⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2802/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2802/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายสาหัส ถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 (8) การกระทำที่เกิดจากการทะเลาะวิวาทและท้าทายกัน ไม่ถือว่าเป็นการกระทำเพราะบันดาลโทสะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72 การทำร้ายผู้อื่นในขณะที่ผู้อื่นกำลังเข้าขัดขวางการทำร้ายบุคคลที่สาม ไม่ถือเป็นเหตุการณ์ที่เนื่องมาจากการชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 299

ย่อคำพิพากษา

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น และให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จำเลยฎีกาได้แต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย และในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 222 เหตุเกิดขึ้นเพราะฝ่ายโจทก์ร่วมกับจำเลยทะเลาะวิวาทด่าว่าแล้วท้าทายกัน กรณีจึงถือไม่ได้ว่าจำเลยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมการที่จำเลยทำร้ายโจทก์ร่วม จึงไม่ใช่ลักษณะที่ทำไปเพราะบันดาลโทสะ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72 โจทก์ร่วมถูกฟันด้วยมีด มีบาดแผลฉีกขาด ขอบเรียบที่ต้นแขนปลายแขน ส่วนบนและบริเวณข้อมือขวารวม 3 แห่งขนาดบาดแผลยาว 5 เซนติเมตร กว้าง 1 เซนติเมตร ลึกผ่านชั้นกล้ามเนื้อแขนและตัดผ่านประสาทที่ไปเลี้ยงแขนต้องรักษาตัว 2 เดือนเศษจึงหายเป็นปกติแต่ทำงานหนักไม่ได้ ลักษณะบาดเจ็บของโจทก์ร่วมดังกล่าวถึงอันตรายสาหัสต้องตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297 (8) แล้ว โจทก์ร่วมวิ่งตามนาง พ. ไปเห็นจำเลยตบหน้านาง พ. แล้วเงื้อมีดดาบจะฟัน โจทก์ร่วมจึงผลักนาง พ. ให้พ้นทางไป ขณะนั้นเองจำเลยก็ฟันถูกโจทก์ร่วมถึง 3 ครั้งลักษณะการทำร้ายของจำเลยดังกล่าวมิใช่เนื่องในการชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 299

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.222 ประมวลกฎหมายอาญา ม.72 ประมวลกฎหมายอาญา ม.295 ประมวลกฎหมายอาญา ม.297 ประมวลกฎหมายอาญา ม.299

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้มีดดาบเป็นอาวุธฟันทำร้ายนางสาวละออ ช้างเทศผู้เสียหายที่บริเวณแขนขวาหลายที เป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕, ๒๙๗ จำเลยให้การปฏิเสธ ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗ จำคุก ๒ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกา วินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ จำเลยฎีกาได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายและการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๒ ที่จำเลยฎีกาว่า เหตุที่จำเลยฟันโจทก์ร่วมเพราะนางพเยาว์ ได้ด่าจำเลยว่า"สันดานไม่ดีหน้าหีหน้าสัตว์" จำเลยจึงตบหน้านางพเยาว์และฟันเอาด้วยแต่โจทก์ร่วมเข้ามาผลักนางพเยาว์ จำเลยจึงฟันนางพเยาว์พลาดไปถูกโจทก์ร่วมถือได้ว่าเป็นการกระทำโดยถูกยั่วโทสะหรือบันดาลโทสะ ศาลฎีกาเห็นว่าประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๒ บัญญัติว่า "ผู้ใดบันดาลโทสะโดยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม ฯลฯ" ข้อนี้ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยไว้ว่าโจทก์จำเลยนำสืบรับกันว่าที่เกิดเหตุคดีนี้เกิดขึ้นก็เพราะฝ่ายผู้เสียหาย (โจทก์ร่วม) กับจำเลยทะเลาะวิวาทด่าว่าแล้วท้าท้ายกัน ซึ่งศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไว้ดังกล่าว กรณีจึงถือไม่ได้ว่า จำเลยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม การที่จำเลยทำร้ายโจทก์ร่วมไม่ใช่ลักษณะที่ทำไปเพราะบันดาลโทสะ จำเลยฎีกาต่อไปว่า บาดแผลของโจทก์ร่วมไม่ถึงสาหัส เพราะไม่ปรากฏว่าโจทก์ร่วมถึงแก่ต้องพยุงลุกพยุงนั่ง ข้อนี้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า บาดแผลของโจทก์ร่วมถึงสาหัสโดยฟังข้อเท็จจริงตามที่โจทก์นำสืบว่า โจทก์ร่วมมีบาดแผลฉีกขาดขอบเรียบที่ต้นแขน ปลายแขนส่วนบนและบริเวณข้อมือขวารวมสามแห่งขนาดบาดแผลยาว ๕ เซนติเมตร กว้าง ๑ เซนติเมตร ลึกผ่านชั้นกล้ามเนื้อแขนและตัดผ่านประสาทที่ไปเลี้ยงแขน แพทย์ลงความเห็นว่า บาดแผลเช่นนี้ต้องรักษาประมาณสองเดือน ถ้าไม่มีโรคแทรกทั้งโจทก์ร่วมต้องรักษาตัวอยู่ถึง ๒ เดือนเศษจึงหายเป็นปกติแต่ทำงานหนักไม่ได้เพราะแขนที่ได้รับบาดเจ็บตึงยกของหนักไม่ได้ ลักษณะบาดเจ็บของโจทก์ร่วมดังกล่าวต้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗(๘) กรณีไม่จำต้องให้ได้ความว่าผู้บาดเจ็บถึงแก่ต้องพยุงลุกพยุงนั่งดังที่จำเลยฎีกา ฎีกาข้อสุดท้ายของจำเลยที่ ๑ ว่า รูปเรื่องแห่งคดีนี้เป็นเรื่องจำเลยฟันทำร้ายโจทก์ร่วมในการชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๙ นั้น กรณีนี้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยโดยฟังข้อเท็จจริงว่า ผู้เสียหายหรือโจทก์ร่วมวิ่งตามนางพเยาว์ไปเห็นจำเลยตบหน้านางพเยาว์แล้วเงื้อมีดดาบจะฟันโจทก์ร่วมจึงผลักนางพเยาว์ให้พ้นทางไป ขณะนั้นเองจำเลยก็ฟันถูกโจทก์ร่วมถึง ๓ ครั้ง ลักษณะการทำร้ายของจำเลยตามข้อเท็จจริงดังกล่าว มิใช่เนื่องในการชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไปดังที่จำเลยฎีกา ฎีกาของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2802/2526 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นางสาวละออ ช้างเทศ โจทก์ร่วม นายปัญจะ ย่อมเจริญ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · โจทก์ร่วม - นางสาวละออ ช้างเทศ · จำเลย - นายปัญจะ ย่อมเจริญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประเทือง วรรณพงษ์ · ดำรง แจ่มสุธี · ดำรง สายเชื้อ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายบุญช่วย คงเมือง · ศาลอุทธรณ์ - นายเปลื้อง วัฑฒนาธร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 845/2543ฎีกา 523/2483ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1588/2479ฎีกา 10648/2554ฎีกา 789/2480ฎีกา 1268/2515ฎีกา 4276/2534ฎีกา 3887/2542ฎีกา 1638/2492ฎีกา 2958/2540ฎีกา 6416/2541ฎีกา 1148/2534ฎีกา 551/2514ฎีกา 2963/2535ฎีกา 369/2501ฎีกา 1082/2511ฎีกา 801/2503ฎีกา 4150/2529ฎีกา 635/2485ฎีกา 540/2485ฎีกา 149/2521ฎีกา 472/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา