⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1080/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1080/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอให้งดจ่ายกระแสไฟฟ้าชั่วคราว ไม่ถือเป็นการบอกเลิกหรือโอนการใช้ไฟฟ้าตามข้อบังคับของการไฟฟ้าฯ ผู้ใช้ไฟฟ้าจึงยังคงต้องรับผิดชอบชำระค่าไฟฟ้าจนกว่าจะมีการแจ้งยกเลิกหรือโอนการใช้ไฟฟ้าอย่างถูกต้อง

ย่อคำพิพากษา

ข้อบังคับของการไฟฟ้านครหลวงจำเลยที่ 1 ระบุความรับผิดชอบของผู้ใช้ไฟฟ้าไว้ว่าจะต้องรับผิดชอบชำระค่าไฟฟ้าจนกว่าจะแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรบอกเลิกหรือโอนการใช้ไฟฟ้าให้จำเลยที่ 1 ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน ดังนั้น การที่โจทก์ซึ่งเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าขอให้จำเลยที่ 1 งดจ่ายกระแสไฟฟ้าชั่วคราวสำหรับตึกแถวของโจทก์ที่ให้บุคคลอื่นเช่าจึงไม่เป็นการบอกเลิกการใช้ไฟฟ้าตามข้อบังคับดังกล่าว หามีผลให้จำเลยที่ 1 จำต้องปฏิบัติตามแต่ประการใดไม่ โจทก์ต้องรับผิดชอบชำระค่ากระแสไฟฟ้าที่ได้ใช้ไปในตึกแถวดังกล่าวการกระทำของจำเลยที่ 1 ย่อมไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ ฎีกาโจทก์มิได้กล่าวให้ชัดแจ้งว่าเอกสารหมาย ล. 2 ส่งเข้ามาในสำนวนโดยผิดกฎหมายอย่างไร เพียงแต่โจทก์กล่าวอ้างขึ้นลอย ๆ มิได้อ้างอิงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายขึ้นโต้เถียงในประเด็นข้อพิพาทไว้โดยชัดแจ้งในฎีกาจึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.386 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ใช้กระแสไฟฟ้าตามเครื่องวัดหมายเลขพิเศษ ซี ๒๔๒๔ติดตั้งสำหรับตึกแถวเลขที่ ๕๐๕-๕๐๗ ถนนมหาไชย กรุงเทพมหานคร ต่อมาโจทก์ให้บุคคลอื่นเข้าใช้ตึกแถวดังกล่าว ผู้ใช้สถานที่ใช้ไฟฟ้าแล้วไม่ชำระค่ากระแสไฟฟ้าที่โจทก์ชำระแทนไป โจทก์จึงมีหนังสือถึงจำเลยให้งดจ่ายกระแสไฟฟ้า จำเลยทั้งสามกลับเพิกเฉยยังคงจ่ายกระแสไฟฟ้าต่อไป เมื่อผู้ใช้สถานที่หลบหนีไปแล้วโจทก์ต้องยอมจ่ายค่ากระแสไฟฟ้าให้จำเลยที่ ๑ จำนวน ๑,๕๓๔.๗๐ บาท โดยการบีบบังคับเพราะจำเลยเป็นผู้ผูกขาดจำหน่ายกระแสไฟฟ้าแต่ผู้เดียว การกระทำของจำเลยถือได้ว่าร่วมกันทำละเมิดต่อโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ให้การว่า ได้ปฏิบัติการตามข้อบังคับการบริการและใช้ไฟฟ้าแล้ว เมื่อไม่มีการบอกเลิกการใช้ไฟฟ้าหรือไม่ชำระค่ากระแสไฟฟ้า จำเลยที่ ๑ก็ไม่อาจงดจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ การกระทำของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ จึงชอบด้วยกฎหมาย จำเลยที่ ๓ ขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๙๙๗ บาทพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ ด้วย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังยุติว่าโจทก์เป็นผู้ขอใช้กระแสไฟฟ้าของจำเลยที่ ๑ ตามเครื่องวัดเลขที่พิเศษ ซี ๒๕๒๔ ที่ตึกแถวเลขที่ ๕๐๕-๕๐๗กรุงเทพมหานคร มีหน้าที่ต้องชำระค่ากระแสไฟฟ้าให้แก่จำเลยที่ ๑ และโจทก์ได้วางเงินประกันไว้จำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท ต่อมาโจทก์ได้ขอให้จำเลยที่ ๑ งดจ่ายกระแสไฟฟ้าสำหรับเครื่องวัดดังกล่าวเป็นการชั่วคราว แต่จำเลยที่ ๑ ไม่ปฏิบัติตามเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายต้องชำระค่ากระแสไฟฟ้าแทนผู้เช่าตึกแถวของโจทก์ดังกล่าว ปัญหาว่าตามที่ได้ความดังกล่าวนั้นเป็นการละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติการไฟฟ้านครหลวง พ.ศ. ๒๕๐๑ กิจการของจำเลยที่ ๑ เป็นกิจการสาธารณูปโภค มีข้อบังคับกำหนดไว้ชัดแจ้งเพื่อประโยชน์ของผู้ใช้กระแสไฟฟ้าทั่วไป ซึ่งระบุความรับผิดชอบของผู้ใช้ไฟฟ้าไว้ว่า ผู้ใช้ไฟฟ้าซึ่งได้รับอนุญาตให้ใช้ไฟฟ้าได้ตามที่ร้องขอไว้ จะต้องรับผิดชอบชำระค่าไฟฟ้าทั้งสิ้นที่ใช้ไปในสถานที่ซึ่งการไฟฟ้านครหลวงได้ต่อสายจำหน่ายไฟฟ้าให้ตลอดไปจนกว่าจะแจ้งบอกเลิกการใช้ไฟฟ้าหรือโอนการใช้ไฟฟ้าให้ผู้อื่น ให้การไฟฟ้านครหลวงทราบเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว การบอกเลิกหรือโอนการใช้ไฟฟ้าดังกล่าวต้องแจ้งให้การไฟฟ้านครหลวงทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๓ วันปรากฏตามเอกสารหมาย ล.๒ ดังนั้น การที่โจทก์ขอให้จำเลยที่ ๑ งดจ่ายกระแสไฟฟ้าชั่วคราวสำหรับตึกแถวของโจทก์ที่ให้บุคคลอื่นเช่านั้น จึงไม่เป็นการบอกเลิกการใช้ไฟฟ้าตามข้อบังคับดังกล่าวมา ฉะนั้นตราบใดที่โจทก์ยังมิได้บอกเลิกการไฟฟ้าหรือโอนการไฟฟ้าในตึกแถวดังกล่าวให้แก่ผู้อื่น ให้จำเลยที่ ๑ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว โจทก์ก็ต้องรับผิดชอบชำระค่ากระแสไฟฟ้าทั้งสิ้นที่ใช้ไปในตึกแถวดังกล่าวนั้น ไม่ว่าโจทก์จะเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าเองหรือผู้เช่าตึกแถวนั้นเป็นผู้ใช้ก็ตาม คำบอกกล่าวของโจทก์ที่ขอให้จำเลยที่ ๑ งดจ่ายกระแสไฟฟ้าเป็นการชั่วคราวหามีผลให้จำเลยที่ ๑ จำต้องปฏิบัติตามแต่ประการใดไม่ โจทก์ต้องรับผิดชอบชำระค่ากระแสไฟฟ้าทั้งสิ้นที่ได้ใช้ไปในตึกแถวดังกล่าว การกระทำของจำเลยที่ ๑ ย่อมไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์แต่อย่างใด จำเลยทั้งสามจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ในความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น ที่โจทก์ฎีกาว่า ข้อบังคับการบริการและใช้ไฟฟ้าเอกสารหมาย ล.๒ เป็นเอกสารที่ส่งเข้ามาในสำนวนโดยผิดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งจึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีไม่ได้นั้น ฎีกาของโจทก์มิได้กล่าวให้ชัดแจ้งว่าเอกสารหมาย ล.๒ ส่งเข้ามาในสำนวนโดยผิดกฎหมายอย่างไร เพียงแต่โจทก์กล่าวอ้างขึ้นลอย ๆ ในฎีกา ดังนี้ เห็นว่าโจทก์มิได้อ้างอิงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายขึ้นโต้เถียงในประเด็นข้อพิพาทไว้โดยชัดแจ้งในฎีกา จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1080/2527 นางสมศรี เศรษฐบุตร โจทก์ การไฟฟ้านครหลวง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสมศรี เศรษฐบุตร · จำเลย - การไฟฟ้านครหลวง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สหัส สิงหวิริยะ · อัมพล สุวรรณภักดี · เสนอ ศรนิยม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายธวัชชัย จาตุรงคกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายสกุล เศรษฐสุข
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 591/2531ฎีกา 770/2535ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2834/2527ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 763/2484ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 7335/2538ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 6321/2544ฎีกา 307/2513ฎีกา 4432/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา