⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 572/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 572/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งบอกเลิกสัญญาเพราะอีกฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา คู่สัญญาฝ่ายที่บอกเลิกสัญญามีหน้าที่ต้องคืนเงินที่ได้รับไว้แล้วให้แก่คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง เพื่อให้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม หากมีค่าเสียหายเกิดขึ้น คู่สัญญาสามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ แต่หากไม่ได้ฟ้องเรียกค่าเสียหาย ก็ไม่มีสิทธิริบเงินที่ได้รับไว้แล้ว.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ทำสัญญาจองห้องแถวกับจำเลย 6 ห้อง ชำระค่าก่อสร้างเป็นเงินสดและเช็ค เช็คบางฉบับขึ้นเงินไม่ได้ แม้โจทก์จะเป็นฝ่ายผิดสัญญาเมื่อจำเลยใช้สิทธิเลิกสัญญาโดยมีหนังสือบอกเลิกสัญญาไปยังโจทก์ จำเลยต้องคืนเงินค่าก่อสร้างที่ได้ชำระไว้แล้วให้โจทก์ เพื่อให้โจทก์ได้กลับคืนสู่ ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม หากจำเลยได้รับความเสียหายก็มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายได้ แต่จำเลยก็มิได้ฟ้องแย้งเรียกค่าเสียหาย จึงไม่มีสิทธิริบเงินที่โจทก์ได้ชำระไว้แล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.391

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 192,000บาท พร้อมดอกเบี้ย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ทางพิจารณาข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคล มีจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2519 โจทก์ทำสัญญาจองห้องแถวกับจำเลยจำนวน 6 ห้อง คือห้องเลขที่ 117/118, 117/119, 117/120, 117/121,117/122 และ 117/123 โจทก์ได้ชำระค่าก่อสร้างให้จำเลยในวันทำสัญญารวม 192,000 บาท โดยชำระเป็นเงินสด 20,000 บาท กับออกเช็คล่วงหน้าให้อีก 4 ฉบับ ฉบับแรกเป็นเงิน 40,000 บาท ฉบับที่สองและฉบับที่สามเป็นเงินฉบับละ 55,000 บาท และฉบับที่สี่เป็นเงิน 22,000บาท ตามเอกสารหมาย 1 ถึง 6 ท้ายฟ้อง ต่อมาปรากฏว่าเช็คฉบับแรกและฉบับที่สองขึ้นเงินได้ส่วนอีก 2 ฉบับจำเลยที่ 2 โอนให้บุคคลภายนอก และขึ้นเงินไม่ได้เพราะโจทก์ไปแจ้งอายัดไว้ไม่ให้ธนาคารจ่ายเงิน วันที่ 21มีนาคม 2521 จำเลยที่ 2 มีหนังสือบอกเลิกสัญญาจองห้องแถวเลขที่ 117/121, 117/122 และ 117/123 ไปยังโจทก์ ตามเอกสารหมาย ล.3 และให้โจทก์ไปจดทะเบียนการเช่าห้องแถวเลขที่ 117/118, 117/119, และ 117/120 ตามเอกสารหมาย ล.4 วันที่ 30 มีนาคม 2521 โจทก์กับจำเลยไปพบกันที่ที่ว่าการเขตบางกอกใหญ่ แต่ตกลงกันไม่ได้ วันที่ 4เมษายน 2521 จำเลยที่ 2 มีหนังสือบอกเลิกสัญญาจองห้องแถวทั้งหกห้องไปยังโจทก์ ตามเอกสารหมาย จ.2 หรือ ล.7 เหตุที่จำเลยไม่ยอมจดทะเบียนการเช่าห้องแถวให้โจทก์ เพราะโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาไม่ชำระค่าก่อสร้างให้เรียบร้อยตามที่ได้ตกลงกันไว้ วันที่ 9 มีนาคม 2520 นางอุทร พันธ์อุดมนำเช็คฉบับที่สาม ซึ่งโจทก์มอบให้จำเลยเป็นค่าก่อสร้างไปฟ้องโจทก์ต่อศาลอาญา ฐานออกเช็คเพื่อจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค ตามคดีหมายเลขแดงที่ 13299/2520 ต่อมาโจทก์ได้ชำระเงินตามเช็คให้นายอุทรเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2520 ส่วนเช็คฉบับที่สี่โจทก์ก็ได้ชำระเงินตามเช็คให้ผู้ทรงแล้ว พิเคราะห์แล้ว ปัญหาข้อแรกที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยจึงมีสิทธิริบเงินที่โจทก์ได้ชำระไว้แล้วนั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 วรรคแรก บัญญัติว่า "เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม แต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่" และวรรคสุดท้าย บัญญัติว่า "การใช้สิทธิเลิกสัญญานั้นหากระทบกระทั่งถึงสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายไม่" ศาลฎีกาเห็นว่าคดีนี้แม้โจทก์จะเป็นฝ่ายผิดสัญญา เมื่อจำเลยได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาโดยมีหนังสือบอกเลิกสัญญาจองห้องแถวทั้งหกห้องไปยังโจทก์ ตามเอกสารหมาย จ.2 จำเลยจึงต้องคืนเงินค่าก่อสร้างที่ได้ชำระไว้แล้วให้โจทก์ เพื่อให้โจทก์ได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม หากจำเลยได้รับความเสียหายก็มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายได้ แต่จำเลยก็มิได้ฟ้องแย้งเรียกค่าเสียหายจากโจทก์แต่อย่างใด จำเลยจึงไม่มีสิทธิริบเงินที่โจทก์ได้ชำระไว้แล้ว ส่วนข้อที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยได้รับเงินค่าจองห้องเพียง 115,000 บาทและจำเลยมิได้เป็นผู้ผิดนัด การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 192,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยให้โจทก์ เป็นการไม่ชอบ และจำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิดตามสัญญาจองห้องแถวด้วยนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าปัญหาดังกล่าวจำเลยมิได้อุธทรณ์ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2518 มาตรา 7 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 572/2525 นายวิเชียร วรปิยะวัฒน์ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด แสงสามชัยก่อสร้าง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวิเชียร วรปิยะวัฒน์ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด แสงสามชัยก่อสร้าง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อาจ ปัญญาดิลก · สุไพศาล วิบุลศิลป์ · ไพศาล สว่างเนตร
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1195/2511ฎีกา 5238/2542ฎีกา 4071/2533ฎีกา 265/2510ฎีกา 223-235/2525ฎีกา 1667/2535ฎีกา 7138/2544ฎีกา 1025/2487ฎีกา 716/2525ฎีกา 367/2517ฎีกา 4921/2549ฎีกา 7705/2544ฎีกา 4179/2539ฎีกา 2732/2522ฎีกา 9652/2539ฎีกา 119/2540ฎีกา 4265/2539ฎีกา 4580/2528ฎีกา 6135/2540ฎีกา 3505/2543ฎีกา 2474/2516ฎีกา 6152/2544ฎีกา 4425/2565ฎีกา 1710/2556
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา