⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 291/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 291/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินมีสิทธิติดตามเอาคืนจากผู้ไม่มีสิทธิยึดถือไว้ได้ โดยไม่ต้องกล่าวอ้างว่าผู้ยึดถือกระทำการโดยไม่สุจริต.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท โจทก์ย่อมมีสิทธิติดตามเอาคืนจากจำเลยผู้ไม่มีสิทธิยึดถือไว้ได้ โจทก์จึงไม่ต้องกล่าวอ้างในคำฟ้องว่าจำเลยปลูกสร้างโรงเรือนรุกล้ำที่ดินของโจทก์โดยไม่สุจริต มาตรา 1312 วรรคแรก แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เป็นบทบัญญัติที่จำกัดอำนาจกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของบุคคลไว้ว่า ถ้าบุคคลภายนอกสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินอันเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้อื่นโดยสุจริต บุคคลภายนอกนั้นเป็นเจ้าของโรงเรือนที่สร้างขึ้น ดังนั้น ถ้าจำเลยประสงค์จะได้รับความคุ้มครองตามมาตรานี้ ก็เป็นหน้าที่ของจำเลยที่จะต้องกล่าวอ้างความข้อนี้ขึ้นมาเมื่อจำเลยมิได้ให้การต่อสู้ว่าจำเลยได้ปลูกสร้างโรงเรือนโดยสุจริต คดีจึงไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยถึง ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นพิพาทเพียงว่าจำเลยปลูกสร้างโรงเรือนรุกล้ำที่ดินของโจทก์หรือไม่ การนำสืบของจำเลยว่าจำเลยได้ปลูกสร้างโรงเรือนโดยสุจริต จึงเป็นการนำสืบนอกประเด็น และการที่ศาลยกเรื่องความสุจริตของจำเลยขึ้นวินิจฉัย ก็เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นด้วย ไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1312 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยปลูกสร้างเรือนลงในที่ดินจำเลย แต่บางส่วนของเรือนรุกล้ำที่ดินโจทก์ โจทก์ได้ห้ามปรามแล้วจำเลยไม่เชื่อฟัง กลับอ้างว่าไม่ได้ปลูกรุกล้ำต่อมาได้มีการตรวจสอบแนวเขตที่ดินโดยเจ้าพนักงานที่ดิน ปรากฏว่าจำเลยปลูกรุกล้ำแนวเขตที่ดินโจทก์ขอให้พิพากษาว่าที่ดินเป็นของโจทก์ ให้จำเลยรื้อถอนเรือนส่วนที่รุกล้ำออกไป และห้ามเกี่ยวข้อง จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้ปลูกเรือนรุกล้ำแนวเขตที่ดินโจทก์ เรือนของจำเลยปลูกสร้างอยู่ในที่ดินของจำเลยทั้งหมด จำเลยครอบครองมาเกินกว่า ๑๐ ปีแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โรงเรือนของจำเลยสร้างรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ แต่ยังไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินส่วนที่รุกล้ำ จำเลยปลูกสร้างโรงเรือนรุกล้ำที่ดินของโจทก์โดยสุจริต ได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๑๒ โจทก์ไม่อาจบังคับให้จำเลยรื้อถอนได้ พิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ คำขอนอกนั้นให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คดีไม่มีประเด็นเรื่องจำเลยสร้างโรงเรือนรุกล้ำที่ดินโจทก์โดยสุจริตหรือไม่ ศาลชั้นต้นยกเหตุดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยจึงเป็นเรื่องนอกประเด็น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยรื้อถอนอาคารส่วนที่รุกล้ำที่ดินของโจทก์และห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้อง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีเพียงว่าศาลชั้นต้นมีอำนาจยกเรื่องความสุจริตของจำเลยในการสร้างโรงเรือนขึ้นมาวินิจฉัยได้หรือไม่เห็นว่า เมื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท โดยอาศัยอำนาจกรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๓๖ โจทก์ย่อมมีสิทธิติดตามเอาที่ดินนี้คืนจากจำเลยผู้ไม่มีสิทธิยึดถือไว้ได้ โจทก์จึงไม่ต้องกล่าวอ้างในคำฟ้องว่าจำเลยปลูกสร้างโรงเรือนรุกล้ำที่ดินของโจทก์โดยไม่สุจริตดังที่จำเลยฎีกามาแต่ประการใด นอกจากนี้คำฟ้องของโจทก์ยังระบุไว้ด้วยว่าจำเลยบังอาจปลูกสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ ย่อมมีความหมายชัดเจนอยู่ในตัวแล้วว่าจำเลยทำการปลูกสร้างโรงเรือนรุกล้ำที่ดินของโจทก์โดยไม่สุจริต มาตรา ๑๓๑๒ วรรคแรก แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เป็นบทบัญญัติที่จำกัดอำนาจกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของบุคคลไว้ว่า ถ้าบุคคลภายนอกปลูกสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินอันเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้อื่นโดยสุจริตบุคคลภายนอกนั้นเป็นเจ้าของโรงเรือนที่สร้างขึ้น แต่ต้องเสียเงินให้แก่เจ้าของที่ดินเป็นค่าใช้ที่ดินและจดทะเบียนสิทธิเป็นการจำยอมด้วยเหตุนี้ ถ้าจำเลยประสงค์จะได้รับความคุ้มครองตามมาตรา ๑๓๑๒ วรรคแรก ก็เป็นหน้าที่ของจำเลยที่จะต้องกล่าวอ้างความข้อนี้ขึ้นมา แต่คดีนี้จำเลยหาได้ให้การต่อสู้ว่าจำเลยได้ปลูกสร้างโรงเรือนโดยสุจริตแต่อย่างใดไม่ คดีจึงไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยถึง ทั้งศาลชั้นต้นก็มิได้กำหนดประเด็นในเรื่องนี้ไว้คงกำหนดประเด็นพิพาทตามข้อ ๒ เพียงว่า จำเลยปลูกสร้างโรงเรือนรุกล้ำที่ดินของโจทก์หรือไม่ เท่านั้น การนำสืบของจำเลยว่าจำเลยได้ปลูกสร้างโรงเรือนโดยสุจริตดังที่จำเลยฎีกาขึ้นมานั้น จึงเป็นการนำสืบนอกประเด็นและที่ศาลชั้นต้นยกเรื่องความสุจริตของจำเลยในการปลูกสร้างโรงเรือนมาวินิจฉัย ก็เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นด้วย ไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 291/2526 นางกิ้มเอี๋ยน ประกอบชีพ โจทก์ นายลอย ไชยศรี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางกิ้มเอี๋ยน ประกอบชีพ · จำเลย - นายลอย ไชยศรี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสมา รัตนมาลัย · สุนทร วรรณแสง · ศักดิ์ สนองชาติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพังงา - นายประสิทธิ์ สุบรรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเปลื้อง วัฒฑนาธร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2749/2538ฎีกา 1721/2528ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 7903/2568ฎีกา 3099/2524ฎีกา 8875/2542ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 967/2491ฎีกา 1765/2492ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 72/2505ฎีกา 8364/2544ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 4832/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา