⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1272/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1272/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นฟ้องคดีต่อศาลภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด แม้ศาลจะมีคำสั่งให้แยกฟ้องจำเลยบางรายออกไป ก็ไม่ถือว่าเป็นการฟ้องที่ไม่สมบูรณ์หรือเกินกำหนดเวลา หากการยื่นฟ้องคดีใหม่เป็นไปเพื่อดำเนินคดีกับจำเลยที่ถูกแยกออกไปโดยเฉพาะ

ย่อคำพิพากษา

เดิมโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยนี้รวมกับจำเลยอื่น ๆ ต่อศาลภายในกำหนด 1 ปี นับแต่เวลาที่อ้างว่าถูกจำเลยแย่งการครอบครองที่ดิน แต่ศาลมีคำสั่งให้แยกฟ้องจำเลยนี้ต่างหากกับจำเลยคนอื่น ๆ คำสั่งดังกล่าวย่อมไม่ลบอ้างผลแห่งการยื่นคำฟ้องนั้น. และถือไม่ได้ว่าศาลมีคำสั่งไม่รับฟ้องของโจทก์ การที่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยใหม่เป็นคดีนี้จึงเป็นกรณีสืบเนื่องมาจากฟ้องเดิมซึ่งโจทก์ได้ใช้สิทธิฟ้องเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองภายในกำหนด 1 ปี นับแต่ถูกแย่งการครอบครองแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.29 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.176 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นทายาทผู้รับมรดกของนายจงจินต์ จันทร์ตระกูล ซึ่งถึงแก่กรรมแล้ว เดิมนายจงจินต์เคยฟ้องนายจุ้ยกุ้น แซ่ตัน ให้ปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อขายที่ดิน ส.ค.๑ เลขที่ ๒ หมู่ที่ ๑ บ้านเกาะสิเหร่ ตำบลรัษฎา อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต และเมื่อชนะคดีแล้วนายจงจินต์และโจทก์ที่ ๑ ก็เข้าครอบครองที่ดินตามฟ้องตลอดมา ต่อมาจำเลยได้บุกรุกเข้าแย่งการครอบครองในที่ดินดังกล่าวเป็นบางส่วน และโต้แย้งการที่โจทก์นำเจ้าพนักงานที่ดินรังวัดที่ดินเพื่อออกโฉนด โจทก์จึงฟ้องจำเลยกับพวกอีก ๒ คน ตามคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๑๐๘/๒๕๑๗ ศาลได้มีคำสั่งให้โจทก์แยกฟ้องจำเลยนี้ต่างหากเป็นคดีนี้ ขอให้พิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินของโจทก์และชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ด้วย จำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย จำเลยครอบครองทำประโยชน์มาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๘๗ โจทก์ฟ้องคดีเกิน ๑ ปี นับแต่ทราบว่าถูกจำเลยแย่งการครอบครอง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่พิพาท ให้จำเลยถอนคำร้องคัดค้านเกี่ยวกับที่ดินพิพาท ฯลฯ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สำหรับฎีกาของจำเลยที่ว่าโจทก์ฟ้องคดีเกิน ๑ ปีนับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครองหรือไม่นั้น ปรากฏว่าโจทก์เคยฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่ง เมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๑๗ เพื่อเรียกคืนการครอบครองที่พิพาท โดยกล่าวในฟ้องว่าจำเลยบุกรุกเข้าแย่งการครอบครองที่พิพาทเมื่อเดือนกันยายน ๒๕๑๖ ตามคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๑๐๘/๒๕๑๗ ของศาลจังหวัดภูเก็ต คดีนั้นศาลมีคำสั่งให้โจทก์แยกฟ้อง โจทก์ได้อุทธรณ์คำสั่งศาลและศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์จึงมาฟ้องเป็นคดีนี้เมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๑๘ เห็นว่า การที่ศาลมีคำสั่งให้โจทก์แยกฟ้องจำเลยเป็นคดีใหม่ ย่อมไม่ลบล้างผลแห่งการยื่นคำฟ้องนั้น เพราะเหตุที่จะผลลบล้างผลแห่งการยื่นคำฟ้องได้ จะต้องเป็นกรณีทิ้งฟ้องหรือถอนคำฟ้องตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๗๖ เท่านั้น และกรณีเช่นนี้ไม่ถือว่าศาลมีคำสั่งไม่รับฟ้องของโจทก์ เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องจำเลยใหม่เป็นคดีนี้ จึงเป็นกรณีสืบเนื่องมาจากฟ้องเดิมซึ่งโจทก์ได้ใช้สิทธิฟ้อง เพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองที่ดินพิพาทจากจำเลยภายในกำหนด ๑ ปี นับแต่ถูกแย่งการครอบครองแล้ว โจทก์จึงไม่ขาดสิทธิฟ้องร้องตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๕ สำหรับฎีกาของจำเลยที่ว่าโจทก์เป็นฝ่ายได้สิทธิครอบครองหรือไม่นั้นศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าโจทก์เป็นฝ่ายได้สิทธิครอบครองที่ดินพิพาท พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1272/2526 นางอัมพวัน จันทร์ตระกูล กับพวก โจทก์ นายลบ นนทรีย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางอัมพวัน จันทร์ตระกูล กับพวก · จำเลย - นายลบ นนทรีย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สหัส สิงหวิริยะ · อัมพล สุวรรณภักดี · เสนอ ศรนิยม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายประจักษ์ เกียรติ์อนุพงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายปรานอม มหรรณพ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 243/2497ฎีกา 2958/2538ฎีกา 691/2491ฎีกา 418-419/2518ฎีกา 3099/2529ฎีกา 13043/2557ฎีกา 1712/2539ฎีกา 1962/2548ฎีกา 977/2543ฎีกา 2649-2660/2530ฎีกา 356/2530ฎีกา 142/2492ฎีกา 767/2518ฎีกา 4072/2528ฎีกา 2749/2538ฎีกา 6025/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 6105/2531ฎีกา 56/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา