⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3567/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3567/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อข้อเท็จจริงใดไม่ได้ถูกโต้แย้งโดยคู่ความในศาลชั้นต้น ให้ถือว่าข้อเท็จจริงนั้นเป็นที่ยุติและต้องรับฟังตามที่กล่าวอ้างในฟ้อง ข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาจะไม่รับวินิจฉัยให้.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์กล่าวในฟ้องว่า จำเลยที่ 2 เป็นผู้สลักหลังเช็คที่จำเลยที่ 1 นำมาทำสัญญาขายลดรับเงินสดจากโจทก์ จำเลยทั้งสองไม่ได้ให้การปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ในข้อนี้จึงต้องฟังข้อเท็จจริงว่าเช็คดังกล่าวจำเลยที่ 2 ได้ลงลายมือชื่อสลักหลังไว้ดังโจทก์ฟ้อง จำเลยยื่นคำให้การต่อสู้คดีเพียงว่ามีเหตุไม่ต้องรับผิดเสียดอกเบี้ยแก่โจทก์ หาได้ต่อสู้ในข้อไม่ต้องรับผิดในต้นเงินด้วยไม่ ฉะนั้นปัญหาว่าจำเลยจะต้องรับผิดในต้นเงินหรือไม่ จึงไม่ใช่ข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้ จำเลยที่ 1 นำเช็คซึ่งมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้สลักหลังมาทำสัญญาขายลดรับเงินสดจากโจทก์ โดยสัญญาว่าหากเช็คดังกล่าวถึงกำหนดชำระเงิน โจทก์ไม่ได้รับชำระเงินตามเช็ค จำเลยที่ 1 ยอมชำระเงินตามเช็คพร้อมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีแก่โจทก์เมื่อได้ความว่าโจทก์ไม่ได้รับชำระหนี้ตามเช็ค จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์ในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีส่วนจำเลยที่ 2 ต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์ในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 วรรคหนึ่ง เช็คคือหนังสือตราสารซึ่งผู้สั่งจ่ายสั่งธนาคารให้ใช้เงินจำนวนหนึ่งเมื่อทวงถามให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่งหรือให้ใช้ ตามคำสั่งของบุคคลอีกคนหนึ่งอันเรียกว่าผู้รับเงิน จึงเป็นทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 99 ซึ่งอาจโอนกรรมสิทธิ์กันได้ตามมาตรา 904, 917 และ 989 โจทก์จึงทำสัญญาซื้อขายลดเช็คอันเป็นสัญญาต่างตอบแทนประเภทหนึ่งซึ่งมีมูลหนี้อยู่ และนำสัญญาดังกล่าวมาฟ้องบังคับได้ และปัญหาว่าโจทก์จะใช้สิทธิฟ้องบังคับตามสัญญาขายลดเช็คได้หรือไม่ เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ข้อที่จำเลยอุทธรณ์ว่า ภาพถ่ายเช็คท้ายฟ้องจะมีต้นฉบับอยู่หรือไม่โจทก์ได้รับเงินตามเช็คจากผู้สั่งจ่ายแล้วหรือไม่จำเลยไม่ทราบ และตามภาพถ่ายเช็คท้ายฟ้องไม่ปรากฏว่าจำเลยลงลายมือชื่อสลักหลังไว้โจทก์ไม่มีพยานมาสืบ ทั้งโจทก์ไม่เคยบอกกล่าวให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์โจทก์ยังไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระเงินตามฟ้องนั้นไม่ใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยอำนาจฟ้องของโจทก์ เพราะไม่มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่าโจทก์มีสิทธิเป็นคู่ความได้หรือไม่เมื่อจำเลยไม่ได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ในศาลชั้นต้นจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 225

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.99 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.904 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.917 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.919 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.989

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ นำเช็คพิพาทซึ่งมีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้สลักหลังมาทำสัญญาขายลดรับเงินสดจากโจทก์โดยสัญญาว่าหากเช็คถึงกำหนดชำระเงิน โจทก์ไม่ได้รับชำระเงินตามเช็ค จำเลยที่ ๑ ยอมชำระเงินตามจำนวนในเช็คพร้อมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี แก่โจทก์ ต่อมาเมื่อเช็คถึงกำหนดโจทก์เรียกเก็บเงินตามเช็คไม่ได้เพราะธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จึงขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินจำนวนตามเช็คแก่โจทก์และให้จำเลยที่ ๑ ใช้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ส่วนจำเลยที่ ๒ ให้ใช้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองไม่อาจชำระหนี้ตามเช็คพิพาทให้โจทก์ได้ เพราะความผิดของโจทก์ที่หน่วงเหนี่ยวไม่ให้จำเลยไถ่ถอนจำนองเพื่อปลดเปลื้องหนี้สินของจำเลย ทำให้ดอกเบี้ยหนี้เบิกเกินบัญชีเพิ่มพูนขึ้นจำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องรับผิดในดอกเบี้ยที่โจทก์เรียกร้องมา และจำเลยไม่เคยได้รับหนังสือทวงถามของโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีไม่มีประเด็นข้อพิพาท จึงมีคำสั่งให้งดสืบพยานแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินตามจำนวนในเช็คพิพาทแก่โจทก์ให้จำเลยที่ ๑ ชำระดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี ส่วนจำเลยที่ ๒ ให้ร่วมรับผิดชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่าจำเลยที่ ๒ ไม่ได้สลักหลังเช็คนั้น ปรากฏตามคำฟ้องของโจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยที่ ๒ เป็นผู้สลักหลังเช็คทั้งยังปรากฏตามเอกสารหมาย จ.๔ ท้ายฟ้องว่าเช็คฉบับนี้มีลายมือชื่อของจำเลยที่ ๒ ด้านหลังตั๋วอันเป็นการสลักหลังลอยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๑๙, ๙๘๙ จำเลยทั้งสองไม่ได้ให้การปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ในข้อนี้ จึงต้องฟังข้อเท็จจริงว่าเช็คดังกล่าวจำเลยที่ ๒ ได้ลงลายมือชื่อของตนสลักหลังไว้ดังคำฟ้องของโจทก์ จำเลยทั้งสองฎีกาข้อที่สองว่า จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธอ้างเหตุที่ไม่ต้องชำระเงินตามฟ้องแก่โจทก์ โจทก์จึงต้องนำสืบให้เห็นว่าจำเลยมีความรับผิดที่จะต้องชำระเงินตามฟ้องแก่โจทก์ หากนำสืบไม่ได้ศาลต้องยกฟ้อง ศาลฎีกาเห็นว่าในชั้นจำเลยทั้งสองยื่นคำให้การ จำเลยต่อสู้คดีเพียงว่ามีเหตุไม่ต้องรับผิดเสียดอกเบี้ยให้แก่โจทก์หาได้ต่อสู้ในข้อไม่ต้องรับผิดในต้นเงินด้วยไม่ ฉะนั้นปัญหาว่าจำเลยทั้งสองจะต้องรับผิดในต้นเงินหรือไม่ จึงไม่ใช่ข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยส่วนความรับผิดของจำเลยในเรื่องดอกเบี้ยนั้น ปรากฏตามสัญญาขายลดเช็คว่า ถ้าจำเลยที่ ๑ ผิดนัดไม่ใช้เงินตามเช็ค จำเลยที่ ๑ ยอมรับผิดใช้เงินตามเช็คพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี คดีนี้ได้ความว่าโจทก์ไม่ได้รับชำระหนี้ตามเช็คที่จำเลยที่ ๑ นำมาขายแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ตามข้อสัญญาดังกล่าวนับแต่วันที่โจทก์ไม่ได้รับเงินตามเช็คซึ่งถือว่าเป็นวันผิดนัด ดังที่บัญญัติไว้ในความตอนท้ายของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๒๔ วรรคหนึ่งส่วนจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้สลักหลังเช็คที่โจทก์เป็นผู้ทรงนอกจากจะต้องใช้เงินตามเช็คแก่โจทก์ตั้งแต่วันธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๑๔, ๙๘๙ แล้ว ยังต้องชำระดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามความในตอนแรกของมาตรา ๒๒๔ วรรคหนึ่งอีกด้วยด้วยเหตุนี้จำเลยทั้งสองจึงต้องชำระดอกเบี้ยตามฟ้องแก่โจทก์นับแต่วันธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยทั้งสองฎีกาต่อไปว่า สัญญาขายลดเช็คเป็นสัญญาที่บังคับกันไม่ได้โจทก์จึงไม่อาจฟ้องจำเลยโดยใช้สิทธิตามสัญญานี้ ศาลฎีกาเห็นว่าการใช้สิทธิฟ้องบังคับตามสัญญาดังกล่าวเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ แต่เห็นว่าเช็คนั้นคือหนังสือตราสารซึ่งผู้สั่งจ่ายสั่งธนาคารให้ใช้เงินจำนวนหนึ่งเมื่อทวงถามให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่งหรือให้ใช้ตามคำสั่งของบุคคลอีกคนหนึ่งอันเรียกว่าผู้รับเงินจึงเป็นทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๙ ซึ่งอาจโอนกรรมสิทธิ์กันได้ตามมาตรา ๙๐๔, ๙๑๗ และ ๙๘๙ โจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจการธนาคารจึงย่อมทำสัญญาซื้อขายลดเช็คอันเป็นสัญญาต่างตอบแทนประเภทหนึ่งซึ่งมีมูลหนี้อยู่ตามสัญญาขายลดเช็คได้เพราะไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายใดห้ามไว้ โจทก์จึงนำสัญญาดังกล่าวมาฟ้องบังคับจำเลยที่ ๑ ได้ ส่วนที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า ในชั้นอุทธรณ์จำเลยได้อุทธรณ์ว่าภาพถ่ายเช็คท้ายฟ้องจะมีต้นฉบับอยู่หรือไม่ และโจทก์ได้รับชำระเงินตามเช็คดังกล่าวจากผู้สั่งจ่ายแล้วหรือไม่ จำเลยทั้งสองไม่ทราบตามภาพถ่ายเช็คท้ายฟ้องไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองลงลายมือชื่อสลักหลังไว้ โจทก์ไม่มีพยานมาสืบ ทั้งโจทก์ไม่เคยบอกกล่าวให้จำเลยทั้งสองชำระเงินแก่โจทก์ โจทก์ยังไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระเงินตามฟ้อง แต่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยโดยอ้างว่าจำเลยเพิ่งมากล่าวอ้างในคำฟ้องอุทธรณ์จำเลยเห็นว่าอุทธรณ์เหล่านี้เป็นข้อกฎหมายว่าด้วยอำนาจฟ้องแม้จำเลยไม่ต่อสู้ไว้ในศาลชั้นต้นก็ไม่เป็นเหตุที่ศาลอุทธรณ์จะไม่รับวินิจฉัยศาลฎีกาเห็นว่าข้ออุทธรณ์ของจำเลยดังกล่าวไม่ใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยอำนาจฟ้องของโจทก์แต่อย่างใดเพราะไม่มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่าโจทก์มีสิทธิเป็นคู่ความได้หรือไม่ เมื่อจำเลยทั้งสองไม่ได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ในศาลชั้นต้น จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๕ วรรคหนึ่ง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3567/2525 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด โจทก์ บริษัทช.เคหะกิจเจริญ จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด · จำเลย - บริษัทช.เคหะกิจเจริญ จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสมา รัตนมาลัย · สุนทร วรรณแสง · ประมุข สวัสดิ์มงคล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายถวิล ตรีเพชร · ศาลอุทธรณ์ - นายไพรัช วงศ์วัฒนะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 10166/2539ฎีกา 681/2506ฎีกา 770/2535ฎีกา 2439/2531ฎีกา 99/2541ฎีกา 1452/2511ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7903/2568ฎีกา 3136/2524ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 4873/2528ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 1765/2492ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา