⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3441/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3441/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ศาลฎีกาอาจวินิจฉัยข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้หากข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมายังไม่เพียงพอต่อการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย 2. การกระทำที่แย่งการครอบครองทรัพย์สินโดยที่เจ้าของสิทธิครอบครองมิได้ฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองภายในหนึ่งปี จะไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก

ย่อคำพิพากษา

คดีอาญาที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนถ้าข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ฟังมายังไม่พอแก่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ โดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย แม้ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าที่พิพาทเป็นของผู้เสียหาย จำเลยเข้าไปปลูกมันสำปะหลังในที่พิพาทตามฤดูกาล ได้เวลาแล้วก็ถอนไป มีการเก็บเกี่ยวและเข้าไปในที่พิพาทใหม่ทุกปี การเข้าไปไถที่พิพาทของจำเลยเป็นการเข้าไปโดยไม่มีข้ออ้างได้ตามกฎหมายก็ตามแต่การที่จำเลยบุกรุกเข้าไปไถและปลูกมันสำปะหลังในที่พิพาทเป็นการแย่งการครอบครองที่พิพาทของผู้เสียหาย เมื่อผู้เสียหายมิได้ฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองภายใน 1 ปีผู้เสียหายก็หมดสิทธิฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองที่พิพาท สิทธิครอบครองในที่พิพาทของผู้เสียหายย่อมสิ้นสุดลง ดังนั้น การที่จำเลยเข้าไปไถและปลูกมันสำปะหลังในที่พิพาท จึงเป็นการเข้าไปไถและปลูกมันสำปะหลังในขณะที่สิทธิครอบครองในที่พิพาทของผู้เสียหายสิ้นสุดลงแล้ว การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายอาญา ม.362 ประมวลกฎหมายอาญา ม.365 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๒๓ ถึงวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๒๓ จำเลยกับพวกอีกหลายคนบุกรุกเข้าไปไถที่ดินและปลูกมันสำปะหลังในที่ดินของนายเฉลิมศักดิ์และนายวรวิทย์ เพื่อถือการครอบครองที่ดิน เป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๓๖๕(๒), ๘๓ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกและปรับ โดยให้รอการลงโทษจำคุก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ซึ่งศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าที่ดินพิพาทเป็นของผู้เสียหาย จำเลยไม่มีบ้านในที่พิพาท จำเลยเข้าไปปลูกมันสำปะหลังในที่พิพาทอย่างเดียว การปลูกมันสำปะหลังย่อมปลูกตามฤดูกาล ได้เวลาแล้วก็ต้องถอนไปเมื่อเป็นดังนี้ แม้จำเลยจะปลูกมันสำปะหลังในที่พิพาทมาหลายปี จำเลยย่อมต้องมีการเก็บเกี่ยวและเข้าไปในที่พิพาทใหม่ทุกปี ที่จำเลยนำสืบว่าที่พิพาทเป็นของนางต่วนฟังไม่ได้การเข้าไปไถที่พิพาทของจำเลยจึงเป็นการเข้าไปโดยไม่มีข้ออ้างได้ตามกฎหมาย และเป็นความผิดฐานบุกรุก ข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาดังกล่าวข้างต้นยังไม่พอแก่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยเห็นสมควรวินิจฉัยข้อเท็จจริงเพิ่มเติมโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยและฟังข้อเท็จจริงว่า ที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่าซึ่งผู้เสียหายมีเพียงสิทธิครอบครองจำเลยได้บุกรุกเข้าไปไถปลูกมันสำปะหลังในที่พิพาทตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๑ ผู้เสียหายทราบจากคำบอกกล่าวของนายหนูตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๑ นั้นและผู้เสียหายให้นายหนูไปห้ามปรามจำเลย จำเลยก็ไม่เชื่อฟัง คงทำกินในที่พิพาทโดยการปลูกมันสำปะหลังเมื่อต้นมันโตได้ขนาดก็ถอนไปและทำการปลูกใหม่ตลอดมาจนโจทก์ฟ้องคดีนี้ แล้ววินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายต่อไปว่า การที่จำเลยบุกรุกเข้าไปไถและปลูกมันสำปะหลังในที่พิพาทเป็นการแย่งการครอบครองที่พิพาทของผู้เสียหายเมื่อผู้เสียหายมิได้ฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองภายใน ๑ ปี นับแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึ่งผู้เสียหายถูกจำเลยแย่งการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๕ วรรคสองผู้เสียหายก็หมดสิทธิฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองที่พิพาท สิทธิครอบครองในที่พิพาทของผู้เสียหายย่อมสิ้นสุดลงดังนั้น การที่จำเลยเข้าไปไถและปลูกมันสำปะหลังในที่พิพาทในวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๒๓ ถึงวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๒๓ ตามที่โจทก์ฟ้อง จึงเป็นการเข้าไปไถและปลูกมันสำปะหลังในขณะที่สิทธิครอบครองในที่พิพาทของผู้เสียหายสิ้นสุดลงแล้วการกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3441/2525 พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นายนัด วรรณทอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นายนัด วรรณทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชา พานิชวงศ์ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายสุเมธ ตังคจิวางกูร · ศาลอุทธรณ์ - นายประมาณ ชันซื่อ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1588/2479ฎีกา 10648/2554ฎีกา 4276/2534ฎีกา 1638/2492ฎีกา 6416/2541ฎีกา 2963/2535ฎีกา 2718/2538ฎีกา 18654/2555ฎีกา 1131/2502ฎีกา 435/2535ฎีกา 540/2485ฎีกา 149/2521ฎีกา 472/2539ฎีกา 3107/2533ฎีกา 2772/2539ฎีกา 1348/2508ฎีกา 4303/2530ฎีกา 203/2511ฎีกา 2792/2535ฎีกา 459/2546ฎีกา 250-251/2536ฎีกา 45/2507
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา