⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 297/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 297/2526

ป.พ.พ. ม.368, 867, 877 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่รถยนต์ถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรยึดเนื่องจากถูกนำไปใช้ในการกระทำผิดกฎหมาย ไม่ถือเป็นความสูญหายอันเกิดจากการถูกลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ หรือปล้นทรัพย์ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์รับประกันภัยรถยนต์จากจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้เช่าซื้อจากจำเลยที่ 1 โจทก์ได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้จำเลยที่ 1 เพราะจำเลยแจ้งว่ารถถูกลักไป เมื่อปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ศุลกากรยึดรถนั้นเนื่องจากมีผู้นำไปขนสินค้าหลบหนีภาษี ซึ่งตามกรมธรรม์ประกันภัย โจทก์จะใช้ค่าสินไหมทดแทนต่อเมื่อเกิดวินาศภัยแก่รถยนต์สูญหายไปเนื่องจากถูกคนร้ายลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ หรือปล้นทรัพย์ฉะนั้นจำเลยที่ 1 จึงต้องคืนเงินค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.368 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.867 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.877 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.889

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.368 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.867 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.877 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.889 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองใช้เงิน 80,000 บาทให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ในชั้นฎีกามีปัญหาเพียงว่าจำเลยที่ 1 จะต้องใช้เงินค่าสินไหมทดแทนจำนวน 80,000 บาทที่จำเลยที่ 1 รับเอามาจากโจทก์คืนให้โจทก์หรือไม่ เห็นว่าตามที่โจทก์นำสืบและจำเลยที่ 1 มิได้นำสืบโต้เถียง ข้อเท็จจริงฟังได้ว่ารถยนต์หมายเลขทะเบียน 7 ม - 2530 ได้ถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรฝ่ายปราบปรามหน่วยหัวหินยึดไป เนื่องจากมีผู้นำรถยนต์ดังกล่าวไปขนสินค้าหลบหนีภาษี หาได้สูญหายไปเพราะถูกคนร้ายลักไม่ โจทก์จึงไม่มีหน้าที่จะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้จำเลยที่ 1 เพราะตามกรมธรรม์ประกันภัยที่โจทก์และจำเลยทำสัญญาประกันภัยกันไว้นั้น โจทก์จะใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่จำเลยที่ 1 ต่อเมื่อเกิดวินาศภัยแก่รถยนต์ดังกล่าวสูญหายไปเนื่องจากถูกคนร้ายลักทรัพย์ ชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์ ฉะนั้นจำเลยที่ 1 จึงต้องคืนเงินค่าสินไหมทดแทนจำนวน 80,000 บาทให้แก่โจทก์ จำเลยที่ 1 จะอ้างเอาตามทางปฏิบัติว่าโจทก์จะติดตามรถยนต์ดังกล่าวประมาณ 3 เดือน ถ้าไม่พบ โจทก์จึงจะใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ได้โอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ดังกล่าวให้แก่โจทก์ก่อนที่จะรับค่าสินไหมทดแทน ซึ่งเป็นการต่างตอบแทนซึ่งกันและกันขึ้นมาเป็นข้ออ้างไม่ต้องคืนค่าสินไหมทดแทนจำนวนเงิน 80,000 บาทให้โจทก์หาได้ไม่ เพราะโจทก์ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้จำเลยที่ 1 ตามสัญญาประกันภัย มิได้มีข้อตกลงที่จะใช้เงินค่าสินไหมทดแทนให้จำเลยที่ 1 ตามทางที่ปฏิบัติดังจำเลยที่ 1 ฎีกาโต้เถียง" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 297/2526 บ.จ.ก. ประกันสรรพภัยแห่งประเทศไทย ฯ โจทก์ บ.จ.ก. สยามเครดิต กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บ.จ.ก. ประกันสรรพภัยแห่งประเทศไทย ฯ · จำเลย - บ.จ.ก. สยามเครดิต กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุชาติ จิวะชาติ · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · วีระ ทรัพยไพศาล
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 591/2531ฎีกา 4244/2539ฎีกา 2923/2525ฎีกา 5459/2537ฎีกา 231/2482ฎีกา 5470/2537ฎีกา 793/2546ฎีกา 2501/2526ฎีกา 4590/2553ฎีกา 3760/2533ฎีกา 2490/2518ฎีกา 3295/2533ฎีกา 12104/2547ฎีกา 259/2539ฎีกา 1037/2540ฎีกา 2794/2526ฎีกา 588/2557ฎีกา 373/2522ฎีกา 762/2520ฎีกา 372/2519ฎีกา 1061/2511ฎีกา 2431/2530ฎีกา 1492/2524ฎีกา 3431/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา