คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3174/2526
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้จัดการมรดกต้องรับผิดต่อทายาทในฐานะตัวการตัวแทน และจะยกอายุความตามมาตรา 1754 ขึ้นต่อสู้ทายาทไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาล โดยจำเลยอ้างว่าไม่มีพินัยกรรมถ้าปรากฏว่าเจ้ามรดกได้ทำพินัยกรรมไว้ โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับพินัยกรรมก็เป็นทายาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1603 จำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกต้องรับผิดต่อทายาทตามมาตรา 1720 โดยลักษณะตัวแทนตัวการ การที่จำเลยครอบครองทรัพย์มรดกในระหว่างจัดการถือได้ว่าเป็นการครอบครองแทนทายาท จำเลยจะยกอายุความตาม มาตรา 1754 ขึ้นต่อสู้ทายาทไม่ได้ ดังนั้นโจทก์จึงมีสิทธิฟ้องคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกไม่เกินกว่าห้าปีนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลงตาม มาตรา 1733 วรรคสอง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนางกิมเฮียะตามคำพิพากษานางกิมเฮียะถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๑๒ เมื่อวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๑๒ นางกิมเฮียะทำพินัยกรรมกำหนดให้โรงพยาบาลสงฆ์มีสิทธิที่จะได้รับทรัพย์มรดกบางส่วนเป็นเงิน๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่จำเลยไม่ยอมแบ่งมรดกให้ ขอให้จำเลยแบ่งมรดกจำนวน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์
จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนางกิมเฮียะตามคำสั่งศาลได้แบ่งมรดกให้แก่ทายาทโดยธรรมและการกุศลต่าง ๆ ตามเจตนารมณ์ของเจ้ามรดกไปหมดแล้วและได้ยื่นบัญชีปิดการจัดการมรดกต่อศาลเมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๒๔ นางกิมเฮียะมิได้ทำพินัยกรรมตามฟ้อง โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องมรดก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงฆ์ทราบข้อกำหนดในพินัยกรรมตามฟ้องตั้งแต่พ.ศ. ๒๕๑๒ แต่โจทก์เพิ่งนำคดีมาฟ้องเมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๒๔ จึงพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่ผู้รับพินัยกรรมได้รู้ถึงสิทธิซึ่งตนมีอยู่ตามพินัยกรรมและพ้นกำหนดสิบปีนับแต่เมื่อเจ้ามรดกตาย คดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง
วันนัดสืบพยานโจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดสืบพยาน แล้ววินิจฉัยว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความ พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีใหม่ในประเด็นข้ออื่นที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า นางกิมเฮียะถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๑๒ จำเลยยื่นคำร้องขอให้ตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกโดยอ้างว่านางกิมเฮียะมิได้ทำพินัยกรรมไว้ นายชัดและนายผลซึ่งเป็นนายอำเภอและนายกเทศมนตรีกับนายซ้งยื่นคำคัดค้านโดยอ้างว่านางกิมเฮียะทำพินัยกรรมไว้ลงวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๑๒ กำหนดให้นายชัดและนายผลเป็นผู้จัดการมรดกกับให้นายซ้งมีส่วนได้รับมรดก ขอให้ตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดก ต่อมาผู้คัดค้านถอนคำคัดค้าน วันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๑๖ ศาลฎีกาพิพากษาตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดก โจทก์เคยเรียกร้องให้จำเลยแบ่งมรดกให้แก่โรงพยาบาลสงฆ์ตามพินัยกรรม แต่จำเลยไม่ยอมแบ่งให้ โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๒๔ แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายในปัญหาเรื่องอายุความว่า ผู้รับพินัยกรรมเป็นทายาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๐๓ หากนางกิมเฮียะทำพินัยกรรมไว้จริง โจทก์ก็เป็นทายาท จำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกต้องรับผิดต่อทายาทตามมาตรา ๑๗๒๐ โดยลักษณะตัวแทนตัวการ การที่จำเลยครอบครองมรดกในระหว่างจัดการมรดกถือได้ว่าเป็นการครอบครองแทนทายาท จำเลยจะยกอายุความตาม มาตรา ๑๗๕๔ ขึ้นต่อสู้ทายาทไม่ได้และทายาทมีสิทธิฟ้องคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดก ไม่เกินกว่าห้าปีนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลงตาม มาตรา ๑๗๓๓ วรรคสอง จำเลยให้การว่าได้ยื่นบัญชีปิดการจัดการมรดกต่อศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๒๔ ฉะนั้นการที่โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๒๔ คดีของโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3174/2526
กรมการแพทย์ โจทก์
นายมิ้น ทองเอี่ยม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - กรมการแพทย์ · จำเลย - นายมิ้น ทองเอี่ยม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อาจ ปัญญาดิลก · แถมชัย สิทธิไตรย์ · ไพศาล สว่างเนตร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายองอาจ โรจน์สุพจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายนาม ยิ้มแย้ม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา