⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1110/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1110/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกจ้างลงเวลามาทำงานแต่ไม่ได้ปฏิบัติงาน ถือว่าเป็นการขาดงานโดยไม่มีเหตุอันสมควร หากการขาดงานติดต่อกันเป็นเวลาสามวันทำงานโดยไม่มีเหตุอันสมควร นายจ้างมีสิทธิเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

ย่อคำพิพากษา

การจ้างแรงงานคือสัญญาซึ่งลูกจ้างตกลงจะทำงานให้แก่นายจ้างและนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้หน้าที่สำคัญของลูกจ้างตามสัญญาจ้างแรงงานคือต้องทำงานให้แก่นายจ้าง การลงเวลามาทำงานไม่ใช่สาระสำคัญของการจ้างแรงงาน เพราะเป็นเพียงพยานหลักฐานเบื้องต้นที่แสดงว่าลูกจ้างจะเข้าทำงานให้แก่นายจ้างในวันนั้นเท่านั้น การที่โจทก์มาเซ็นชื่อในสมุดลงเวลา มาทำงานของจำเลยแล้วกลับไปโดยมิได้ปฏิบัติงานใด ๆให้แก่นายจ้าง จึงถือว่าโจทก์ขาดงานในวันนั้นโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เมื่อโจทก์ขาดงานก่อนหน้าวันดังกล่าวมาแล้วสองวันโดยมิได้ลาตามระเบียบ และไม่ปรากฏเหตุจำเป็น ซึ่งถือว่าเป็นการละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสองวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควรมาแล้ว จึงเป็นการละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร กรณีต้องด้วยประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47 (4) จำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 ม.47 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.575

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิด ไม่จ่ายค่าชดเชยและไม่บอกกล่าวล่วงหน้า เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ศาลบังคับจำเลยจ่ายค่าเสียหายและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า จำเลยให้การว่าเดิมโจทก์ทำงานอยู่แผนกขายราชการ ต่อมาปริมาณการขายลดลง จำเลยที่ ๑ จึงให้โจทก์ไปทำงานอยู่กับจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๑ ขาดสภาพจากการเป็นนายจ้างโจทก์ ไม่ต้องรับผิด จำเลยที่ ๒ เลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์เอาเวลาทำงานไปทำธุรกิจส่วนตัว ไม่ตั้งใจปฏิบัติงาน จงใจขัดคำสั่งของผู้บังคับบัญชาและละทิ้งหน้าที่ จำเลยที่ ๒ ว่ากล่าวตักเตือนหลายครั้งแล้วโจทก์เพิกเฉย จำเลยที่ ๒ มีเหตุอันควรเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหรือจ่ายค่าชดเชยทั้งไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหาย ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า การจ้างแรงงานคือสัญญาซึ่งลูกจ้างตกลงจะทำงานให้แก่นายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้ หน้าที่สำคัญของลูกจ้างตามสัญญาจ้างแรงงานคือต้องทำงานให้แก่นายจ้าง การลงเวลาทำงานไม่ใช่สาระสำคัญของการจ้างแรงงาน เพราะเป็นเพียงพยานหลักฐานเบื้องต้นที่แสดงว่าลูกจ้างจะเข้าทำงานให้แก่นายจ้างในวันนั้นเท่านั้น การที่โจทก์มาเซ็นชื่อในสมุดลงเวลามาทำงานของจำเลยในวันที่ ๒๔สิงหาคม ๒๕๒๖ แล้วกลับไปโดยมิได้ปฏิบัติงานใด ๆ ให้แก่นายจ้าง จึงถือว่าโจทก์ขาดงานในวันนั้นโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เมื่อโจทก์ขาดงานในวันที่ ๒๓และ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๒๖ โดยมิได้ลาตามระเบียบและไม่ปรากฏเหตุจำเป็นจึงเป็นการละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควรกรณีต้องด้วยประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๔๗(๔)จำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้องโจทก์ที่ขอให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยด้วย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1110/2527 นายยุทธนา เชาวปานนท์ โจทก์ บริษัทกมลสุโกศล จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายยุทธนา เชาวปานนท์ · จำเลย - บริษัทกมลสุโกศล จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพียร สุมิระ · ขจร หะวานนท์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายถวิล อินทรักษา · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2894/2532ฎีกา 685/2512ฎีกา 1611/2512ฎีกา 1875/2566ฎีกา 1397/2544ฎีกา 4777/2549ฎีกา 127/2531ฎีกา 955/2536ฎีกา 2845-2847/2546ฎีกา 7635/2543ฎีกา 2364/2524ฎีกา 2093/2532ฎีกา 2839/2527ฎีกา 3539/2536ฎีกา 1479/2526ฎีกา 7420/2537ฎีกา 3362/2529ฎีกา 1307/2566ฎีกา 4211/2534ฎีกา 1986/2541ฎีกา 2431/2530ฎีกา 6689/2542ฎีกา 2579/2531ฎีกา 7084-7289/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา