⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1033/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1033/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ฟ้องโจทก์ที่ไม่ได้บรรยายถึงองค์ประกอบของความผิดตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้ครบถ้วน ย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 โดยไม่ปรากฏรายละเอียดว่าให้ทรัพย์สินอะไร แก่ใคร ซึ่งเป็นสาระสำคัญของฟ้องที่จะต้องกล่าวถึง ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 โดยไม่มีข้อความว่า เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของความผิดตามมาตรานี้ ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องให้เห็นว่าจำเลยมีหน้าที่ทำเอกสารดูแลรักษาเอกสาร รับเอกสาร หรือมีหน้าที่กรอกข้อความลงในเอกสาร ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 161, 162 จึงไม่ครบองค์ประกอบความผิดไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา158 (5) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา278, 284 โดยไม่มีรายละเอียดว่ามีการขู่เข็ญ หรือใช้กำลังประทุษร้ายหรือใช้อุบายหลอกลวง ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรม หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการใดๆ จึงไม่ครบองค์ประกอบความผิดไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 158(5) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา340 โดยไม่ได้บรรยายว่าการใช้กำลังประทุษร้ายของจำเลยดังกล่าว จำเลยกระทำอย่างใดเพื่อที่จำเลยจะเข้าใจข้อหาและไม่ปรากฏว่าการใช้กำลังประทุษร้ายนั้นเพื่อให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์หรือพาเอาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อการอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา 339 อันเป็นส่วนหนึ่งของความผิดฐานปล้นทรัพย์ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายอาญา ม.148 ประมวลกฎหมายอาญา ม.157 ประมวลกฎหมายอาญา ม.161 ประมวลกฎหมายอาญา ม.162 ประมวลกฎหมายอาญา ม.172 ประมวลกฎหมายอาญา ม.173 ประมวลกฎหมายอาญา ม.278 ประมวลกฎหมายอาญา ม.284 ประมวลกฎหมายอาญา ม.340 ประมวลกฎหมายอาญา ม.358 ประมวลกฎหมายอาญา ม.362

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๘, ๑๕๗, ๑๖๑, ๑๖๒, ๑๗๒, ๑๗๓, ๒๗๘, ๒๘๔, ๓๔๐, ๓๕๘, ๓๖๒, ๘๓, ๙๑ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีไม่มีมูลทุกข้อหาพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๘นั้น โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบด้วยการข่มขืนใจและจูงใจให้โจทก์ที่ ๑ ให้ทรัพย์สินอย่างอื่นเพื่อจะไม่ตั้งข้อหาโจทก์ที่ ๑ ว่ามีอาวุธปืนเถื่อนไว้ในครอบครอง โดยไม่ปรากฏรายละเอียดว่าให้ทรัพย์สินอะไร แก่ใคร ซึ่งเป็นสาระสำคัญของฟ้องที่จะต้องกล่าวถึงข้อเท็จจริงที่จำเลยจะเข้าใจข้อหาได้ดี ดังนี้ ฟ้องของโจทก์จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘(๕) ข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสามเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพราะได้ร่วมกันฟังทำลาย ประตูบ้านเข้าไปและไม่มีอำนาจเข้าไปในบ้านเรือนของโจทก์ในเวลากลางคืนโดยไม่มีหมายค้น โดยไม่มีข้อความว่า เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของความผิดตามมาตรานี้ ฟ้องของโจทก์จึงไม่ครบองค์ประกอบความผิดไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๕๘(๕) ข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๑, ๑๖๒ โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันจับโจทก์ที่ ๑ โดยไม่มีหมายค้นและหมายจับ หากมีอยู่ก็เป็นการปลอมขึ้นภายหลัง และรับรองว่าได้มีการแจ้งข้อหาและกระทำการตามหลักฐานนั้น โดยไม่ได้บรรยายให้เห็นว่า จำเลยมีหน้าที่ทำเอกสาร ดูแลรักษาเอกสาร หรือมีหน้าที่กรอกข้อความลงในเอกสาร ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของความผิด ฟ้องของโจทก์จึงไม่ครบองค์ประกอบความผิด ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘(๕) ข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยร่วมกันมีอาวุธปืน ใช้กำลังประทุษร้ายปล้นทรัพย์ของโจทก์ไปโดยเจตนาทุจริต โดยไม่บรรยายว่า การใช้กำลังประทุษร้ายของจำเลยดังกล่าว จำเลยกระทำอย่างใด เพื่อที่จำเลยจะเข้าใจข้อหา และไม่ปรากฏว่า การใช้กำลังประทุษร้ายนั้นเพื่อให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์ หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อการอย่างหนึ่งอย่างใดที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ อันเป็นส่วนหนึ่งของความผิดฐานปล้นทรัพย์ฟ้องของโจทก์จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘(๕) พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1033/2527 นางอนงค์ เจริญศรี กับพวก โจทก์ จ่าสิบตำรวจฉกรรจ์ คิ้วนาง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางอนงค์ เจริญศรี กับพวก · จำเลย - จ่าสิบตำรวจฉกรรจ์ คิ้วนาง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วีระ ทรัพยไพศาล · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · สุชาติ จิวะชาติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - นายธีระ พานิชวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายนาม ยิ้มแย้ม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3620/2538ฎีกา 9026/2553ฎีกา 6435/2555ฎีกา 845/2543ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 599/2532ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 605/2511ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 7281/2537ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 2718/2538ฎีกา 884/2484
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา