⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3463/2563

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3463/2563

พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ม.4, 21, 31 ฯลฯ · ป.อาญา ม.29, 30, 56 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะสั่งให้รื้อถอนอาคารได้ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคารฯ มาตรา 42 ต้องปรากฏข้อเท็จจริงว่าอาคารนั้นไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องได้ หรือเจ้าของอาคารมิได้ปฏิบัติตามคำสั่งตามมาตรา 41 ซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นองค์ประกอบความผิดที่ต้องบรรยายในฟ้องให้ครบถ้วน.

ย่อคำพิพากษา

ความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 42 มีบทลงโทษตามมาตรา 66 ทวิ ความผิดดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้จำเลยรื้อถอนอาคารได้ตามกฎหมาย และแจ้งคำสั่งให้จำเลยทราบโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ซึ่งอำนาจของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่จะสั่งให้รื้อถอนอาคารตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 42 บัญญัติว่า "ถ้าการกระทำตามมาตรา 40 เป็นกรณีที่ไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องได้ หรือเจ้าของอาคารมิได้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา 41 ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคาร ผู้ควบคุมงาน หรือผู้ดำเนินการรื้อถอนอาคารนั้นทั้งหมดหรือบางส่วนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดแต่ต้องไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ..." ดังนั้น ข้อเท็จจริงว่าอาคารดังกล่าวไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องได้ จึงเป็นเงื่อนไขที่กฎหมายบัญญัติไว้เป็นองค์ประกอบความผิดซึ่งต้องบรรยายให้ปรากฏในฟ้อง เพื่อนำมาพิจารณาถึงอำนาจของเจ้าพนักงานท้องถิ่น มิใช่เป็นรายละเอียดที่โจทก์สามารถนำสืบในชั้นพิจารณาได้ เมื่อฟ้องของโจทก์ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าอาคารที่จำเลยดัดแปลงโดยไม่ได้รับใบอนุญาตเป็นกรณีที่ไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องได้ การบรรยายฟ้องจึงไม่ครบองค์ประกอบความผิดในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมายที่โจทก์ขอให้ลงโทษ ฟ้องของโจทก์จึงไม่สมบูรณ์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.4 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.21 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.31 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.40 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.42 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.65 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.66 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.67 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.71

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 4, 21, 31, 40, 42, 65, 66 ทวิ, 67, 71 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ขอให้ปรับจำเลยเป็นรายวันฐานก่อสร้าง ดัดแปลงอาคารโดยฝ่าฝืนคำสั่งตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2559 ถึงวันที่ 17 พฤษภาคม 2559 และปรับจำเลยรายวันฐานฝ่าฝืนคำสั่งให้รื้อถอนของเจ้าพนักงานตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน 2559 จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 21, 42, 65 วรรคแรกและวรรคสอง, 66 ทวิ วรรคแรกและวรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 2 เดือน และปรับ 6,000 บาท กับปรับรายวันนับตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2559 ถึงวันที่ 17 พฤษภาคม 2559 ตามที่โจทก์ขอมา เป็นเวลา 28 วัน วันละ 120 บาท รวม 3,360 บาท ฐานฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานให้รื้อถอน จำคุก 2 เดือน และปรับ 6,000 บาท กับปรับรายวันนับแต่วันฝ่าฝืนคำสั่งจนถึงวันฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นเวลา 680 วัน วันละ 120 บาท รวม 81,600 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 120 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟังคำพิพากษาจนกว่าจำเลยจะปฏิบัติตามคำสั่ง ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กระทงละหนึ่งในสาม ฐานดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 เดือน 10 วัน และปรับ 4,000 บาท กับปรับจำเลยรายวันนับตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2559 ถึงวันที่ 17 พฤษภาคม 2559 ตามที่โจทก์ขอมา เป็นเวลา 28 วัน วันละ 80 บาท รวม 2,240 บาท ฐานฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานให้รื้อถอน จำคุก 1 เดือน 10 วัน และปรับ 4,000 บาท กับปรับจำเลยรายวันนับแต่วันฝ่าฝืนคำสั่งจนถึงวันฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น เป็นเวลา 680 วัน วันละ 80 บาท รวม 54,400 บาท รวมจำคุก 2 เดือน 20 วัน และปรับ 64,640 บาท กับให้ปรับจำเลยรายวันอีกวันละ 80 บาท นับตั้งแต่วันถัดจากวันฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้นจนกว่าจำเลยจะปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 กรณีกักขังแทนค่าปรับให้กักขังไม่เกินหนึ่งปี ส่วนข้อหาอื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังยุติว่า จำเลยดัดแปลงอาคารเลขที่ 27 หมู่ที่ 5 ตำบลพยุหะ อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กชั้นเดียวขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 8 เมตร รุกล้ำเข้าไปในชายตลิ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นการดัดแปลงอาคารและโครงสร้างอันมิใช่การซ่อมแซมหรือการดัดแปลงที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง โดยมิได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่ลงโทษจำคุกจำเลย 1 เดือน 10 วัน ปรับ 4,000 บาท ในความผิดฐานดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ความผิดฐานดังกล่าวยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 สำหรับความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ให้ระงับการดัดแปลงอาคาร ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยโจทก์ไม่ได้อุทธรณ์ จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ฟ้องของโจทก์ในข้อหาฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ให้รื้อถอนอาคารที่จำเลยดัดแปลงตามฟ้อง ข้อ 1.3 เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โจทก์บรรยายฟ้องว่า วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 เวลากลางวัน จำเลยทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้รื้อถอนอาคารดังกล่าวโดยชอบแล้ว ต่อมาวันที่ 22 มิถุนายน 2559 เวลากลางวัน จำเลยฝ่าฝืนคำสั่งไม่รื้อถอนอาคารดังกล่าวโดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวและไม่ได้รับการยกเว้นใด ๆ ตามกฎหมาย โดยอ้างว่าเป็นความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 42 มีบทลงโทษตามมาตรา 66 ทวิ ความผิดดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้จำเลยรื้อถอนอาคารได้ตามกฎหมาย และแจ้งคำสั่งให้จำเลยทราบโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ซึ่งอำนาจของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่จะสั่งให้รื้อถอนอาคารนั้น พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 42 บัญญัติว่า "ถ้าการกระทำตามมาตรา 40 เป็นกรณีที่ไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องได้ หรือเจ้าของอาคารมิได้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา 41 ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคาร ผู้ควบคุมงาน หรือผู้ดำเนินการรื้อถอนอาคารนั้นทั้งหมดหรือบางส่วนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดแต่ต้องไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ..." ดังนั้น เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะมีอำนาจสั่งให้จำเลยรื้อถอนอาคารที่ดัดแปลงโดยไม่ได้รับใบอนุญาตได้หรือไม่ ข้อเท็จจริงว่าอาคารดังกล่าวไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องได้ จึงเป็นเงื่อนไขที่กฎหมายบัญญัติไว้เป็นองค์ประกอบความผิดซึ่งต้องบรรยายให้ปรากฏในฟ้อง เพื่อนำมาพิจารณาถึงอำนาจของเจ้าพนักงานท้องถิ่น มิใช่เป็นรายละเอียดที่โจทก์สามารถนำสืบในชั้นพิจารณาได้ เมื่อฟ้องของโจทก์ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าอาคารที่จำเลยดัดแปลงโดยไม่ได้รับใบอนุญาตเป็นกรณีที่ไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องได้ การบรรยายฟ้องจึงไม่ครบองค์ประกอบความผิดในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมายที่โจทก์ขอให้ลงโทษ ฟ้องของโจทก์ในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ให้รื้อถอนอาคาร ที่จำเลยดัดแปลงตามฟ้องข้อ 1.3 จึงไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาให้ลงโทษจำเลยในข้อหาดังกล่าวมานั้น เป็นการไม่ชอบ กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาในข้ออื่นเพราะไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลง ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 42, 66 ทวิ คงลงโทษจำเลยฐานดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 เดือน 10 วัน และปรับ 4,000 บาท กับปรับรายวัน วันละ 80 บาท นับตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2559 ถึงวันที่ 17 พฤษภาคม 2559 รวม 2,240 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 กรณีกักขังแทนค่าปรับให้กักขังไม่เกินหนึ่งปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3463/2563 พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์ นาย ท. จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ · จำเลย - นาย ท.
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชัยรัตน์ ศิลาลาย · ภัทรศักดิ์ วรรณแสง · อำพันธ์ สมบัติสถาพรกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายสุประวัติ สมดี · ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายวรพจน์ อินทวดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.2912/2562

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4/2508ฎีกา 9026/2553ฎีกา 1392/2564ฎีกา 6435/2555ฎีกา 21848/2555ฎีกา 99/2541ฎีกา 1089/2559ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 9647/2557ฎีกา 1588/2479ฎีกา 4180/2548ฎีกา 8080/2538ฎีกา 5305/2539ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 4276/2534ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 5598/2540ฎีกา 1638/2492ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 6355/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา