คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1284/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้ซื้อยอมรับมอบสินค้าแล้ว ผู้ซื้อย่อมมีหน้าที่ชำระราคาสินค้าตามข้อตกลง หากผู้ซื้อไม่ชำระราคาและส่งคืนสินค้า ผู้ขายย่อมมีสิทธินำสินค้ากลับคืนได้ การกระทำดังกล่าวไม่ถือเป็นการรับสินค้าตีใช้หนี้หรือการกระทำที่มุ่งให้เจ้าหนี้ได้เปรียบเจ้าหนี้อื่นอันจะนำไปสู่การเพิกถอนตามกฎหมายล้มละลาย
ย่อคำพิพากษา
ข้อตกลงซื้อสินค้ารายพิพาทเป็นการซื้อขายกันด้วยเงินสด เมื่อจำเลยในฐานะผู้ซื้อยอมรับมอบสินค้าไว้ จำเลยก็ต้องชำระราคาสินค้านั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา486 การที่จำเลยไม่ชำระราคาขณะส่งมอบและยอมคืนสินค้าแก่ผู้คัดค้านไป แสดงว่าจำเลยไม่ประสงค์จะซื้อสินค้าต่อไปแล้ว ผู้คัดค้านจึงมีสิทธินำสินค้ากลับคืนได้ กรณีเช่นนี้หาใช่เป็นการรับเอาสินค้านั้นเป็นการตีใช้หนี้ค่าสินค้าชำระแทนไม่จึงไม่เข้าข่ายการโอนทรัพย์สินหรือการกระทำใดๆซึ่งจำเลยได้กระทำหรือยินยอมให้กระทำโดยมุ่งหมายให้เจ้าหนี้คนหนึ่งคนใด ได้เปรียบแก่เจ้าหนี้อื่นอันจะเป็นเหตุให้เพิกถอนการชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ.2483 มาตรา 115
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ (จำเลย) เด็ดขาดเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๑๙ และพิพากษาให้ล้มละลายเมื่อวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๒๐ ต่อมาวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๒ เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ได้ยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอให้เรียกเอาทรัพย์ของลูกหนี้ (จำเลย) ซึ่งบริษัทสหพัฒนพิบูล จำกัด ได้เอากลับคืนไป
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำร้องว่า เดิมลูกหนี้ (จำเลย) เป็นหนี้ค่าสินค้าเชื่อบริษัทสหพัฒนพิบูล จำกัด ประมาณ ๖-๗ แสนบาท ต่อมาลูกหนี้ (จำเลย) ซื้อสินค้าอีก ๖๐,๐๐๐ บาท ได้รับมอบสินค้าแล้ว เนื่องจากลูกหนี้ (จำเลย) เป็นหนี้ค่าสินค้าอยู่บริษัทสหพัฒนพิบูล จำกัด ได้เรียกคืนสินค้าซึ่งเป็นทรัพย์ของลูกหนี้ (จำเลย) ตีใช้หนี้เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๑๙ เป็นเงิน ๖๐,๐๐๐ บาท อันเป็นการกระทำที่มุ่งหมายให้ได้เปรียบเจ้าหนี้อื่น ทั้งเป็นการกระทำก่อนจะมีการร้องขอให้ลูกหนี้ (จำเลย) เป็นบุคคลล้มละลายเพียง ๒ วัน ขอให้เพิกถอนการชำระหนี้รายนี้
บริษัทสหพัฒนพิบูล จำกัด ยื่นคำคัดค้านว่า (จำเลย) เป็นหนี้ค่าสินค้าอยู่เจ็ดแสนบาทเศษ ลูกหนี้ (จำเลย) ยังขอซื้อสินค้าอีก ผู้คัดค้านก็ยินดีจะขายให้แต่ต้องชำระเงินสดเมื่อลูกหนี้ (จำเลย) ไม่ยอมชำระราคา ผู้คัดค้านจึงรับสินค้าคืนสินค้าดังกล่าวเป็นของผู้คัดค้าน ไม่ใช่ของลูกหนี้ (จำเลย) และไม่เคยตีราคาสินค้าชำระหนี้ในจำนวนเงิน๖๐,๐๐๐ บาท แก่ผู้คัดค้าน
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนการชำระหนี้ค่าสินค้าในจำนวนเงิน ๕๕,๐๐๐ บาทระหว่างลูกหนี้ (จำเลย) กับผู้คัดค้าน
ผู้คัดค้านอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามข้อตกลงการซื้อสินค้ารายพิพาทระหว่างผู้คัดค้านกับจำเลยเป็นการซื้อขายกันด้วยเงินสด เมื่อจำเลยในฐานะผู้ซื้อยอมรับมอบสินค้าที่ซื้อไว้จำเลยก็จำต้องชำระราคาค่าสินค้านั้นตามข้อสัญญาซื้อขายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๘๖ การที่จำเลยไม่ชำระราคาค่าสินค้าขณะส่งมอบและยอมคืนสินค้าแก่ผู้คัดค้านไป ดังนี้ แสดงว่า จำเลยไม่ประสงค์จะซื้อสินค้านั้นต่อไปแล้ว ผู้คัดค้านซึ่งเป็นเจ้าของสินค้าจึงมีสิทธินำสินค้าของตนกลับคืนได้ การที่ผู้คัดค้านเอาสินค้ากลับคืนในกรณีดังกล่าวหาใช่เป็นการรับเอาสินค้านั้นเป็นการตีใช้หนี้ค่าสินค้าชำะรแทนไม่ กรณีไม่เข้าข่ายของการโอนทรัพย์สินหรือการกระทำใด ๆซึ่งจำเลยได้กระทำหรือยินยอมให้กระทำโดยมุ่งหมายให้เจ้าหนี้คนหนึ่งคนใด ได้เปรียบแก่เจ้าหนี้อันจะเป็นเหตุให้เพิกถอนการชำระหนี้ตามความในมาตรา ๑๑๕ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1284/2527
บริษัทหลุยส์ ตี เลียวโนเวนส์ จำกัด โจทก์
นายชิต วิเชียรโรจนกิจ จำเลย
จ.พ.ท.ของนายชิต วิเชียรโรจนกิจ ผู้ล้มละลาย ผู้ร้อง
บริษัทสหพัฒนพิบูล จำกัด ผู้คัดค้าน
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทหลุยส์ ตี เลียวโนเวนส์ จำกัด · จำเลย - นายชิต วิเชียรโรจนกิจ · ผู้ร้อง - จ.พ.ท.ของนายชิต วิเชียรโรจนกิจ ผู้ล้มละลาย · ผู้คัดค้าน - บริษัทสหพัฒนพิบูล จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน · พิชัย วุฒิจำนงค์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายพัลลภ พิสิษฏสังฆการ · ศาลอุทธรณ์ - นายจรัส อุดมวรชาติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา