⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2955/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2955/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างซึ่งเป็นกรรมการสหภาพแรงงานเพราะลูกจ้างขาดคุณสมบัติในการทำงานให้แก่รัฐวิสาหกิจเต็มเวลา ย่อมไม่ถือเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 31

ย่อคำพิพากษา

แม้โจทก์จะเป็นกรรมการสหภาพแรงงานการประปาแห่งประเทศไทยและเป็นผู้เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องที่สหภาพแรงงานการประปาแห่งประเทศไทยยื่นต่อจำเลยและยังอยู่ในระหว่างการเจรจาข้อเรียกร้องก็ตาม แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์เป็นผู้ขาดคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ ฯ ในเรื่องไม่สามารถทำงานให้แก่รัฐวิสาหกิจได้เต็มเวลา จำเลยย่อมเลิกจ้างโจทก์ได้ โดยถือไม่ได้ว่าจำเลยกระทำการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ ฯ มาตรา 31

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2518 ม.9 พระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2518 ม.14 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.31

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย เมื่อวันที่ ๑ กันยายน๒๕๒๕ จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิดและมิได้สอบสวนโดยตั้งกรรมการสอบสวนตามข้อบังคับการประปานครหลวง โจทก์เชื่อว่าเหตุที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ร้องเรียนกล่าวโทษพนักงานการเงินว่าทุจริตต่อผู้ว่าการประปานครหลวง รองผู้ว่าการประปานครหลวงเรียกโจทก์ไปขอให้ถอนคำร้องเรียน โจทก์ไม่ยอมถอน จำเลยจึงมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงาน เมื่อวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๓ และวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๒๓ โจทก์และลูกจ้างอื่นในฐานะกรรมการสหภาพแรงงานการประปาแห่งประเทสไทยได้ยื่นข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสภาพการจ้างต่อจำเลยเรื่องยังอยู่ในระหว่างการเจรจา การเลิกจ้างของจำเลยจึงเป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๓๑ และไม่เป็นธรรมแก่โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินเดือนและประโยชน์อื่นให้โจทก์ ให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่และอัตราค่าจ้างเดิม ถ้าไม่สามารถรับโจทก์เข้าทำงานได้ให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายให้โจทก์แทน จำเลยให้การว่า จำเลยให้โจทก์ออกจากงานเพราะโจทก์ขาดคุณสมบัติการเป็นพนักงานของจำเลย เป็นผลให้พ้นจากสภาพการเป็นพนักงานโดยกฎหมาย กล่าวคือโจทก์เคยเป็นพนักงานเก็บเงินขององค์การโทรศัพท์และถูกลงโทษทางวินัยให้ออกจากงานเนื่องจากทุจริตต่อหน้าที่มาก่อน เป็นการขาดคุณสมบัติตามข้อบังคับการประปานครหลวงนอกจากนี้โจทก์ยังขาดคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๑๘ ในเรื่องที่ไม่สามารถทำงานให้แก่รัฐวิสาหกิจนั้นได้เต็มเวลา ปรากฏว่าขณะโจทก์ปฏิบัติงานอยู่กับจำเลยนั้นในระหว่างวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๑๒ ถึงวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๑๙ โจทก์ปฏิบัติงานที่องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยด้วย โจทก์ไม่มีสิทธิใด ๆ ที่จะได้รับสิทธิหรือหาประโยชน์อื่นใด การให้ออกเพราะขาดคุณสมบัติไม่ใช่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการกระทำผิดวินัย จำเลยจึงไม่จำต้องตั้งกรรมการสอบสวนโจทก์ก่อนโจทก์ไม่ใช่กรรมการสหภาพแรงงานการประปาแห่งประเทศไทยและไม่ได้เป็นตัวแทนลูกจ้างในการเจรจาข้อเรียกร้องแต่เป็นเพียงที่ปรึกษาในการเจรจาข้อเรียกร้องเท่านั้น จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๓๑ ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ขาดคุณสมบัติและมิใช่เป็นการให้ออกจากงานเพราะโจทก์ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย แม้จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงานโดยมิได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อทำการสอบสวนก่อนก็ไม่เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับของจำเลย จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ถือว่าเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า บทบัญญัติตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๓๑ มุ่งที่จะคุ้มครองลูกจ้าง ผู้แทนลูกจ้างกรรมการ อนุกรรมการ หรือสมาชิกสหภาพแรงงาน หรือกรรมการ หรืออนุกรรมการสหพันธ์แรงงาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องเพื่อมิให้นายจ้างยกเหตุขึ้นอ้างเพื่อเลิกจ้างบุคคลตามบทบัญญัติมาตรานี้เท่านั้น หาได้คุ้มครองเลยไปถึงลูกจ้างที่ไม่อยู่ในสภาพที่จะเป็นลูกจ้างได้เช่น เป็นผู้ขาดคุณสมบัติไม่และจำเลยเป็นรัฐวิสาหกิจ โจทก์เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจย่อมต้องอยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๔ ซึ่งบัญญัติว่า "ให้กรรมการหรือพนักงานของรัฐวิสหกิจซึ่งขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามที่บัญญัติในพระราชบัญญัตินี้ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับพ้นจากตำแหน่งเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ" ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์เป็นผู้ขาดคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติดังกล่าว มาตรา ๙ (๓) ดังนี้ ถึงแม้โจทก์จะเป็นกรรมการสหภาพแรงงานการประปาแห่งประเทศไทยและเป็นผู้เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องที่สหภาพแรงงานการประปาแห่งประเทศไทยยื่นต่อจำเลยเกี่ยวกับสวัสดิการของพนักงานประจำ และยังอยู่ในระหว่างการเจรจาข้อเรียกร้องก็ตาม จำเลยก็อยู่ในฐานะที่จะต้องดำเนินการให้โจทก์พ้นตำแหน่งหรือเลิกจ้างโจทก์ตามพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๔ ซึ่งจำเลยย่อมกระทำได้โจทก์จะยกสิทธิตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๓๑ขึ้นอ้างหาได้ไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2955/2526 นายสำเนียง กิติฤทธิจันทร์ โจทก์ การประปานครหลวง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสำเนียง กิติฤทธิจันทร์ · จำเลย - การประปานครหลวง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพศาล สว่างเนตร · ขจร หะวานนท์ · วรา ไวยหงษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายฟอง แสวงธรรม · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 521/2533ฎีกา 1013/2533ฎีกา 403/2534ฎีกา 2476/2544ฎีกา 1549/2527ฎีกา 3822/2528ฎีกา 2703-2713/2545ฎีกา 2928/2528ฎีกา 7574/2559ฎีกา 985/2534ฎีกา 1756/2523ฎีกา 1748/2530ฎีกา 3815/2529ฎีกา 2490/2526ฎีกา 1964-1965/2536ฎีกา 1918-1919/2527ฎีกา 78/2534ฎีกา 240/2534ฎีกา 2222/2538ฎีกา 2392/2526ฎีกา 5436/2534ฎีกา 2967-2971/2523ฎีกา 64/2534ฎีกา 7564/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา