คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1543/2526
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การตักเตือนเป็นหนังสือตามกฎหมายต้องกระทำโดยนายจ้างหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจากนายจ้างเท่านั้น หัวหน้าแผนกไม่มีอำนาจออกใบเตือนลูกจ้างโดยอัตโนมัติ เว้นแต่จะได้รับมอบอำนาจจากนายจ้างอย่างชัดแจ้ง
ย่อคำพิพากษา
การตักเตือนเป็นหนังสือตามกฎหมายเป็นอำนาจของนายจ้าง การที่หัวหน้าแผนกของนายจ้างออกใบเตือนแก่ลูกจ้างโดยไม่ปรากฏว่าผู้มีอำนาจว่าจ้างหรือเลิกจ้างของนายจ้างมอบหมายอำนาจในการออกใบเตือนให้ จะถือว่าหัวหน้าแผนกเป็นตัวแทนของนายจ้างในการออกใบเตือนด้วยหาได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.123
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เลิกจ้างนายณรงค์ลูกจ้างของโจทก์ เนื่องจากไม่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ ทำงานในหน้าที่อย่างถ่วงเวลา ได้ผลงานน้อยเป็นประจำตักเตือนแล้วก็ไม่แก้ไขปรับปรุง เขียนใบลาป่วยอันเป็นเท็จ นายณรงค์ร้องต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ว่าการเลิกจ้างเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีคำวินิจฉัยว่า การเลิกจ้างของโจทก์เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม สั่งให้โจทก์รับนายณรงค์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราค่าจ้างที่ไม่ต่ำกว่าเดิม โจทก์เห็นว่าคำสั่งนี้ไม่ถูกต้องขอให้เพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์
จำเลยให้การว่า คำสั่งของจำเลยถูกต้องและเป็นธรรมแล้ว นายณรงค์เป็นลูกจ้างประจำ การลากิจลาป่วยย่อมได้รับค่าจ้าง แม้จะไม่ได้ป่วยจริงตามใบลาแต่ได้หยุดงานไปทำธุระก็ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ ที่โจทก์อ้างว่านายณรงค์มาทำงานสายบ่อยไม่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ว่ากล่าวตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร โจทก์เลิกจ้างนายณรงค์เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม ขอให้ยกฟ้อง
ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์
ผู้พิพากษาสมทบนายหนึ่งมีความเห็นแย้งว่าควรพิพากษายกฟ้อง
จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า การลาของนายณรงค์เป็นการลาที่ผิดระเบียบไม่เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ตามที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัย การลาผิดระเบียบไม่เป็นการร้ายแรงถึงขนาดที่นายจ้างจะถือเป็นเหตุเลิกจ้าง ส่วนการตักเตือนเป็นหนังสือหรือไม่ ศาลแรงงานกลางยังไม่ได้วินิจฉัย พิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลางให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่ว่าโจทก์ได้ว่ากล่าวตักเตือนเป็นหนังสือในกรณีที่อ้างว่านายณรงค์ไม่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถและทำงานในหน้าที่อย่างถ่วงเวลา ได้ผลงานน้อยเป็นประจำแล้วหรือไม่
ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า นายณรงค์ไม่เคยได้รับการว่ากล่าวตักเตือนเป็นหนังสือจากนายจ้าง และได้รับความคุ้มครองตามมาตรา ๑๒๓ แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ ฯ นายจ้างไม่มีสิทธิเลิกจ้าง พิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางว่า นายชม หัวหน้าแผนกช่างซ่อมบำรุงของโจทก์ ได้ออกใบเตือนเป็นหนังสือให้นายณรงค์ทราบ เนื่องจากนายณรงค์มาทำงานสายและไม่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ใบเตือนดังกล่าวเป็นการเตือนของนายชมในฐานะหัวหน้าแผนกช่างซ่อมบำรุง และผู้บังคับบัญชาของนายณรงค์ ไม่ปรากฏว่าผู้มีอำนาจว่าจ้างหรือเลิกจ้างในบริษัทโจทก์มอบหมายอำนาจในการออกใบเตือนให้แก่นายชมไว้เป็นพิเศษ ใบเตือนของนายชมจึงไม่เป็นใบเตือนของโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ว่า นายชมเป็นตัวแทนของโจทก์ ใบเตือนของนายชมถือว่าเป็นใบเตือนของโจทก์ เห็นว่า อำนาจในการตักเตือนเป็นหนังสือตามกฎหมายเป็นอำนาจของนายจ้าง การที่นายชมออกใบเตือนดังกล่าวจะถือว่าเป็นตัวแทนของโจทก์ในการออกใบเตือนด้วยหาได้ไม่
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1543/2526
บริษัท เอ.เอ็น.บี ลาบอราตอรี (อำนวยเภสัช) จำกัด โจทก์
นายอร่าม สุทธะพินทุ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัท เอ.เอ็น.บี ลาบอราตอรี (อำนวยเภสัช) จำกัด · จำเลย - นายอร่าม สุทธะพินทุ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิพัฒน์ จักรางกูร · ขจร หะวานนท์ · ดุสิต วราโห |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายสุชาติ สุขสุมิตร · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา