⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2928-2934/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2928-2934/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การกระทำผิดตามกฎหมายควบคุมอาคารเป็นความผิดต่อรัฐหรือท้องถิ่น ผู้เสียหายคือรัฐหรือท้องถิ่นนั้นๆ ราษฎรหรือเอกชนทั่วไปไม่มีอำนาจฟ้อง * ในคดีที่ฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาต้องรับฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาแล้ว เว้นแต่การวินิจฉัยข้อเท็จจริงนั้นผิดกฎหมาย เช่น การผลักภาระการพิสูจน์อายุความให้จำเลย

ย่อคำพิพากษา

การกระทำผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคารและพระราชบัญญัติควบคุมอาคารนั้นเทศบาลหรือทางราชการเป็นผู้เสียหาย เป็นเรื่องของเทศบาลหรือทางราชการที่จะเข้าควบคุมฟ้องร้องเอาเอง โจทก์ร่วมซึ่งเป็นราษฎรหรือเอกชนไม่ใช้ผู้เสียหาย จึงไม่มีอำนาจฟ้อง คดีที่ฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาจำต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน การที่ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงตามฟ้องแล้ววินิจฉัยผลักหน้าที่ให้จำเลยสืบแก้ว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่ผิดกฎหมายเพราะในปัญหาว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่เป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องนำสืบ ศาลฎีกาจึงมีอำนาจฟังข้อเท็จจริงใหม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.174 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.222 ประมวลกฎหมายอาญา ม.365

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งเจ็ดสำนวนนี้ ศาลพิจารณาพิพากษารวมกัน โจทก์ฟ้องจำเลยทุกสำนวนในทำนองเดียวกันว่า จำเลยแต่ละสำนวนได้ปลูกสร้างดัดแปลงอาคารตึกแถว โดยต่อเติมขยายพื้นที่ด้านหลังอาคารตึกแถวชั้นล่างของจำเลยแต่ละห้องเป็นเพิงลาดมีหลังคากว้าง ๓ เมตรโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามกฎหมายและการดัดแปลงต่อเติมอาคารของจำเลยแต่ละสำนวนดังกล่าวได้บุกรุกเข้าไปในโฉนดที่ดินของโจทก์ร่วมเพื่อถือการครอบครองที่ดินที่ปลูกสร้างอาคารรุกล้ำนั้นทั้งหมดและเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์ร่วม ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๓๖๕ (๓) พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. ๒๔๗๙ ฯลฯ พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ จำเลยทั้งเจ็ดให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา บริษัท เค.เอส.ทรัสต์ จำกัด ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งเจ็ดมีความผิดฐานบุกรุกลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๓๖๕ (๓) จำเลยที่ ๑ ที่ ๔ ที่ ๕ และที่ ๗ มีความผิดลงโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. ๒๔๗๙ มาตรา ๖, ๑๑ ฯลฯ โจทก์ร่วมอุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๖ ฐานดัดแปลงต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยทั้ง ๗ อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องในข้อหาต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตสำหรับจำเลยที่ ๗ และยกฟ้องในข้อหาบุกรุกสำหรับจำเลยทุกคน โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๗ ในข้อหาดัดแปลงต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต และลงโทษจำเลยทั้งเจ็ดในข้อหาบุกรุก โจทก์ร่วมฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๖ และที่ ๗ ฐานดัดแปลงต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต และลงโทษจำเลยทั้งเจ็ดฐานบุกรุก จำเลยที่ ๑ ที่ ๔ และที่ ๕ ฎีกาขอให้ยกฟ้องในความผิดฐานดัดแปลงต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อที่โจทก์ร่วมฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๖และที่ ๗ ตามพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคารและพระราชบัญญัติควบคุมอาคารนั้น การกระทำผิดตามบทกฎหมายดังกล่าวเทศบาลหรือทางราชการเป็นผู้เสียหาย เป็นเรื่องของเทศบาลหรือทางราชการที่จะเข้าควบคุมฟ้องร้องเอาเอง โจทก์ร่วมซึ่งเป็นราษฎรหรือเอกชนไม่ใช่ผู้เสียหาย จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ในปัญหาว่าจำเลยที่ ๗ มีความผิดฐานดัดแปลงต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ วินิจฉัยว่าจำเลยที่ ๗ มิได้ดัดแปลงต่อเติมอาคาร จำเลยที่ ๗ จึงไม่มีความผิด ปัญหาว่าฟ้องโจทก์ในข้อหาดัดแปลงต่อเติมอาคารสำหรับจำเลยที่ ๑ที่ ๔ ที่ ๕ ขาดอายุความหรือไม่นั้น ในการวินิจฉัยข้อกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาจำต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาข้อนี้ว่าตามฟ้องของโจทก์คดีของโจทก์ ไม่ขาดอายุความ จำเลยมิได้นำสืบให้ปรากฏว่าได้มีการต่อเติมอาคารเมื่อไร จึงยังไม่พอฟังว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความ เห็นว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เป็นหน้าที่โจทก์จะต้องนำสืบ ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณา จึงไม่ชอบที่ศาลอุทธรณ์จะฟังตามฟ้องแล้ววินิจฉัยผลักหน้าที่มาให้จำเลยสืบแก้ตัว เป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่ผิดกฎหมาย ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรฟังข้อเท็จจริงใหม่ แล้วฟังว่าคดีของโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๑ ที่ ๔ และที่ ๕ ในความผิดฐานดัดแปลงต่อเติมอาคารขาดอายุความ จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๖ และที่ ๗ ขาดเจตนาบุกรุกจึงไม่มีความผิดฐานบุกรุกตามฟ้องจำเลยที่ ๑ ที่ ๔ และที่ ๕ ทราบดีว่าที่ดินพิพาทหลังตึกแถวเป็นของโจทก์ร่วมเพราะจำเลยที่ ๑ ที่ ๔ ที่ ๕ซื้อที่ดินจากโจทก์ร่วมโดยตรง การที่จำเลยทั้งสามต่อเพิงเป็นลักษณะถาวรออกไปในที่พิพาทย่อมเป็นเจตนาเพื่อถือการครอบครองที่ดินบริเวณที่ปลูกสร้างอาคารรุกล้ำทั้งหมดเป็นของจำเลยทั้งสาม จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๕ (๓) พิพากษาแก้ ลงโทษจำเลยที่ ๑ ที่ ๔ ที่ ๕ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๖๕ (๓) แต่ให้ยกฟ้องในข้อหาดัดแปลงหรือต่อเติมอาคาร ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2928 - 2934/2526 พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสาคร โจทก์ บริษัท เค.เอส.ทรัสต์ จำกัด โจทก์ร่วม นายสุรศักดิ์ ตันธนวิกรัย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสาคร · โจทก์ร่วม - บริษัท เค.เอส.ทรัสต์ จำกัด · จำเลย - นายสุรศักดิ์ ตันธนวิกรัย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลูตม์ สวัสดิทัต · ชลูตม์ สวัสดิทัต · วรา ไวยหงษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายพิชัย คุ้มพงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอัมพร ทองประยูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 845/2543ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1588/2479ฎีกา 8080/2538ฎีกา 10648/2554ฎีกา 4276/2534ฎีกา 1638/2492ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 6416/2541ฎีกา 4225/2559ฎีกา 2963/2535ฎีกา 2252/2560ฎีกา 848/2545ฎีกา 11720/2555ฎีกา 18654/2555ฎีกา 369/2501ฎีกา 2292/2540ฎีกา 540/2485ฎีกา 149/2521ฎีกา 472/2539ฎีกา 1813/2531ฎีกา 3107/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา