
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยใช้ค่าทำศพบุตรของโจทก์ซึ่งถึงแก่ความตายเพราะการกระทำละเมิดของลูกจ้างจำเลย แม้โจทก์จะมิได้นำสืบถึงรายละเอียดว่าได้ใช้จ่ายเงินเป็นค่าทำศพไปเป็นจำนวนเท่าใด ศาลก็กำหนดให้จำเลยชดใช้ให้ตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิดได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 438
จำเลยที่ 1 ได้เอาประกันภัยค้ำจุนรถยนต์ของตนไว้กับจำเลยที่ 2 ลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ได้ขับรถยนต์คันนี้ไปในทางการที่จ้างโดยประมาทเป็นเหตุให้บุตรโจทก์ถึงแก่ความตาย โจทก์จึงฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้ร่วมกันรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ ดังนี้ โจทก์ไม่จำต้องนำกรมธรรม์ประกันภัยระหว่างจำเลยที่ 1 ที่ 2 มาแสดงประกอบการนำสืบ เพราะโจทก์มิได้ฟ้องจำเลยที่ 2 ให้รับผิดในฐานะที่โจทก์เป็นผู้เอาประกันภัย หากแต่โจทก์เป็นบุคคลภายนอกฟ้องให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดตามสัญญาประกันภัยค้ำจุนที่ทำไว้กับผู้เอาประกันภัย กรณีจึงไม่ต้องด้วยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 867 วรรคแรก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าของรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ก.ท.ม - ๔๘๐๘ และได้เอาประกันภัยค้ำจุนรถยนต์คันนี้ไว้กับจำเลยที่ ๒ นายชุมพลลูกจ้างของจำเลยที่ ๑ ได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๑ โดยประมาทเป็นเหตุให้บุตรของโจทก์ถึงแก่ความตาย จึงขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าทำศพและค่าขาดไร้อุปการะแก่โจทก์
จำเลยทั้งสองให้การว่า นายชุมพลผู้ขับรถยนต์คันเกิดเหตุไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลยที่ ๑ และนายชุมพลไม่ได้ขับรถยนต์โดยประมาท โจทก์มิได้ขาดไร้อุปการะค่าทำศพไม่มากตามฟ้อง และจำเลยที่ ๒ ไม่ได้รับประกันภัยรถยนต์คันเกิดเหตุไว้ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าทำศพ และค่าขาดไร้อุปการะแก่โจทก์
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์และจำเลยที่ ๑ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ ๑ ฎีกาเรื่องค่าเสียหายเกี่ยวกับค่าทำศพว่า โจทก์มิได้นำสืบถึงรายละเอียดแห่งค่าทำศพ และไม่มีหลักฐานว่าได้จ่ายเงินค่าทำศพไปจริง จึงฟังไม่ได้ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายจริง เห็นว่า แม้โจทก์จะมิได้นำสืบถึงรายละเอียดว่าได้ใช้จ่ายเงินเป็นค่าทำศพไปเป็นจำนวนเท่าใดศาลก็วินิจฉัยกำหนดให้ตามควรแห่งพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิดได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๓๘ สำหรับกรณีนี้ ผู้ตายรับราชการเป็นครู ค่าทำศพ ๑๐,๐๐๐ บาท เห็นว่าเหมาะสมกับฐานะผู้ตายและโจทก์แล้ว
ที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ ๒ ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ นั้นศาลฎีกาเชื่อตามพยานหลักฐานโจทก์ว่า จำเลยที่ ๑ ได้เอาประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ก.ท.บ - ๔๘๐๘ ไว้กับจำเลยที่ ๒ ที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์ฟ้องคดีนี้ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือกรมธรรม์ประกันภัยมาแสดงต่อศาลด้วยนั้น เห็นว่าโจทก์มิได้ฟ้องให้จำเลยที่ ๒ รับผิดต่อโจทก์ในฐานะโจทก์เป็นผู้เอาประกันภัยกับจำเลยที่ ๒ หากแต่โจทก์เป็นบุคคลภายนอกฟ้องให้จำเลยที่ ๒ รับผิดในมูลละเมิด การนำสืบว่าจำเลยที่ ๒ รับประกันภัยรถยนต์หมายเลขทะเบียน ก.ท.บ - ๔๘๐๘ ของจำเลยที่ ๑ จึงไม่ตกอยู่ในบทบังคับของกฎหมายให้โจทก์ต้องนำกรมธรรม์ประกันภัยระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ มาแสดงประกอบการนำสืบ
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีจำเลยที่ ๒ ไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3289/2525
นายช่วง ใจกว้าง โดยนายกำธร วังอุดม ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์
ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลท่าเจริญรัตน์ ที่ 1 บริษัท ร.ส.พ.ประกันภัย จำกัด ที่ 2
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายช่วง ใจกว้าง โดยนายกำธร วังอุดม ผู้รับมอบอำนาจ · 2 - ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลท่าเจริญรัตน์ ที่ 1 บริษัท ร.ส.พ.ประกันภัย จำกัด ที่ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุนทร วรรณแสง · ประมุข สวัสดิ์มงคล · เสมา รัตนมาลัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายประเสริฐ อัตชู · ศาลอุทธรณ์ - นายดำรง สายเชื้อ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา