คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3810/2526
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาตามยอมที่ถึงที่สุดแล้วย่อมผูกพันคู่ความ และหากการบังคับคดีไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย ผู้ที่มิใช่คู่ความจะร้องขอให้ยกหรือแก้ไขหมายบังคับคดีไม่ได้ แต่หากสิทธิของผู้ร้องถูกกระทบ ผู้ร้องชอบที่จะฟ้องคดีใหม่เพื่อใช้สิทธิของตน
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาตามยอมคดีถึงที่สุดแล้ว คำพิพากษาย่อมผูกพันคู่ความ เมื่อไม่ปรากฏว่าศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งลักษณะ 2 ว่าด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง จึงไม่มีเหตุที่ผู้ร้อง (ซึ่งมิได้เป็นคู่ความในคดี) จะร้องขอให้ยกหรือแก้ไขหมายนั้น หากการกระทำของจำเลยกระทบถึงสิทธิของผู้ร้อง ผู้ร้องชอบที่จะใช้สิทธิดำเนินการฟ้องร้องเป็นคดีใหม่ ผู้ร้องจะขอให้ศาลเพิกถอนการบังคับคดีนี้หาได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องจากศาลได้มีคำพิพากษาตามยอมให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์และออกคำบังคับแล้วจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตาม ศาลชั้นต้นจึงออกหมายบังคับคดี โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดสิทธิการเช่าโทรศัพท์ของจำเลยที่ ๑ เพื่อขายทอดตลาด
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นหุ้นส่วนในห้างจำเลยที่ ๑ และเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๒ ต่อศาลในอีกคดีหนึ่ง ศาลได้มีคำสั่งคุ้มครองประโยชน์ของผู้ร้องในระหว่างพิจารณาห้ามมิให้จำเลยที่ ๒ กระทำการใด ๆ ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการห้างจำเลยที่ ๑ ในคดีนี้โดยปราศจากความยินยอมของผู้ร้องไว้ชั่วคราวก่อนพิพากษา จำเลยที่ ๒ จึงไม่มีอำนาจทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ทั้งพฤติการณ์เป็นการสมยอมกันฉ้อฉลโดยทุจริต คำพิพากษา คำบังคับตลอดจนหมายบังคับคดีในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๑ ไม่ชอบด้วยกฎหมายและกระทบถึงสิทธิของผู้ร้อง ขอให้มีคำสั่งว่าคำพิพากษาไม่มีผลผูกพันจำเลยที่ ๑ ให้เพิกถอนคำบังคับและหมายบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๖
โจทก์คัดค้านว่า การดำเนินกระบวนพิจารณาตลอดจนถึงชั้นบังคับคดีชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกคำร้อง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นได้พิพากษาตามยอมและคดีถึงที่สุดไปแล้ว คำพิพากษาย่อมผูกพันคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๕ วรรคแรก ทั้งไม่ปรากฏว่าศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งลักษณะ ๒ ว่าด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งดังที่ได้บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๖ แต่ประการใด จึงไม่มีเหตุที่จะยกหรือแก้ไขหมายนั้นเสียดังที่ผู้ร้องฎีกามาหากการกระทำของจำเลยทั้งสองกระทบถึงสิทธิของผู้ร้อง ผู้ร้องชอบที่จะใช้สิทธิดำเนินการฟ้องร้องโต้แย้งสิทธิเป็นคดีใหม่ได้ ผู้ร้องจะขอให้ศาลเพิกถอนการบังคับคดีนี้ ซึ่งได้ดำเนินมาโดยชอบด้วยกฎหมายหาได้ไม่
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3810/2526
ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลจังฮะหลี โจทก์
ห้างหุ้นส่วนจำกัดเคน เยอเนอรัล กับพวก จำเลย
นายภุวิส เจียรคุปต์ ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลจังฮะหลี · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดเคน เยอเนอรัล กับพวก · ผู้ร้อง - นายภุวิส เจียรคุปต์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พจน์ บุญเลี้ยง · อุดม บรรลือสินธุ์ · ยนต์ พิรวินิจ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายดลจรัส รัตนโศภิต · ศาลอุทธรณ์ - นายวิบูลย์ สิริตระกูล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา