⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 422/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 422/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกล่าวข้อความหาเสียงเลือกตั้งโดยสุจริต ติชมด้วยความเป็นธรรม หรือเป็นการป้องกันส่วนได้เสียอันชอบธรรม ย่อมไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท

ย่อคำพิพากษา

เมื่อมีพฤติการณ์ที่ทำให้จำเลยเชื่อโดยสุจริตใจว่า ผู้เสียหายทุจริตในขณะเป็นกรรมการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการ จำเลยจึงกล่าวข้อความเช่นนั้นในขณะพูดหาเสียงให้แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลซึ่งผู้เสียหายเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งด้วย จึงเป็นการแสดงข้อความโดยสุจริต ติชมด้วยความเป็นธรรมอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 (3) และเนื่องจากจำเลยเป็นผู้สมัครสอบในครั้งนั้นด้วย การกระทำของจำเลยจึงเป็นการป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม ตามมาตรา 329 (1) อีกด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.329

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้หมิ่นประมาทนายเกียรติผู้เสียหายด้วยการโฆษณาโดยใช้เครื่องกระจายเสียง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๒๖, ๓๒๘ ฯลฯ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๒๖, ๓๒๘ ลงโทษปรับ ๖๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยและนายบรรเทิง สมัครสอบเข้าทำงานเป็นเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยของเทศบาลเมืองมหาสารคาม นายบรรเทิงสอบได้จำเลยสอบไม่ได้ หลังจากนายบรรเทิงเข้าทำงานได้ประมาณ ๒เดือนก็ถูกนายเกียรติผู้เสียหายในฐานะนายกเทศมนตรีสั่งให้ออกจากงานฐานละทิ้งหน้าที่ราชการ นายคำบิดาของนายบรรเทิงมีหนังสือร้องเรียนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดว่า ในการสอบเข้าทำงานนายคำได้ให้เงินผู้เสียหาย ๑๕,๐๐๐ บาทตามคำเรียกร้องเพื่อช่วยให้นายบรรเทิงสอบได้ เมื่อนายบรรเทิงถูกผู้เสียหายสั่งให้ออกจากงานโดยไม่มีเหตุอันสมควรจึงขอเงินคืน แต่ผู้เสียหายไม่ให้ ต่อมาผู้เสียหายคืนเงินให้นายคำ นายคำจึงไปขอถอนคำร้องต่อผู้ว่าราชการจังหวัดโดยอ้างว่าตามที่ร้องเรียนนั้นไม่เป็นความจริง เมื่อคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินมาสอบสวนนายคำและนายบรรเทิงก็ให้การว่าถอนคำร้องเพราะได้รับเงินคืนจากผู้เสียหายแล้ว ตามพฤติการณ์ดังกล่าวมานี้แม้ข้อที่นายคำและนายบรรเทิงกล่าวหาผู้เสียหายนั้นจะเป็นความจริงหรือไม่ก็ตาม แต่ก็มีเหตุที่ทำให้จำเลยเชื่อโดยสุจริตใจว่าการที่นายบรรเทิงสอบได้เพราะผู้เสียหายช่วยเหลือเนื่องจากได้รับเงินเป็นค่าตอบแทน ส่วนจำเลยซึ่งไม่มีเงินให้จึงสอบไม่ได้ การที่จำเลยกล่าวข้อความว่า "นายเกียรติกินเงินผู้ที่สอบเข้าทำงานเป็นเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยของเทศบาลเมืองมหาสารคาม และนายเกียรติได้ใช้ให้รองปลัดเทศบาลตัดคะแนนของนายทวี (จำเลย) ตัวนายทวีเองเป็นคนจนไม่มีเงินให้นายเกียรติจึงสอบไม่ได้" ในขณะพูดหาเสียงให้แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาล ก็เพื่อให้ประชาชนใช้ดุลพินิจเลือกคนดีมีความซื่อสัตย์สุจริตเข้าไปบริหารบ้านเมือง อันเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นส่วนรวม จึงถือได้ว่าเป็นการแสดงข้อความโดยสุจริต ติชมด้วยความเป็นธรรมอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ ต้องตามมาตรา ๓๒๙(๓) แห่งประมวลกฎหมายอาญา และเนื่องจากจำเลยเป็นผู้สมัครสอบในครั้งนั้นด้วยผู้หนึ่ง การกระทำของจำเลยจึงเป็นการป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรมต้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๙(๑) อีกด้วย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 422/2525 พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคาม โจทก์ นายทวี อุฑาทิพย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคาม · จำเลย - นายทวี อุฑาทิพย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พินิจ สังขนันท์ · ทวี กสิยพงศ์ · ธาดา วัชรานันท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดมหาสารคาม - นายชัยนาท พันตาวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเจริญ แสนเยีย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 347/2519ฎีกา 4324/2552ฎีกา 3/2542ฎีกา 1140/2522ฎีกา 117/2529ฎีกา 437/2505ฎีกา 256/2518ฎีกา 1543/2519ฎีกา 858/2523ฎีกา 933/2493ฎีกา 3553/2550ฎีกา 108/2525ฎีกา 846/2505ฎีกา 1342/2517ฎีกา 613/2532ฎีกา 4960/2533ฎีกา 8511/2554ฎีกา 2143/2530ฎีกา 1756/2521ฎีกา 1077/2504ฎีกา 990/2508ฎีกา 406/2567ฎีกา 1183/2510ฎีกา 1124/2507
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา