⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 482/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 482/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ซื้อทราบว่าทรัพย์สินที่ซื้อนั้นมีบุคคลอื่นครอบครองอยู่แล้วโดยมีสิทธิอันสมบูรณ์ ย่อมถือว่าผู้ซื้อไม่สุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1330 และไม่อาจยกข้ออ้างเรื่องการได้มาซึ่งสิทธิโดยการซื้อขายปรปักษ์มาใช้บังคับได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาทซึ่งโจทก์อ้างว่าได้มาโดยซื้อจากการขายทอดตลาดของศาลในคดีหนึ่ง จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยมีส่วนเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทครึ่งหนึ่งตามคำพิพากษาฎีกาที่ได้พิพากษาในคดีที่โจทก์อ้าง และโจทก์ไม่สุจริตซื้อที่ดินพิพาททั้ง ๆ ที่ทราบว่าจำเลยครอบครองเป็นส่วนสัดมาเป็นเวลาร่วม 20 ปี จึงฟ้องแย้งขอให้เพิกถอนการซื้อขายที่ดินพิพาทเฉพาะส่วนของจำเลย ดังนี้ เป็นฟ้องแย้งที่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิมโดยตรง เพราะเป็นเรื่องที่จำเลยกล่าวอ้างถึงความไม่สุจริตของโจทก์ในการซื้อที่ดินพิพาท อันจะทำให้โจทก์ไม่ได้รับความคุ้มครองตาม ป.พ.พ. ม.1330 จึงชอบที่ศาลจะรับฟ้องแย้งไว้พิจารณาต่อไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1330

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ไม่รับฟ้องแย้งของจำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยมีว่าฟ้องแย้งขอเกี่ยวกับคำฟ้งเดิมชอบที่จะรับไว้พิจารณาหรือไม่ เห็นว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินพิพาท ซึ่งโจทก์อ้างว่าได้มาโดยซื้อจากการขายทอดตลาดของศาลจังหวัดลำพูนตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 7/2517 จำเลยให้การและฟ้องแย้งความว่าจำเลยมีส่วนเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทครึ่งหนึ่งตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ได้พิพากษาในคดีแพ่งของศาลจังหวัดลำพูนดังกล่าว และโจทก์ซื้อที่ดินพิพาทจากการขายทอดตลาดทั้ง ๆ ที่ทราบว่าจำเลยครอบครองตั้งบ้านเรือนเป็นส่วนสัดอยู่ในที่ดินพิพาทางด้านทิศเหนือมาเป็นเวลาร่วม 20 ปี เป็นการกระทำโดยไม่สุจริต โจทก์ไม่ได้รับความคุ้มครองจำเลยจึงฟ้องแย้งแล้วขอให้เพิกถอนการซื้อขายที่ดินพิพาทเฉพาะส่วนของจำเลย ดังนี้ เห็นได้ชัดเจนว่าฟ้องแย้งของจำเลยมิใช่เป็นเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิม หากแต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิมโดยตรงและมิได้เกี่ยวพ้นถึงเจ้าพนักงานบังคับคดีประการใด เพราะเป็นเรื่องที่จำเลยกล่าวอ้างถึงความไม่สุจริตของโจทก์ในการซื้อที่ดินพิพาทจากการขายทอดตลาด อันจะเป็นการทำให้โจทก์ไม่ได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1330 จึงชอบที่ศาลจะรับฟ้องแย้งของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสาม คำวินิจฉัยของศาลล่างทั้งสองไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ เป็นให้รับฟ้องแย้งของจำเลย และให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้สำหรับศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษา" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 482/2525 นายทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ โจทก์ นางเกี๋ยงพร มโนพิงค์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ · จำเลย - นางเกี๋ยงพร มโนพิงค์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กิติ บูรพรรณ์ · ชลูตม์ สวัสดิทัต · อุดม บรรลือสินธุ์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 119/2532ฎีกา 4484/2536ฎีกา 6555/2538ฎีกา 1816/2534ฎีกา 3827/2542ฎีกา 234/2491ฎีกา 759/2519ฎีกา 8087/2543ฎีกา 1601/2529ฎีกา 2881/2532ฎีกา 486/2492ฎีกา 1840/2538ฎีกา 8727/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา