⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3732/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3732/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ความเสียหายที่เกิดจากการปลอมเอกสารต้องเป็นความเสียหายที่เกิดจากข้อความในเอกสารนั้นโดยตรง 2. การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ต้องมีเจตนาเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น

ย่อคำพิพากษา

ความเสียหายที่เกิดขึ้นสำหรับความผิดฐานปลอมเอกสารจะต้องเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นเพราะข้อความแห่งเอกสารนั้น เมื่อข้อความในเอกสารที่โจทก์อ้างว่าจำเลยปลอมไม่มีข้อความเกี่ยวถึงตัวโจทก์ การที่โจทก์ต้องเสียที่ดินไปเป็นเรื่องของการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์โดยผู้นำชี้นำชี้ทับที่ดินของโจทก์ ซึ่งเป็นคนละกรณีกับการปลอมใบมอบอำนาจ โจทก์จึงมิใช่ผู้เสียหายฐานปลอมและใช้เอกสารปลอม เมื่อข้อเท็จจริงตามคำบรรยายฟ้องไม่มีข้อที่แสดงว่าจำเลยกระทำไป เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น หรือเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นแล้วคำฟ้องดังกล่าวจึงขาดองค์ประกอบความผิดในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เป็นคำฟ้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายอาญา ม.157 ประมวลกฎหมายอาญา ม.264 ประมวลกฎหมายอาญา ม.265

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ กับพวกร่วมกันปลอมใบมอบอำนาจอันเป็นเอกสารของทางราชการกรมที่ดิน ให้มีข้อความว่าจำเลยที่ ๑ เป็นผู้รับมอบอำนาจจากนายแสวงและนางสวิง เกษรหอม ให้มีอำนาจจัดการยื่นคำขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์และอื่น ๆ จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ได้ลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อผู้มอบอำนาจว่าเป็นลายมือชื่ออันแท้จริงของนายแสวงและนางสวิง เกษรหอม ซึ่งเป็นความเท็จ การกระทำดังกล่าวอาจเกิดความเสียหายแก่โจทก์ ต่อมาจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ได้นำใบมอบอำนาจปลอมดังกล่าวไปยื่นแสดงต่อเจ้าพนักงานที่ดิน เพื่อขอหนังสือรับรองการทำประโยชน์เจ้าพนักงานที่ดินหลงเชื่อว่าเป็นความจริง จึงทำการไต่สวนผู้นำพิสูจน์ที่ดินแล้วออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ทับที่ดินของโจทก์และจดทะเบียนขายที่ดินดังกล่าวให้จำเลยที่ ๒ การใช้เอกสารปลอมทำให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์และจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๔ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายได้ร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติไม่ตรวจดูลายมือชื่อในใบมอบอำนาจว่าจะเหมือนลายมือชื่อในแบบแจ้งการครอบครองหรือไม่ โดยจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นกำนันทราบดีอยู่แล้วว่าลายมือชื่อในใบมอบอำนาจไม่ใช่ลายมือชื่อของผู้มอบอำนาจที่แท้จริง ส่วนจำเลยที่ ๔ ซึ่งเป็นเสมียนที่ดินอำเภอรับเรื่องราวการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์แล้วได้ออกทำการรังวัดไต่สวนพิสูจน์ที่ดินเป็นเท็จทำให้เจ้าพนักงานที่ดินหลงเชื่อ จึงออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ทับที่ดินโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๓, ๘๖, ๑๕๗, ๒๖๔, ๒๖๕ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า สำหรับข้อหาฐานปลอมและใช้เอกสารปลอม เห็นว่าหากจำเลยทั้งสามร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอมจริงผู้ที่ได้รับความเสียหายมีอำนาจฟ้องคดีนี้คือนายแสวงและนางสวิงเกษรหอม หาใช่โจทก์ไม่ที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์เสียที่ดินไปเนื่องจากการปลอมใบมอบอำนาจ โจทก์จึงเป็นผู้เสียหายมีอำนาจฟ้องคดีนั้น เห็นว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นสำหรับความผิดฐานปลอมเอกสารจะต้องเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นเพราะข้อความแห่งเอกสารนั้น แต่ข้อความในเอกสารที่โจทก์อ้างว่าจำเลยทั้งสามปลอมไม่มีข้อความเกี่ยวถึงตัวโจทก์เลยการที่โจทก์ต้องเสียที่ดินไปเป็นเรื่องของการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์โดยผู้นำชี้นำชี้ทับที่ดินของโจทก์ซึ่งเป็นคนละกรณีกับการปลอมใบมอบอำนาจโจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ในข้อหาปลอมและใช้เอกสารปลอม สำหรับข้อหาฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ นั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงตามที่โจทก์บรรยายไม่มีข้อที่แสดงว่า จำเลยกระทำไปเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น อันเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต แม้จะถือว่าจำเลยปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ก็ต้องมีเจตนาพิเศษคือเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น แต่โจทก์มิได้กล่าวมาในคำฟ้อง จึงขาดองค์ประกอบความผิด เป็นคำฟ้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘(๕) พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3732/2525 นายอาคม ศุระศรางค์ โจทก์ นายจำรัส ชินนะ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอาคม ศุระศรางค์ · จำเลย - นายจำรัส ชินนะ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อัมพล สุวรรณภักดี · สหัส สิงหวิริยะ · เสนอ ศรนิยม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกาญจนบุรี - นายวิชัย เหลืองวิไล · ศาลอุทธรณ์ - นายนาม ยิ้มแย้ม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 8080/2538ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 605/2511ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1220/2510ฎีกา 1294/2509ฎีกา 11720/2555ฎีกา 884/2484ฎีกา 2766/2546ฎีกา 2292/2540ฎีกา 514/2486ฎีกา 1857/2492ฎีกา 278/2484ฎีกา 1813/2531ฎีกา 1783/2536ฎีกา 9368/2552ฎีกา 2386/2541ฎีกา 1211/2481
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา