⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 414/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 414/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การทำงานในวันหยุดนอกเหนือจากเวลาทำงานปกติของนายจ้าง ถือเป็นการทำงานล่วงเวลาที่นายจ้างต้องจ่ายค่าล่วงเวลาในอัตราสามเท่าของค่าจ้างในวันทำงาน

ย่อคำพิพากษา

จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างมีคำสั่งกำหนดเวลาทำงานปกติของพนักงานคือ 8.00 นาฬิกา ถึง 17.00 นาฬิกา การทำงานนอกเวลาดังกล่าวจึงต้องถือว่าเป็นการทำงานนอกเวลาทำงานปกติ โจทก์ได้รับคำสั่งให้ทำงานในวันหยุดตั้งแต่ 13.00 นาฬิกา ถึง 6.00 นาฬิกาของวันรุ่งขึ้น โดยมีช่วงหยุดพักระหว่าง 17.00 นาฬิกา ถึง 18.00 นาฬิกา และ 24.00 นาฬิกา ถึง 1.00 นาฬิกาของวันรุ่งขึ้น เช่นนี้ รวมระยะเวลาที่โจทก์ทำงานล่วงเวลาคือ 11 ชั่วโมง ซึ่งจำเลยต้องจ่ายค่าล่วงเวลาให้แก่โจทก์ในอัตราสามเท่าของค่าจ้างในวันทำงานสำหรับจำนวนชั่วโมงที่ทำงานเกินเวลาทำงานปกติ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.2 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.42

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย มีกำหนดเวลาทำงานปกติตั้งแต่ ๘.๐๐ นาฬิกา ถึง ๑๗.๐๐ นาฬิกา เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๒๕ ซึ่งเป็นวันเสาร์และเป็นวันหยุด จำเลยสั่งให้โจทก์ทำงานตั้งแต่เวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา จนถึง ๖.๐๐ นาฬิกา ของวันรุ่งขึ้น เป็นการทำงานนอกเวลาทำงานปกติในวันหยุด โจทก์จึงมีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาในวันหยุดเท่ากับ ๓ เท่าคูณด้วยค่าจ้างต่อชั่วโมงคูณด้วยจำนวนชั่วโมงที่ทำงานเป็นเงิน ๑,๓๒๔.๒๙ บาท แต่จำเลยจ่ายให้โจทก์เพียง ๑,๐๐๓.๒๕ บาท ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าล่วงเวลาที่ยังขาดอยู่อีก ๓๒๑.๐๔ บาทแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๒ เพราะจำเลยที่ ๒ ไม่ใช่นายจ้างของโจทก์ จำเลยได้กำหนดเวลาทำงานของพนักงานไว้วันละ ๘ ชั่วโมง จำเลยต้องจ่ายค่าล่วงเวลาให้โจทก์ก็ต่อเมื่อโจทก์ทำงานครบ ๘ ชั่วโมงของวันทำงานเสียก่อน คือตั้งแต่เวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา ถึง ๒๒.๐๐ นาฬิกา โดยหักเวลาพักระหว่าง ๑๗.๐๐ นาฬิกา ถึง ๑๘.๐๐ นาฬิกา ออกแล้ว ดังนั้นค่าล่วงเวลาของโจทก์จึงต้องเริ่มคิดตั้งแต่ ๒๒.๐๐ นาฬิกาเป็นต้นไปจนถึงเวลา ๖.๐๐ นาฬิกาของวันรุ่งขึ้น เมื่อหักเวลาพัก ๑ ชั่วโมงแล้ว ค่าทำงานของโจทก์เป็นเงิน ๑,๐๐๓.๒๕บาท ขอให้ยกฟ้องโจทก์ วันนัดพิจารณา โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ ๒ ศาลอนุญาต ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า การทำงานล่วงเวลาในวันหยุดนั้นจะต้องมีการทำงานครบ ๘ ชั่วโมง ของวันทำงานปกติเสียก่อน ส่วนที่เกินจึงเป็นเวลาทำงานล่วงเวลา ฉะนั้นช่วงเวลาทำงานของโจทก์ในวันเสาร์รวม ๘ ชั่วโมง เมื่อหักเวลาพักแล้วคือตั้งแต่เวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา ถึง ๒๒.๐๐นาฬิกา ถือว่าเป็นการทำงานในวันหยุดตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๓๙(๑) ไม่เป็นการทำงานล่วงเวลา ส่วนการทำงานตั้งแต่เวลา ๒๒.๐๐ นาฬิกา ถึง ๒๔.๐๐ นาฬิกา เป็นการทำงานล่วงเวลาวันหยุดตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๔๒ และเวลาทำงานตั้งแต่ ๑.๐๐ นาฬิกา ถึง ๖.๐๐ นาฬิกา ในวันอาทิตย์รวม ๕ ชั่วโมง ก็เป็นการทำงานในวันหยุดตามข้อ ๓๙(๑) จำเลยจ่ายค่าทำงานให้โจทก์จำนวน ๑,๐๐๓.๒๕ บาท เป็นการจ่ายครบถ้วนแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า จำเลยมีคำสั่งกำหนดเวลาทำงานของพนักงานคือเริ่มทำงานตั้งแต่ ๘.๐๐ นาฬิกา ถึง ๑๗.๐๐ นาฬิกา หยุดพักกลางวันเวลา ๑๒.๐๐ นาฬิกา ถึง ๑๓.๐๐ นาฬิกา หาได้กำหนดเวลาทำงานเป็นจำนวนชั่วโมงไม่ ดังนั้นเวลาทำงานปกติก็คือเวลาตั้งแต่ ๘.๐๐ นาฬิกา ถึง ๑๗.๐๐ นาฬิกา การทำงานนอกเวลาดังกล่าวต้องถือว่าเป็นการทำงานนอกเวลาทำงานปกติ การที่จำเลยสั่งให้โจทก์ทำงานตั้งแต่ ๑๓.๐๐ นาฬิกาของวันเสาร์จนถึง ๖.๐๐ นาฬิกาของวันรุ่งขึ้น ซึ่งเป็นวันอาทิตย์ จึงต้องถือว่าหลังจากเวลา ๑๗.๐๐ นาฬิกาเป็นการทำงานล่วงเวลาแต่เวลา ๑๗.๐๐ นาฬิกาถึง ๑๘.๐๐ นาฬิกา ในวันดังกล่าวเป็นช่วงเวลาหยุดพักงานจึงต้องเริ่มนับเวลาทำงานล่วงเวลาตั้งแต่เวลาหลังจาก ๑๘.๐๐ นาฬิกา เป็นต้นไปและโจทก์ทำงานล่วงเวลาติดต่อกันไปจนถึง ๖.๐๐ นาฬิกาของวันรุ่งขึ้น ถึงแม้วันรุ่งขึ้นเป็นวันอาทิตย์ ก็ต้องถือระยะเวลาทำงานของโจทก์ที่ติดต่อกันนั้น เป็นการทำงานล่วงเวลาในวันหยุดด้วย มิใช่เป็นการทำงานในวันหยุดดังที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัย แต่ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว ข้อเท็จจริงซึ่งเป็นที่รับกันแล้วว่ามีการหยุดพักงานระหว่าง ๒๔.๐๐ นาฬิกา ถึง ๑.๐๐ นาฬิกา อีก ๑ ชั่วโมง รวมเวลาทำงานล่วงเวลาของโจทก์ตั้งแต่ ๑๘.๐๐ นาฬิกาถึง ๒๔.๐๐ นาฬิกาของวันเสาร์เป็นเวลา ๖ ชั่วโมง ตั้งแต่ ๑.๐๐ นาฬิกา ถึง ๖.๐๐ นาฬิกา อีก ๕ ชั่วโมงรวมทั้งสิ้นโจทก์ทำงานล่วงเวลา ๑๑ ชั่วโมง ซึ่งตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ ข้อ ๔๒ จำเลยต้องจ่ายค่าล่วงเวลาให้แก่โจทก์ในอัตราสามเท่าของค่าจ้างในวันทำงานสำหรับชั่วโมงที่ทำงานเกินเวลาทำงานปกติ จึงเท่ากับ ๔๐.๑๓ บาท คูณด้วย ๑๑ คูณด้วย ๓ เป็นเงิน ๑,๓๒๔.๒๙ บาท ตามที่โจทก์เรียกร้อง จำเลยจ่ายให้โจทก์เพียง ๑,๐๐๓.๒๕ บาท จึงขาดไป ๓๒๑.๐๔ บาทอุทธรณ์โจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้จำเลยจ่ายค่าล่วงเวลาจำนวน ๓๒๑.๐๔ บาทแก่โจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 414/2526 นายธนิต ถาวรสุข โจทก์ กระทรวงการคลัง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายธนิต ถาวรสุข · จำเลย - กระทรวงการคลัง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพศาล สว่างเนตร · ขจร หะวานนท์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายวิรัตน์ ลัทธิวงศกร · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 221-222/2525ฎีกา 174/2533ฎีกา 3591/2529ฎีกา 5759/2540ฎีกา 480/2525ฎีกา 2314/2525ฎีกา 2513/2544ฎีกา 2004/2527ฎีกา 3802/2527ฎีกา 271/2525ฎีกา 3583/2524ฎีกา 1479/2526ฎีกา 2911/2524ฎีกา 2078/2527ฎีกา 97-98/2529ฎีกา 1491/2526ฎีกา 1980/2540ฎีกา 4309/2541ฎีกา 7061/2540ฎีกา 839/2531ฎีกา 296-297/2525ฎีกา 1989/2535ฎีกา 3840/2524ฎีกา 1110/2525
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา