⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 488/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 488/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีซ้ำในประเด็นที่ได้มีการวินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันและคดีถึงที่สุดไปแล้ว ต้องห้ามตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำเลยเคยมีคดีฟ้องร้องพิพาทกันเกี่ยวกับการแบ่งสินสมรสซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาให้แบ่งสินสมรสตามที่คู่ความตกลงประนีประนอมยอมความกัน และคดีถึงที่สุดไปแล้วการที่โจทก์กลับมาฟ้องขอแบ่งสินสมรสจากจำเลยอีก ไม่ว่าทรัพย์ในคดีนี้จะเป็นทรัพย์รายเดียวกันกับคดีก่อนหรือต่างรายกัน ก็ยังเป็นการฟ้องร้องในประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันอยู่นั่นเอง จึงต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. ม.148

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจแัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เดิมโจทก์และจำเลยเป็นสามีภริยากัน มีบุตรด้วยกัน 1 คน ต่อมาโจทก์และจำเลยต่างเป็นโจทก์ฟ้องซึ่งกันและกัน ปรากฏตามคดีแพ่งของศาลจังหวัดอุดรธานีหมายเลขแดงที่ 248-249/2521 โดยสำนวนแรก จำเลยเป็นโจทก์ฟ้องโจทก์เป็นจำเลยขอหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยา ขอแบ่งสินสมรสและขอเป็นผู้ปกครองบุตร และสำนวนหลัง โจทก์ฟ้องจำเลย ขอหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยา และขอแบ่งสินสมรส ในคดีทั้งสองสำนวนดังกล่าวมีประเด็นข้อพิพาทเกี่ยวกับทรัพย์สินหลายรายการ รวมทั้งที่ดินโฉนดเลขที่ 1056 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยห้องแถวเลขที่ 90,91,92 ที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญ เนื้อที่ 15 ไร่ซึ่งอยู่ที่นิคมสงเคราะห์ เขื่อนอุบลรัตน์ และที่ดินโฉนดเลขที่ 11301ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ซึ่งโจทก์ฟ้องขอแบ่งจากจำเลยในคดีนี้ ในที่สุดโจทก์และจำเลยได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันต่อหน้าศาล โดยยอมหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากัน และแบ่งสินสมรสกัน ซึ่งศาลได้พิพากษาให้คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาดไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นแล้ว แต่ตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวมิได้กล่าวถึงทรัพย์สินซึ่งโจทก์ฟ้องขอแบ่งจากจำเลยในคดีนี้ คดีคงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้เป็นการฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งเลขแดงที่ 248-249/2521ของศาลจังหวัดอุดรธานีหรือไม่ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า โจทก์และจำเลยในคดีนี้ได้เคยมีคดีฟ้องร้องพิพาทกันเกี่ยวกับการแบ่งสินสมรสมาแล้ว ซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาให้แบ่งสินสมรสตามที่คู่ความตกลงประนีประนอมยอมความกันจนคดีถึงที่สุดไปแล้ว การที่โจทก์กลับมาฟ้องขอแบ่งสินสมรสจากจำเลยอีกย่อมเป็นการรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 148 ไม่ว่าทรัพย์ที่โจทก์ฟ้องขอแบ่งจากจำเลยในคดีนี้จะเป็นทรัพย์รายเดียวกันกับคดีก่อนหรือต่างรายกัน ก็ยังเป็นการฟ้องร้องในประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันอยู่นั้นเอง" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 488/2525 นายทองจูม ภักดีพรหมา โจทก์ นางชวนพิศ แสนสีหา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายทองจูม ภักดีพรหมา · จำเลย - นางชวนพิศ แสนสีหา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศักดิ์ สนองชาติ · เฟื่องขจิต รัศมิภูติ · สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2354/2566ฎีกา 2570/2554ฎีกา 345/2495ฎีกา 2779/2544ฎีกา 26/2524ฎีกา 4742/2553ฎีกา 945/2504ฎีกา 1030/2509ฎีกา 2585/2525ฎีกา 3195/2540ฎีกา 5283/2540ฎีกา 3785/2545ฎีกา 7706/2548ฎีกา 1182/2491ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4991/2552ฎีกา 1228/2539ฎีกา 1081/2549ฎีกา 1642/2545ฎีกา 261/2506ฎีกา 1592/2521ฎีกา 218/2481ฎีกา 3895/2533ฎีกา 265/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา