⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3213/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3213/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องคดีอาญาต้องครบองค์ประกอบความผิดตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ หากไม่ชัดแจ้ง ศาลจะลงโทษจำเลยตามฟ้องไม่ได้ และทรัพย์สินที่ได้มาโดยการกระทำความผิดหรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเท่านั้นจึงจะพึงริบได้

ย่อคำพิพากษา

แม้ศาลจะบันทึกคำฟ้องด้วยวาจาของโจทก์แต่เพียงว่า จำเลยมีวีดีโอเทปภาพลามกไว้ในครอบครองเพื่อบริการแลกเปลี่ยนให้แก่ลูกค้าหรือสมาชิกด้วยการคิดค่าบริการเป็นเงินค่าเช่า แต่บันทึกหลักฐานการฟ้องคดีด้วยวาจาของโจทก์ได้บรรยายไว้ชัดแจ้งว่า จำเลยมีวิดีโอเทปภาพยนตร์ลามกไว้ในความครอบครองเพื่อบริการให้เช่า แลกเปลี่ยน แก่ลูกค้าหรือสมาชิก ด้วยการคิดค่าบริการเป็นเงินค่าเช่า อันเป็นการบรรยายครบองค์ประกอบความผิดตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287(2) แล้ว เมื่อจำเลยรับสารภาพ ศาลย่อมลงโทษจำเลยตามฟ้องได้ บันทึกหลักฐานการฟ้องคดีด้วยวาจาของโจทก์ระบุแต่เพียงว่า เจ้าพนักงานตำรวจได้จับจำเลยพร้อมทั้งยึดของกลางจำนวน 2 รายการซึ่งได้แนบท้ายฟ้อง และบัญชีของกลางระบุว่าเงิน 570 บาทเป็นของกลางที่พบในสถานที่เกิดเหตุขณะจับกุมเท่านั้น เมื่อโจทก์ไม่บรรยายให้ชัดแจ้งว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินที่จำเลยได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด หรือได้มาโดยการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 เงินของกลางจึงมิใช่ทรัพย์สินที่พึงริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.287 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.19

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีวีดีโอเทปภาพยนตร์ลามกไว้ในครอบครองเพื่อบริการให้เช่า แลกเปลี่ยน แก่ลูกค้าหรือสมาชิกด้วยการคิดค่าบริการเป็นเงินค่าเช่าม้วนละ ๒๐ บาท ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๗ และริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง ให้ลงโทษจำคุก ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า ฟ้องโจทก์ไม่บรรยายว่า จำเลยประกอบการค้าหรือมีส่วนหรือเข้าเกี่ยวข้องในการค้าเกี่ยวกับวัตถุหรือสิ่งลามก รวมทั้งจ่ายแจกหรือแสดงอวดแก่ประชาชนหรือให้เช่าวัตถุหรือสิ่งของเช่นว่านั้นตามที่กฎหมายกำหนดแต่ประการใด ฟ้องโจทก์มีเพียงว่าจำเลยมีวัตถุลามกหรือสิ่งของเช่นว่านั้นไว้ในความครอบครองเท่านั้น คดีจึงลงโทษจำเลยไม่ได้นั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้ปรากฏจากบันทึกคำฟ้องตามแบบ ข.๔ ซึ่งศาลเป็นผู้จดว่า จำเลยมีวีดีโอเทปภาพลามกไว้ในครอบครองเพื่อบริการแลกเปลี่ยนให้แก่ลูกค้าหรือสมาชิกด้วยการคิดค่าบริการเป็นเงินค่าเช่าม้วนละ ๒๐ บาท แต่เมื่อพิเคราะห์ดูบันทึกหลักฐานการฟ้องคดีวาจาของโจทก์ประกอบแล้ว เห็นได้ว่าฟ้องโจทก์บรรยายไว้ชัดแจ้งว่าจำเลยมีวีดีโอเทปภาพยนตร์ลามกแสดงการร่วมเพศระหว่างชายหญิงไว้ในครอบครองเพื่อบริการให้เช่า แลกเปลี่ยน แก่ลูกค้าหรือสมาชิกด้วยการคิดค่าบริการเป็นเงินค่าเช่าม้วนละ ๒๐ บาท อันเป็นการบรรยายองค์ประกอบความผิดตามที่บัญญัติไว้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๗(๒) พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๕ มาตรา ๖ แล้ว เมื่อจำเลยรับสารภาพ ศาลย่อมลงโทษจำเลยตามฟ้องได้ ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ที่จำเลยฎีกาว่า ฟ้องโจทก์ไม่บรรยายว่าเงินของกลาง ๕๗๐ บาทเป็นทรัพย์สินที่จำเลยได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด หรือได้มาโดยการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ จึงริบไม่ได้นั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า บันทึกหลักฐานการฟ้องคดีด้วยวาจาของโจทก์ระบุแต่เพียงว่า เจ้าพนักงานตำรวจได้จับกุมตัวจำเลยพร้อมทั้งยึดของกลางจำนวน ๒ รายการซึ่งได้แนบท้ายฟ้อง ส่วนบัญชีของกลางก็ระบุว่าเงิน ๕๗๐ บาทเป็นของกลางที่พบในสถานที่เกิดเหตุขณะจับกุมเท่านั้น โดยปกติเงินสดย่อมเป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย และบุคคลทั่วไปมีไว้ได้โดยชอบ เมื่อโจทก์ไม่บรรยายให้ชัดแจ้งว่าเงินสด ๕๗๐ บาท เป็นเงินที่จำเลยได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดหรือได้มาโดยการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ เงินสดของกลางจึงมิใช่ทรัพย์สินที่พึงริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒, ๓๓ ที่ศาลล่างทั้งสองริบเงินของกลางมา ศาลฎีกาจึงไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยในข้อนี้ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้รอการลงโทษจำคุกจำเลย และไม่ริบของกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3213/2526 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายสันชัย ศิริวิริยะ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายสันชัย ศิริวิริยะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสาท บุณยรังษี · ชูเชิด รักตะบุตร์ · โกมล อิศรางกูร ณ อยุธยา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายพันธาวุธ ปาณิกบุตร · ศาลอุทธรณ์ - นายดำริ ศุภพิโรจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 1554/2521ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1875/2547ฎีกา 531/2510ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 1979/2521ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา