⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2598/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2598/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
แม้การสมรสจะเป็นโมฆะ หากทรัพย์สินเกิดขึ้นจากการทำมาหากินร่วมกันระหว่างโจทก์จำเลย โจทก์จำเลยย่อมเป็นเจ้าของรวมในทรัพย์สินนั้น และโจทก์มีสิทธิฟ้องขอแบ่งทรัพย์สินดังกล่าวได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์เป็นสามีจำเลยโดยชอบด้วยกฎหมายระหว่างอยู่กินด้วยกันเกิดสินสมรสหลายอย่าง โจทก์ขอแบ่งจากจำเลยครึ่งหนึ่ง เท่ากับโจทก์กล่าวอ้างว่าทรัพย์สินที่เรียกว่าสินสมรสนั้นโจทก์เป็นเจ้าของรวมกับจำเลย แม้การสมรสระหว่างโจทก์จำเลยจะเป็นโมฆะ หากข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์จำเลยมีทรัพย์สินเกิดขึ้นจากการทำมาหากินร่วมกันแล้ว โจทก์จำเลยย่อมเป็นเจ้าของรวมโจทก์มีสิทธิฟ้องขอแบ่งจากจำเลยในฐานะที่เป็นเจ้าของรวมได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1356 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1363 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1470 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1474

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมายระหว่างอยู่กินด้วยกันเกิดสินสมรสหลายรายการ จำเลยไม่ตามไปอยู่ร่วมกับโจทก์ กระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อโจทก์ด้วยการดูหมิ่นเหยียดหยามโจทก์ ไม่ดูแลเรื่องอาหารการกิน เล่นการพนันเป็นอาจิณ จำหน่ายและขนย้ายทรัพย์สินไปจนโจทก์ไม่สามารถอยู่ร่วมกับจำเลยได้ ขอบังคับให้จำเลยไปจดทะเบียนหย่ากับโจทก์หากจำเลยไม่ยอมไปให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยให้จำเลยแบ่งทรัพย์สินให้โจทก์ครึ่งหนึ่งเป็นเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยให้การว่า โจทก์หลอกลวงให้จำเลยจดทะเบียนสมรสกับโจทก์ในขณะที่โจทก์มีคู่สมรสที่ถูกต้องตามกฎหมายอยู่แล้ว การสมรสระหว่างโจทก์จำเลยจึงตกเป็นโมฆะ ทรัพย์สินที่โจทก์ฟ้องขอแบ่งเป็นสินส่วนตัวของจำเลยที่มีอยู่ก่อนจดทะเบียนสมรสกับโจทก์ซึ่งจำเลยได้ขายไปหมดแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ขณะจำเลยจดทะเบียนสมรสกับโจทก์ โจทก์มีคู่สมรสอยู่ การสมรสระหว่างโจทก์จำเลยเป็นโมฆะ แต่มีทรัพย์สินที่โจทก์จำเลยทำมาหาได้ร่วมกัน โจทก์มีสิทธิขอแบ่งจากจำเลยในฐานะเจ้าของร่วมได้พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๑๑๕,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า โจทก์จำเลยเป็นเจ้าของทรัพย์สินร่วมกัน แต่โจทก์ออกเงินน้อยกว่าจำเลย จึงมีสิทธิเป็นเจ้าของตามส่วนที่ออกเงิน พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยชำระเงิน ๖๙,๕๐๐ บาทแก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของจำเลยข้อแรกที่ว่า คำฟ้องโจทก์ตั้งรูปคดีมาในเรื่องขอหย่าและขอแบ่งสินสมรส มิได้ตั้งรูปคดีมาในเรื่องหุ้นส่วนหรือกรรมสิทธิ์รวม จึงไม่มีสิทธิฟ้องขอแบ่งทรัพย์สินที่เกิดขึ้นในระหว่างอยู่กินได้นั้น โจทก์บรรยายฟ้องอ้างว่าโจทก์เป็นสามีจำเลยโดยชอบด้วยกฎหมายระหว่างอยู่กินด้วยกันเกิดสินสมรสหลายอย่างโจทก์ขอแบ่งจากจำเลยครึ่งหนึ่งเท่ากับโจทก์กล่าวอ้างว่าทรัพย์สินที่เรียกว่าสินสมรสนั้น โจทก์เป็นเจ้าของรวมกับจำเลย หากข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ร่วมทำมาหากินกับจำเลยและมีทรัพย์สินเกิดขึ้นจากการทำมาหากินร่วมกันแล้ว โจทก์จำเลยย่อมเป็นเจ้าของรวมโจทก์มีสิทธิฟ้องขอแบ่งจากจำเลยในฐานะที่เป็นเจ้าของรวมได้ แต่ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเป็นผู้ออกเงินซื้อทรัพย์สินเองทั้งสิ้นโดยโจทก์มิได้ออกด้วยจำเลยจึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์แต่ผู้เดียว โจทก์ไม่มีสิทธิขอแบ่ง พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอของโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับการขอแบ่งทรัพย์จากจำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2598/2526 นายสวัสดิ์ สุขเจตนี โจทก์ นางแสงเงิน สุขเจตนี หรือดังจิตร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสวัสดิ์ สุขเจตนี · จำเลย - นางแสงเงิน สุขเจตนี หรือดังจิตร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สำเนียง ด้วงมหาสอน · สนิท อังศุสิงห์ · พิชัย วุฒิจำนงค์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเธียร ยูงทอง · ศาลอุทธรณ์ - นายวิบูลย์ สิริตระกูล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 576/2540ฎีกา 4884/2543ฎีกา 5732/2552ฎีกา 609/2526ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1339/2499ฎีกา 5801/2538ฎีกา 9577/2552ฎีกา 2834/2527ฎีกา 4637/2567ฎีกา 6193/2551ฎีกา 3099/2524ฎีกา 10755/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 6366/2538ฎีกา 8366/2557ฎีกา 8884/2543ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4041/2542ฎีกา 643/2497ฎีกา 6039/2537ฎีกา 861/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา