⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1119/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1119/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การทะเลาะวิวาทที่เกิดจากการเมาสุรา ไม่ถือเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย และการทำร้ายผู้ตายหลายครั้งหลายแห่ง โดยเฉพาะที่หน้าอกจนถึงแก่ความตาย แสดงให้เห็นถึงเจตนาฆ่า

ย่อคำพิพากษา

จำเลย ผู้เสียหายและผู้ตายต่างเมาสุราแล้วเป็นปากเสียงทะเลาะวิวาทกันในวงสุรา และต่อเนื่องมาจนเกิดเหตุจำเลยแทงผู้เสียหายและผู้ตายเป็นเรื่องต่างสมัครใจวิวาทเข้าทำร้ายกันเนื่องจากขาดสติเพราะเมาสุรา จำเลยจะอ้างว่าเป็นการป้องกันตนโดยชอบหาได้ไม่ผู้ตายมีบาดแผลถึง 8 แผลโดยเฉพาะที่หน้าอกมีถึง 6 แผล และทะลุเข้าหัวใจ เป็นเหตุให้ถึงตายแสดงว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 295 ลงโทษตามมาตรา 288 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 12 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุ จำเลยได้ใช้มีดปลายแหลมแทงทำร้ายนายเฉ็ม นนทรีย์ ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บและนายล้วน นนทรีย์ ผู้ตายถึงแก่ความตายจริงจำเลยฎีกาว่านายเฉ็มผู้เสียหายและนายล้วนผู้ตายได้บุกรุกเข้าไปทำร้ายจำเลยถึงหน้าบ้านจำเลยโดยนายล้วนใช้มีดแทงทำร้ายมีดบาดแผลหลายแห่งและนายเฉ็มใช้ไม้ตีจำเลย จำเลยจึงหยิบมีดจากโต๊ะแทงนายเฉ็ม 1 ทีถูกนายเฉ็มล้มลง นายล้วนซึ่งอยู่ห่างประมาณ 5 เมตร ได้ใช้อาวุธปืนยิงจำเลย 1 นัด ถูกที่ข้อศอกขวา จำเลยจึงเข้าหานายล้วนใช้มีดที่ถืออยู่แทงนายล้วนหลายทีเพื่อป้องกันตนมิให้ได้รับอันตรายถึงแก่ความตาย เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ จึงมีปัญหาว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตนหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า สาเหตุของการทำร้ายกันนี้เนื่องมาจากการทะเลาะวิวาทกันในวงสุรา โดยนายมนัส โตมา เจ้าของบ้านเบิกความว่าระหว่างร่วมวงดื่มสุรากัน จำเลยกับนายเฉ็มมีเรื่องทะเลาะชกต่อยกัน พยานจึงเข้าห้ามทั้งสองคนก็หยุดแล้วแยกย้ายกันกลับบ้าน ข้อเท็จจริงปรากฏต่อมาตามคำเบิกความนายเฉ็มผู้เสียหายว่า เมื่อนายเฉ็มกลับถึงบ้านแล้วก็จะไปปรับความเข้าใจกับจำเลยที่บ้านของจำเลย ระหว่างทางพบกับจำเลยยังไม่ได้พูดอะไรกัน จำเลยก็ชักมีดแทงนายเฉ็ม 1 ทีถึงกับสลบไป และนางเปี๊ยภริยานายล้วนผู้ตายเบิกความว่า วันเกิดเหตุเวลาประมาณ 18 นาฬิกา นายเหงี่ยมมาบอกนายล้วนว่า นายเฉ็มกับจำเลยทะเลาะกัน นายล้วนออกไปดูจึงถูกจำเลยใช้มีดแทงหลายแผลจนถึงแก่ความตาย จึงเห็นว่าที่จำเลยแทงทำร้ายนายเฉ็มและนายล้วนก็สืบเนื่องมาจากการทะเลาะวิวาทกันที่วงสุรานั่นเอง สำหรับพยานจำเลยที่นำสืบว่า นายเฉ็มกับนายล้วนเข้าทำร้ายจำเลยก่อนโดยนายเฉ็มใช้ไม้ตีและนายล้วนใช้ปืนยิงจำเลย จำเลยจึงใช้มีดแทงนายเฉ็มและนายล้วนเพื่อป้องกันตนนั้นขัดกับคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลย เอกสารหมาย ป.จ.6 ซึ่งจำเลยให้การไว้ว่า ระหว่างร่วมวงกันดื่มสุราที่บ้านนายมนัส จำเลยมีปากเสียงทะเลาะกับนายเฉ็มและนายล้วน นายเฉ็มลุกขึ้นเอาขวดสุราตีจำเลย จำเลยลุกขึ้นต่อยนายเฉ็มล้มลงได้รับบาดเจ็บนายล้วนเข้ามาช่วยจะเอามีดฟันจำเลย จำเลยจึงวิ่งหลบหนีกลับบ้าน นายเฉ็มและนายล้วนวิ่งไล่ตาม จำเลยจึงวิ่งเข้าบ้านหยิบเอามีดพร้าและมีดปลายแหลมออกมาเพื่อป้องกันตน พอนายเฉ็มและนายล้วนมาถึงจึงเข้าชุลมุนทำร้ายกัน คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลย ไม่ปรากฏว่านายล้วนผู้ตายใช้ปืนยิงจำเลยแต่อย่างใด จำเลยเพิ่งจะกล่าวอ้างว่านายล้วนใช้ปืนยิงจำเลยในชั้นพิจารณาของศาลนี่เอง และหลังจากเกิดเหตุแล้ว ในที่เกิดเหตุก็ดีหรือที่ศพของนายล้วนก็ดีไม่ปรากฏว่ามีอาวุธปืนที่นายล้วนใช้ยิงจำเลยแต่อย่างใด คำเบิกความของจำเลยจึงไม่มีน้ำหนักรับฟัง นอกจากนี้สิบตำรวจเอกเล็ก ทองเรน กับร้อยตำรวจโทประพันธ์ คุณดา เบิกความว่าขณะจับกุมจำเลย จำเลยมีอาการเมามาก แสดงว่าจำเลย ผู้เสียหายและผู้ตายต่างมึนเมาสุราด้วยกันแล้วมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกันในวงสุราและต่อเนื่องมาจนกระทั่งจำเลยแทงนายเฉ็มผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บและแทงนายล้วนถึงแก่ความตาย ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า จำเลยกับผู้เสียหายและผู้ตายต่างสมัครใจวิวาทเข้าทำร้ายกัน เนื่องจากขาดสติเพราะมึนเมาสุรา เมื่อเป็นเช่นนี้จำเลยจะอ้างว่าเป็นการป้องกันตนโดยชอบหาได้ไม่ และข้อเท็จจริงปรากฏตามรายงานการชันสูตรพลิกศพนายล้วนผู้ตายท้ายฟ้องว่าจำเลยแทงผู้ตายถึงแปดแผลด้วยกัน โดยเฉพาะบาดแผลที่หน้าอกอันเป็นแผลฉกรรจ์มีถึง 6 แผล และบาดแผลทะลุเข้าหัวใจเป็นเหตุให้นายล้วนถึงแก่ความตาย แสดงให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตาย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1119/2526 อัยการภูเก็ต โจทก์ นายช่วง สิงห์ไกร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการภูเก็ต · จำเลย - นายช่วง สิงห์ไกร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชัย วุฒิจำนงค์ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1162/2508ฎีกา 729/2483ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 693/2526ฎีกา 1189/2537ฎีกา 110/2513ฎีกา 769-770/2539ฎีกา 1215/2501ฎีกา 2632/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา