คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3944-3945/2526
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแก้ไขเอกสารราชการให้ถูกต้องตามความเป็นจริงโดยผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ ไม่ถือเป็นการกระทำที่ทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย และไม่เป็นความผิดฐานปลอมเอกสาร
ย่อคำพิพากษา
คดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 โจทก์ฎีกาได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย และในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 222
โจทก์ซึ่งเป็นพยาบาลลงชื่อและเวลามาทำงานไว้ในสมุดบัญชีลงนามมาทำงานของข้าราชการโรงพยาบาล แต่ไม่ได้อยู่ปฏิบัติงานที่โรงพยาบาล การที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเสมียนการเงินเขียนข้อความต่อเติมว่า "ให้มันยุติธรรมหน่อย" และจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นนายแพทย์ผู้อำนวยการมีหน้าที่รับผิดชอบงานของโรงพยาบาลชอบที่จะแก้ไขให้ถูกต้องต่อความจริงได้ขีดฆ่าลายมือชื่อและเวลามาทำงานของโจทก์ จึงไม่เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนจำเลยทั้สองจึงไม่มีความผิดฐานปลอมเอกสารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสองสำนวนโจทก์ฟ้องใจความว่า โจทก์และจำเลยทั้งสองทำงานอยู่ในโรงพยาบาลเดียวกัน โจทก์เป็นพยาบาล จำเลยที่ ๑ เป็นเสมียนการเงิน จำเลยที่ ๒ เป็นนายแพทย์ผู้อำนวยการโรงพยาบาล จำเลยทั้งสองร่วมกันปลอมเอกสารราชการโดยจำเลยที่ ๒ ใช้ปากกาขีดฆ่าชื่อและเวลามาทำงานของโจทก์ ในบัญชีลงนามมาทำงานของข้าราชการ ส่วนจำเลยที่ ๑ ได้เติมข้อความว่า "ให้มันยุติธรรมหน่อย" ลงในเอกสารดังกล่าว โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่โจทก์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔, ๒๖๕, ๘๓
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วให้ประทับฟ้อง
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นกับศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๐ โจทก์ฎีกาได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายและในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๒ ซึ่งศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เพียงแต่ลงชื่อและเวลามาทำงานของตนในสมุดบัญชีลงนามมาทำงานของข้าราชการโรงพยาบาลอาจสามารถเท่านั้น ไม่ได้อยู่ปฏิบัติงานที่โรงพยาบาล แล้วจำเลยที่ ๑ ได้เขียนข้อความต่อเติมว่า "ให้มันยุติธรรมหน่อย" และจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ขีดฆ่าลายมือชื่อและเวลามาทำงานของโจทก์ ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อโจทก์ลงชื่อและเวลามาทำงานไว้ แต่มิได้อยู่ปฏิบัติงานเลยเช่นนี้ จำเลยที่ ๒ ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบงานของโรงพยาบาลจึงชอบที่จะแก้ไขให้ถูกต้องต่อความจริงได้ จึงไม่เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖๔ จำเลยทั้งสองไม่ได้กระทำผิดฐานปลอมเอกสารราชการ
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3944 - 3945/2526
นางสาวสมฤทธิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ โจทก์
นายบุญล้อม จันทเสน กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาวสมฤทธิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ · จำเลย - นายบุญล้อม จันทเสน กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดำรง สายเชื้อ · อาจ ปัญญาดิลก · ไพศาล สว่างเนตร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด - นายประมาณ ตียะไพบูลย์สิน · ศาลอุทธรณ์ - นายสุเมธ สุทธิวาทนฤพุฒิ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา