⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1519-1521/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1519-1521/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ความตกลงที่ทำขึ้นโดยคณะกรรมการที่ได้รับมอบอำนาจให้พิจารณาไกล่เกลี่ยค่าทดแทน ถือเป็นข้อผูกพันที่ใช้บังคับได้ แม้จะไม่ได้ทำตามแบบสัญญาที่กฎหมายกำหนดไว้โดยเฉพาะ

ย่อคำพิพากษา

ความตกลงระหว่างคณะกรรมการปรองดองเพื่อพิจารณาไกล่เกลี่ยค่าทดแทนให้แก่เจ้าของทรัพย์เพื่อสร้างทางพิเศษสายดินแดง- ท่าเรือกับเจ้าของผู้ครอบครอง หรือผู้ทรงสิทธิในอสังหาริมทรัพย์ไม่มีกฎหมายกำหนดว่าจะต้องทำตามแบบอย่างไร การที่คณะกรรมการปรองดองให้ผู้เข้าร่วมประชุมลงชื่อไว้ในบัญชีผู้เข้าประชุมและจดข้อตกลงต่าง ๆ ไว้ในรายงานการประชุมเป็นหลักฐานถูกต้องตามแบบอย่างทางราชการย่อมใช้บังคับกันได้ หาต้องทำเป็นรูปสัญญาใด ๆ อีกไม่ คณะกรรมการดังกล่าวเป็นคณะกรรมการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยผู้มีอำนาจหน้าที่กำกับโดยทั่วไปซึ่งกิจการของจำเลยแต่งตั้งขึ้น เพื่อพิจารณาไกล่เกลี่ยค่าทดแทนให้แก่เจ้าของผู้ครอบครองหรือผู้ทรงสิทธิอื่นในอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืน อันเป็นอำนาจหน้าที่ของจำเลย จึงเป็นตัวแทนของจำเลยในกิจการที่กล่าวนั้นด้วย เมื่อคณะกรรมการดังกล่าวได้ทำความตกลงกับโจทก์ยอมให้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยจึงต้องผูกพันตามนั้น จะอ้างระเบียบภายในว่าความตกลงดังกล่าวต้องได้รับอนุญาตจากผู้ว่าการหรือคณะกรรมการของจำเลยแล้วแต่กรณีก่อนมาปฏิเสธความผูกพันโดยไม่มีข้อความเช่นนั้นเป็นเงื่อนไขในข้อตกลงหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.820

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ เป็นเจ้าของผู้ครอบครองหรือทรงสิทธิอาคารตึกแถวสามชั้นซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๑๙๗ ถนนเพลินจิตต์ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร จำเลยเป็นนิติบุคคลตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๙๐ เมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๑๗ มีประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดให้การทางพิเศษสายดินแดง - ท่าเรือ เป็นทางพิเศษที่จะสร้างโดยเร่งด่วน และได้ตราพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่เขตพญาไท เขตปทุมวัน เขตพระโขนง และยานนาวา กรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๑๗ ออกใช้บังคับ ปรากฏว่าทางพิเศษสายดินแดง - ท่าเรือ สร้างผ่านที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๑๙๗ ซึ่งเป็นที่ตั้งตึกแถวดังกล่าวของโจทก์ทั้งสาม จำเลยมีหน้าที่จะต้องชดใช้ค่าเสียหายและค่าทดแทนทรัพย์สินของโจทก์ทั้งสามในส่วนที่ถูกเขตทางพิเศษผ่าน ต่อมาวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๒๐ โจทก์ทั้งสามและจำเลยได้ตกลงกันโดยจำเลยยินยอมใช้ค่าเสียหายและค่าทดแทนแก่โจทก์ที่ ๑ จำนวน ๑๖๐,๐๐๐ บาท โจทก์ที่ ๒ จำนวน ๑๐๕,๐๐๐ บาท และโจทก์ที่ ๓ จำนวน ๑๔๗,๙๐๐ บาท ก่อนที่จะเข้าครอบครองหรือรื้อถอนตึกแถวดังกล่าว โจทก์ทั้งสามทวงถามแล้ว จำเลยไม่ยอมชำระ จำเลยจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาและข้อตกลงที่ทำไว้ ขอให้ศาลบังคับ จำเลยให้การทำนองเดียวกันว่า โจทก์ทั้งสามไม่มีสิทธิจะได้รับเงินค่าทดแทน จำเลยไม่เคยตกลงยินยอมที่จะจ่ายค่าทดแทนหรือค่าเสียหายให้แก่โจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าทดแทนตามกฎหมาย ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง โจทก์ทั้งสามยื่นคำร้องขอให้ศาลหมายเรียกนายชวาลเข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยร่วมให้การว่า โจทก์ทั้งสามไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนหรือเรียกเอาจากจำเลยร่วม ขอให้ยกฟ้อง ในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นโจทก์ที่ ๓ มรณะนางจินดาพรภริยาโจทก์ที่ ๓ เข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสาม จำเลยทั้งสามสำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสามสำนวนฎีกา ในปัญหาที่ว่า คณะกรรมการปรองดองเป็นตัวแทนของจำเลยได้ตกลงจ่ายค่าเสียหายแก่โจทก์ ส่วนจำเลยร่วมก็ได้สัญญาว่าเงินค่าเสียหายดังกล่าวให้จ่ายแก่โจทก์ทั้งสาม จำเลยและจำเลยร่วมจึงต้องรับผิดจ่าค่าเสียหายแก่โจทก์ตามฟ้องนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อนี้ได้ความตามที่คู่ความนำสืบรับกันว่าเมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๐ กระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่งที่ ๑๑๐/๒๕๒๐ แต่งตั้งคณะกรรมการปรองดองเพื่อพิจารณาไกล่เกลี่ยค่าทดแทนให้แก่เจ้าของทรัพย์สินเพื่อสร้างทางพิเศษสายดินแดง - ท่าเรือ ขึ้นประกอบด้วยนายปรีดี จันทรวิทุร หัวหน้าหน่วยงานประเมินราคา การทางพิเศษแห่งประเทศไทย นายบัญชา วิสุทธิพงศ์ เจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร และหัวหน้าเขตที่ทางผ่านโดยสำหรับเขตปทุมวัน คือนายประเจียด สกุลวงศ์ หัวหน้าเขต คณะกรรมการดังกล่าวได้ตกลงให้นายปรีดี จันทรวิทุร เป็นประธานกรรมการ วันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๒๐ ได้มีการประชุมคณะกรรมการดังกล่าวเพื่อพิจารณาค่าทดแทนทรัพย์สินของผู้ที่ถูกทางพิเศษ โจทก์ทั้งสามและจำเลยร่วมได้รับเชิญให้เข้าร่วมประชุมและได้เข้าร่วมประชุมด้วย ผู้เข้าร่วมประชุมได้ลงชื่อไว้ในบัญชีผู้เข้าร่วมประชุมตามเอกสารหมาย จ.๕ และมีการจดรายงานการประชุมไว้ตามเอกสารหมาย จ.๖ เฉพาะที่เกี่ยวกับข้อนี้จดไว้ว่า "ประธาน ฯ ได้เสนอว่า เงินช่วยค่าก่อสร้างที่ผู้เช่าเสียไปเพื่อให้ได้รับสิทธิการเช่าตึกแถวดังกล่าว มีกำหนดระยะเวลา ๑๐ ปีนั้น จะได้ติดต่อบริษัทก่อสร้างตึกแถวเพื่อทราบข้อเท็จจริงด้วย แต่เนื่องจากผู้เช่าจำต้องออกจากตึกแถวที่เช่าก่อนสัญญาเช่าระงับ เห็นว่า ผู้เช่าควรจะมีสิทธิได้รับค่าเสียหาย โดยคิดจากระยะเวลาเช่า ๑๐ ปี ต้องเสียเงิน ๑๗๕,๐๐๐บาท ซึ่งเท่ากับเสียค่าเช่าปีละ ๑๗,๕๐๐ บาท ถ้าหากผู้เช่ายังเหลือระยะเวลาเช่าอีกเท่าใดก็ให้คิดค่าเสียหายตามส่วนของระยะเวลาเช่าที่เหลือของแต่ละราย นายชวาล แพรัตนกุล และผู้เช่าพอใจในหลักการนี้โดยขอให้ การทางพิเศษแห่งประเทศไทยดำเนินการต่อไป" เห็นว่า แม้ข้อความที่จดไว้มีว่าประธานกรรมการปรองดองเป็นผู้เสนอก็ตาม แต่นายปรีดี จันทรวิทุร ประธานกรรมการเบิกความเป็นพยานโจทก์ว่า ผลการประชุมที่ออกมาตามเอกสารหมาย จ.๖ ต้องมีการถกเถียงและสรุปผลออกมาเป็นรายงานการประชุม และนายบัญชา วิสุทธิพงศ์ กรรมการคนหนึ่งเบิกความเป็นพยานโจทก์ว่า พยานมีความเห็นว่ากรรมการตกลงกันตามนี้ จึงฟังได้ว่าการเสนอและตกลงกับโจทก์ดังกล่าวเป็นการกระทำของคณะกรรมการปรองดองนั่นเอง ความตกลงระหว่างกรรมการปรองดองกับเจ้าของผู้ครอบครองหรือผู้ทรงสิทธิในอสังหาริมทรัพย์ไม่มีกฎหมายกำหนดว่าจะต้องทำตามแบบอย่างไร การที่คณะกรรมการปรองดองให้ผู้เช่าร่วมประชุมลงชื่อไว้ในบัญชีผู้เข้าประชุมและจดข้อตกลงต่าง ๆ ไว้ในรายงานการประชุมเป็นหลักฐานถูกต้องตามแบบอย่างทางราชการย่อมใช้บังคับกันได้หาต้องทำเป็นรูปสัญญาใด ๆ อีกไม่คณะกรรมการปรองดองเป็นคณะกรรมการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยผู้มีอำนาจหน้าที่กำกับโดยทั่วไปซึ่งกิจการของจำเลยแต่งตั้งขึ้น เพื่อพิจารณาไกล่เกลี่ยค่าทดแทนให้แก่เจ้าของผู้ครอบครองหรือผู้ทรงสิทธิอื่นในอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืนอันเป็นอำนาจหน้าที่ของจำเลย คณะกรรมการปรองดองดังกล่าวจึงเป็นตัวแทนของการทางพิเศษแห่งประเทศไทยจำเลยในกิจการที่กล่าวนั้นด้วย เมื่อคณะกรรมการปรองดองให้ทำความตกลงกับโจทก์ยอมให้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยจึงต้องผูกพันตามนั้น จะอ้างระเบียบภายในว่าความตกลงดังกล่าวต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าการหรือคณะกรรมการของจำเลยแล้วแต่กรณีก่อนมาปฏิเสธความผูกพันโดยไม่มีข้อความเช่นนั้นเป็นเงื่อนไขในข้อตกลงหาได้ไม่ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ ๑ เป็นเงิน ๙๒,๔๕๘.๒๕ บาท แก่โจทก์ที่ ๒ เป็นเงิน ๗๖,๘๕๖.๑๓ บาท และแก่โจทก์ที่ ๓เป็นเงิน ๑๔๗,๙๐๐ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1519 - 1521/2526 นายเตียงเอง แซ่แต้ โจทก์ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย จำเลย นายชวาล แพรัตนกุล จำเลยร่วม

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเตียงเอง แซ่แต้ · จำเลย - การทางพิเศษแห่งประเทศไทย · จำเลยร่วม - นายชวาล แพรัตนกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ประสาท บุณยรังษี · ชูเชิด รักตะบุตร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเจริญ นิลเอสงฆ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวิบูลย์ สิริตระกูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3582/2534ฎีกา 5759/2540ฎีกา 643/2494ฎีกา 225/2530ฎีกา 597/2534ฎีกา 2763/2536ฎีกา 6258/2550ฎีกา 710/2542ฎีกา 397/2554ฎีกา 2438/2535ฎีกา 3023/2537ฎีกา 158/2509ฎีกา 3190/2530ฎีกา 1671/2494ฎีกา 185/2489ฎีกา 1973/2494ฎีกา 312/2534ฎีกา 4355/2548ฎีกา 3352/2529ฎีกา 27/2523ฎีกา 2354/2536ฎีกา 9545/2539ฎีกา 759/2519ฎีกา 1751/2523
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา