⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3898/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3898/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์ที่กล่าวเพียงว่าจำเลยมิได้ละเมิดสิทธิของโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องใด ๆ ทั้งสิ้นตามกฎหมาย โดยมิได้กล่าวโต้แย้งข้อเท็จจริงและยกเหตุผลให้ชัดแจ้งว่าเหตุใดจึงไม่สมควรให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย หรือมีเหตุผลใดที่จะให้จำเลยรับผิดน้อยลง ถือเป็นอุทธรณ์ที่ไม่เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์จะรับวินิจฉัยไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

อุทธรณ์เรื่องค่าเสียหายที่กล่าวเพียงว่าจำเลยมิได้ละเมิดสิทธิของโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องใด ๆ ทั้งสิ้นตามกฎหมายนั้นจำเลยหาได้กล่าวโต้แย้งข้อเท็จจริงและยกเหตุผลให้ชัดแจ้งว่า เหตุใดจึงไม่สมควรให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ตามที่ศาลชั้นต้นให้ชดใช้และมีเหตุผลใดที่จะให้จำเลยรับผิดน้อยลง อุทธรณ์ของจำเลยในเรื่องค่าเสียหายจึงไม่เป็นอุทธรณ์ที่ศาลอุทธรณ์จะรับวินิจฉัย ที่ศาลอุทธรณ์พิจารณาและพิพากษาแก้เรื่องค่าเสียหาย จึงไม่ชอบด้วยบทบัญญัติของกฎหมายในเรื่องอุทธรณ์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ซื้อที่ดินมือเปล่าจากนางเวินเนื้อที่ ๒๗ ไร่ ราคา ๑๕,๐๐๐ บาท และได้ครอบครองทำประโยชน์ตลอดมาเกินหนึ่งปีจึงได้สิทธิครอบครองจำเลยนำหลักไม้แก่นปักบนที่ดินบางส่วนของโจทก์เนื้อที่ประมาณ ๗ ไร่ อ้างว่าเป็นที่ดินสาธารณะ โจทก์ห้ามจำเลยกลับท้าให้ฟ้อง เป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ โจทก์เสียหาย ขอให้ศาลพิพากษาบังคับ จำเลยให้การว่า ที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของป่าช้าวังกระดาษเงินมีไว้เพื่อประโยชน์สำหรับชาวบ้านใช้ร่วมกันมานานหลายสิบปีแล้ว ยังไม่สิ้นสภาพการใช้เป็นป่าช้าอยู่ในความครอบครองดูแลของจำเลย โจทก์หรือตัวแทนไม่เคยเกี่ยวข้อง ไม่เคยเข้าครอบครองในฐานะเจ้าของ ไม่เคยทำนาพิพาท จึงไม่เสียหาย ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ให้จำเลยรื้อถอนหลักไม้ออกไป และให้ใช้ค่าเสียหายปีละ ๖,๐๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ ๒,๐๐๐ บาท โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๕บัญญัติว่า "ข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างอิงในการยื่นอุทธรณ์นั้นคู่ความจะต้องกล่าวไว้แจ้งชัดในอุทธรณ์ ฯลฯ" อันหมายความว่าการอุทธรณ์ไม่ว่าในปัญหาข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายต้องกล่าวไว้โดยชัดแจ้งถึงรายละเอียดแห่งข้อเท็จจริงในประเด็นแห่งคดี หรือปัญหาข้อกฎหมายมีอยู่อย่างไร นำมาปรับคดีได้อย่างไร เพื่อศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยคดีตามข้ออุทธรณ์ได้ถูกต้องตามประเด็นที่ยังคงโต้เถียงกันอยู่ ฉะนั้นอุทธรณ์ของจำเลยในเรื่องค่าเสียหายที่กล่าวเพียงว่าจำเลยมิได้ละเมิดสิทธิของโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องใด ๆ ทั้งสิ้นตามกฎหมายนั้น จำเลยหาได้กล่าวโต้แย้งข้อเท็จจริงและยกเหตุผลให้ชัดแจ้งว่าเหตุใดจึงไม่สมควรให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ตามที่ศาลชั้นต้นให้ชดใช้ และมีเหตุผลใดที่จะให้จำเลยรับผิดน้อยลง อุทธรณ์ของจำเลยในเรื่องค่าเสียหายจึงไม่เป็นอุทธรณ์ที่ศาลอุทธรณ์จะรับไว้วินิจฉัย ที่ศาลอุทธรณ์พิจารณาและพิพากษาแก้เรื่องค่าเสียหายโดยให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เหลือปีละ ๒,๐๐๐ บาท จึงไม่ชอบด้วยบทบัญญัติของกฎหมายในเรื่องอุทธรณ์สมควรแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ถูกต้อง พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3898/2526 นายบุญทัน ยศปัญญา โจทก์ นายอำเภอชนแดน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายบุญทัน ยศปัญญา · จำเลย - นายอำเภอชนแดน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุพจน์ นาถะพินธุ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · เพียร สุมิระ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายนิพนธ์ ไพทยาภรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประพันธ์ ผลฉาย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 394/2550ฎีกา 7919/2553ฎีกา 367/2568ฎีกา 7122/2545ฎีกา 2328/2533ฎีกา 1646/2546ฎีกา 3136/2524ฎีกา 1948/2523ฎีกา 8988/2550ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 3604/2533ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 8543/2544ฎีกา 15617/2558ฎีกา 312/2534ฎีกา 1028/2564ฎีกา 1928/2531ฎีกา 9571/2544ฎีกา 99/2539ฎีกา 5494/2541ฎีกา 6555/2538ฎีกา 1816/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา