⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2827/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2827/2524

ป.พ.พ. ม.208, 320, 386 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การชำระหนี้ตามสัญญาจะซื้อขายที่ดินด้วยเช็คเงินสดแทนเงินสดตามที่ตกลงกัน ถือเป็นการไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามสัญญา ผู้ขายจึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและริบมัดจำได้ * การบอกเลิกสัญญาจะซื้อขายที่ดินไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือ เพียงแต่แสดงเจตนาต่อกันก็สมบูรณ์แล้ว

ย่อคำพิพากษา

สัญญาจะซื้อขายระบุว่าผู้ซื้อจะนำเงินสดไปชำระในวันนัดโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินครั้นถึงวันนัดโอนผู้ซื้อสั่งจ่ายเช็คเงินสดไปชำระ ผู้ขายไม่ยอมรับและไม่ยอมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้ถือได้ว่าผู้ซื้อไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามสัญญา ผู้ซื้อจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา ผู้ขายมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและริบมัดจำได้ การบอกเลิกสัญญาจะซื้อขายที่ดินนั้น กฎหมายมิได้บัญญัติให้ทำเป็นหนังสือเพียงแต่แสดงเจตนาต่อกันก็สมบูรณ์แล้วหนังสือบอกเลิกสัญญาที่จำเลยมอบอำนาจให้บุตรจำเลยบอกเลิกและส่งให้โจทก์มีลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลย โดยไม่มีพยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือพอถือได้ว่าจำเลยแสดงเจตนาเลิกสัญญาแก่โจทก์แล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.208 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.320 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.386 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.486

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.208 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.320 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.386 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.486 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินกับจำเลยในราคา ๒๐๐,๐๐๐ บาท วางมัดจำไว้ ๑๐,๐๐๐ บาท ที่เหลือตกลงชำระในวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๘ ซึ่งเป็นวันโอนกรรมสิทธิ์ ครั้นถึงวันนัดโอน โจทก์ชำระเงินส่วนที่ค้างให้จำเลยด้วยเช็คเงินสดจำเลยบ่ายเบี่ยงไม่ยอมโอนและริบเงินมัดจำโดยอ้างว่าโจทก์ผิดสัญญา จำเลยไม่เคยบอกเลิกสัญญาแก่โจทก์ โจทก์ติดต่อขอชำระราคาเป็นเงินสดให้จำเลยอีก จำเลยไม่ยอมรับและไม่ยอมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้โจทก์ ขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยโอนที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์และรับเงินที่ยังค้างชำระไปจากโจทก์ จำเลยให้การว่า ได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินและรับเงินมัดจำจากโจทก์ไว้จริงตามฟ้อง ครั้นถึงวันนัดโอนกรรมสิทธิ์โจทก์ได้นำสำเนาภาพถ่ายเช็คมาเพื่อชำระราคาที่ยังเหลือจำเลยจึงไม่ยอมโอนจำเลยแจ้งให้โจทก์นำเงินสดมาชำระในเวลาต่อมาแต่โจทก์เพิกเฉยจำเลยจึงได้บอกเลิกสัญญาแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าตามสัญญาจะซื้อขายระบุไว้ว่าผู้ซื้อจะนำเงินไปชำระในวันโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินในวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๘ แสดงให้เห็นว่าตามสัญญาการชำระเงินที่เหลือจะต้องชำระเป็นเงินสด การที่โจทก์ไม่นำเงินสดไปชำระให้จำเลย เป็นการที่โจทก์ไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามสัญญา จำเลยจึงมีสิทธิที่จะปฏิเสธไม่ยอมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่โจทก์ได้ จำเลยมิได้เป็นผู้ผิดสัญญา แต่โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและริบเงินมัดจำตามสัญญาได้ การบอกเลิกสัญญาจะซื้อขายที่ดินนั้น ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้ทำเป็นหนังสือ เพียงแต่มีการแสดงเจตนาต่อกันก็สมบูรณ์ตามกฎหมายแล้ว การที่จำเลยมอบอำนาจให้บุตรจำเลยมีหนังสือบอกเลิกสัญญาส่งให้โจทก์แต่กลับมีลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลยในหนังสือบอกเลิกสัญญา โดยไม่มีพยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือก็พอถือได้ว่าจำเลยแสดงเจตนาเลิกสัญญาแก่โจทก์แล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2827/2524 นายสันติ พานิชย์พงษ์ โจทก์ นางแม้น จันทรวงษา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสันติ พานิชย์พงษ์ · จำเลย - นางแม้น จันทรวงษา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฟื่องขจิต รัศมิภูติ · สมชัย ทรัพยวณิช · แต่ง ทองภักดี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายสมจิตร ทองประดับ · ศาลอุทธรณ์ - นายไกร บุญญะกิติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 472/2526ฎีกา 591/2531ฎีกา 2494/2553ฎีกา 2821/2522ฎีกา 2409/2551ฎีกา 654/2541ฎีกา 8477/2540ฎีกา 6239/2551ฎีกา 763/2484ฎีกา 42/2516ฎีกา 1397/2544ฎีกา 5434/2536ฎีกา 615/2531ฎีกา 6052/2537ฎีกา 1733/2492ฎีกา 1567/2513ฎีกา 308/2509ฎีกา 2768/2519ฎีกา 1453/2542ฎีกา 601/2537ฎีกา 3379/2545ฎีกา 1709/2520ฎีกา 2851/2541ฎีกา 1409/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา