คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2370/2526
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
โจทก์ซึ่งเป็นลูกหนี้ร่วมได้ชำระหนี้ทั้งหมดแก่เจ้าหนี้แล้ว ย่อมมีสิทธิไล่เบี้ยเอาแก่ลูกหนี้ร่วมคนอื่นได้ และสิทธิเรียกร้องนี้มีอายุความสิบปี
ย่อคำพิพากษา
โจทก์เอาประกันภัยค้ำจุนรถยนต์คันเกิดเหตุไว้แก่จำเลย ลูกจ้างของโจทก์ขับรถยนต์ดังกล่าวโดยประมาทไปชนรถยนต์ของ ร. เสียหาย ร. จึงฟ้องเรียกค่าเสียหายจากโจทก์และจำเลย คดีถึงที่สุดโดยศาลพิพากษาให้โจทก์และจำเลยร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ ร. โจทก์และจำเลยไม่ชำระ ร. จะบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของโจทก์ โจทก์จึงชำระหนี้ตามคำพิพากษาทั้งหมดให้แก่ ร. ไป ดังนี้ โจทก์ย่อมเข้าสู่ฐานะเป็นผู้รับช่วงสิทธิของ ร. ด้วยอำนาจกฎหมายมีสิทธิฟ้องเรียกร้องเงินที่โจทก์ได้ชำระให้แก่ ร. ไปแล้วคืนจากจำเลยผู้เป็นลูกหนี้ร่วมได้
สิทธิเรียกร้องของโจทก์ดังกล่าวข้างต้นไม่มีกฎหมายบัญญัติอายุความไว้ จึงต้องถือว่ามีอายุความสิบปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้เอาประกันภัยรถยนต์ของโจทก์ไว้แก่จำเลย ลูกจ้างของโจทก์ขับรถยนต์ดังกล่าวไปชนรถยนต์ขององค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.) เสียหายจำเลยไม่ยอมชำระค่าเสียหายให้แก่องค์การ ร.ส.พ. องค์การ ร.ส.พ. จึงฟ้องโจทก์และจำเลยให้ร่วมกันใช้ค่าเสียหาย ศาลพิพากษาให้โจทก์จำเลยร่วมกันชำระค่าเสียหายและดอกเบี้ยแก่องค์การ ร.ส.พ. คดีถึงที่สุด องค์การ ร.ส.พ. จะบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของโจทก์ โจทก์จึงชำระหนี้ให้แก่องค์การ ร.ส.พ. จำเลยมีหน้าที่จะต้องรับผิดต่อโจทก์ตามจำนวนเงินที่โจทก์ได้ชำระหนี้ไป จึงขอให้พิพากษาบังคับจำเลยชำระเงินดังกล่าวแก่โจทก์
จำเลยให้การว่า รถยนต์โจทก์ที่เอาประกันภัยไว้มิได้เกิดวินาศภัย จำเลยไม่ต้องรับผิด และโจทก์ฟ้องคดีพ้นกำหนดสองปี คดีจึงขาดอายุความ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ตามฟ้อง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาในชั้นฎีกาแต่เพียงว่า คดีโจทก์ขาดอายุความดังคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์หรือไม่ เห็นว่าศาลพิพากษาให้โจทก์จำเลยร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนพร้อมด้วยค่าฤชาธรรมเนียมแก่องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๘๐๓๑/๒๕๒๒ ของศาลแพ่ง คดีถึงที่สุดแล้ว เป็นที่เห็นได้ว่าโจทก์ต้องร่วมรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิดที่ลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้างนั้น ส่วนจำเลยต้องร่วมรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัย เมื่อโจทก์ได้ใช้เงินแก่องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ไปตามคำพิพากษาแล้ว โจทก์ย่อมเข้าสู่ฐานะเป็นผู้รับช่วงสิทธิขององค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ด้วยอำนาจกฎหมายฟ้องจำเลยผู้เป็นลูกหนี้ร่วมตามคำพิพากษาดังกล่าวได้ สิทธิเรียกร้องนี้ไม่มีกฎหมายบัญญัติอายุความไว้ จึงต้องถือว่ามีอายุความสิบปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๔
พิพากษากลับ บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2370/2526
นายนิทัศน์ เนียมทรัพย์ฯ โจทก์
บริษัทธนกิจประกันภัย จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายนิทัศน์ เนียมทรัพย์ฯ · จำเลย - บริษัทธนกิจประกันภัย จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พูน จักรเสน · สุทิน เลิศวิรุฬห์ · เสมา รัตนมาลัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสกล เหมือนพะวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเพียร สุมิระ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา