⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3511/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3511/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้เสียหายรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแล้ว ระยะเวลาการฟ้องคดีแพ่งให้เริ่มนับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนนั้น

ย่อคำพิพากษา

ข้อเท็จจริงที่จำเลยละเว้นไม่ปฏิบัติหน้าที่อันเป็นความประมาทเลินเล่อในขณะเกิดเหตุได้ปรากฏในสำนวนการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนเพื่อหาตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแล้ว แม้คณะกรรมการมีความเห็นว่าไม่ควรให้จำเลยต้องรับผิดในทางแพ่ง ซึ่งกรมทางหลวงโจทก์เห็นพ้องด้วย จึงแจ้งให้กระทรวงการคลังทราบ แสดงว่าโจทก์ได้รู้ตัวผู้จะพึงต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในวันบันทึกแสดงข้อความที่เห็นพ้องด้วยกับความเห็นของคณะกรรมการ หาใช่ถือเอาวันที่ได้รับแจ้งจากกระทรวงการคลังว่าจำเลยต้องรับผิดเป็นวันที่โจทก์รู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่ เพราะโจทก์เป็นผู้เสียหายและเป็นนิติบุคคลมีอำนาจที่จะนำคดีขึ้นสู่ศาลได้เอง ไม่ต้องรอฟังคำสั่งจากกระทรวงการคลังแต่ประการใด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.448

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นลูกจ้างของโจทก์ มีหน้าที่เป็นยามเฝ้าดูแลรักษาอาคารสถานที่ทำการหน่วยงานก่อสร้างทางของโจทก์ จำเลยได้ละทิ้งหน้าที่อยู่เวรยามเป็นเหตุให้ผู้ก่อการร้ายวางเพลิงเผาอาคารดังกล่าวเสียหาย โจทก์ได้แจ้งให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน แต่จำเลยเพิกเฉย จึงขอให้พิพากษาบังคับ จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้จงใจหรือประมาทเลินเล่อทำให้โจทก์เสียหายฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คณะกรรมการสรุปผลการสอบสวนแล้วเห็นว่าอาคารถูกวางเพลิงโดยผู้ก่อการร้ายหรือทหารลาวแดงไม่ควรจะให้จำเลยรับผิดทางแพ่งเมื่อกรมทางหลวงได้รับรายงานของคณะกรรมการดังกล่าวก็มีความเห็นพ้องตามความเห็นของคณะกรรมการสอบสวน กรมทางหลวงแจ้งให้กระทรวงคมนาคมทราบกระทรวงคมนาคมมีหนังสือแจ้งให้กระทรวงการคลังทราบตามหนังสือลงวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๒๒ ที่สุดกระทรวงการคลังสั่งให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ ตามเอกสารหมาย จ.๘ และ จ.๙ เห็นว่าข้อเท็จจริงที่จำเลยละเว้นไม่ปฏิบัติหน้าที่อันเป็นความประมาทเลินเล่อในขณะเกิดเหตุได้ปรากฏในสำนวนการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนเพื่อหาตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแล้วและคณะกรรมการมีความเห็นว่าไม่ควรให้จำเลยต้องรับผิดในทางแพ่งซึ่งกรมทางหลวงก็เห็นพ้องด้วยกับความเห็นของคณะกรรมการดังกล่าว ย่อมแสดงว่าอธิบดีกรมทางหลวงได้รู้ตัวผู้จะพึงต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนรายนี้ในวันบันทึกแสดงข้อความที่เห็นด้วยกับความเห็นของคณะกรรมการ แต่ไม่ปรากฏในสำนวนว่าอธิบดีกรมทางหลวงบันทึกไว้เมื่อใด แต่ก็ต้องเป็นเวลาก่อนที่กระทรวงคมนาคมแจ้งเรื่องนี้ไปยังกระทรวงการคลังตามหนังสือลงวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๒๒ แม้จะนับตั้งแต่วันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๒๒ ถึงวันโจทก์ฟ้องจำเลยคดีนี้ วันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๒๓ เป็นเวลาเกิน ๑ ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๔๔๘ วรรคหนึ่ง หาใช่ถือเอาวันที่โจทก์ได้รับแจ้งจากกระทรวงการคลังว่าจำเลยต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นวันที่โจทก์รู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่ เพราะจำเลยเป็นลูกจ้างของกรมทางหลวง และอาคารที่ถูกวางเพลิงก็เป็นทรัพย์ที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรมทางหลวง กรมทางหลวงเป็นผู้เสียหายโดยเป็นนิติบุคคลมีอำนาจที่จะนำคดีขึ้นสู่ศาลได้เอง ไม่ต้องรอฟังคำสั่งจากกระทรวงการคลังแต่ประการใด พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3511/2525 กรมทางหลวง โจทก์ นายทองหล่อ หรือหล่อ ดวงอุปะ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมทางหลวง · จำเลย - นายทองหล่อ หรือหล่อ ดวงอุปะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)แถมชัย สิทธิไตรย์ · อาจ ปัญญาดิลก · ไพศาล สว่างเนตร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเลย - นายไพรัช เกิดศิริ · ศาลอุทธรณ์ - นายปลื้ม โชติษฐยางกูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 707/2507ฎีกา 4300/2543ฎีกา 5268/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 2908/2530ฎีกา 3089/2537ฎีกา 6304/2540ฎีกา 2685/2536ฎีกา 5095/2556ฎีกา 6560/2555ฎีกา 2225/2536ฎีกา 4258/2541ฎีกา 860/2525ฎีกา 588/2514ฎีกา 1913/2534ฎีกา 2499/2524ฎีกา 7231/2538ฎีกา 3763/2532ฎีกา 2562/2522ฎีกา 2425/2538ฎีกา 10930/2554ฎีกา 4085/2559ฎีกา 142/2535ฎีกา 282/2516
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา