⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2827/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2827/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การชำระหนี้ตามสัญญาจะซื้อขายที่ดินด้วยเช็คเงินสดแทนเงินสดตามที่ตกลงกัน ถือเป็นการไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามสัญญา ผู้ขายจึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและริบมัดจำได้ * การบอกเลิกสัญญาจะซื้อขายที่ดินไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือ เพียงแต่แสดงเจตนาต่อกันก็สมบูรณ์แล้ว

ย่อคำพิพากษา

สัญญาจะซื้อขายระบุว่าผู้ซื้อจะนำเงินสดไปชำระในวันนัดโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินครั้นถึงวันนัดโอนผู้ซื้อสั่งจ่ายเช็คเงินสดไปชำระ ผู้ขายไม่ยอมรับและไม่ยอมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้ถือได้ว่าผู้ซื้อไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามสัญญา ผู้ซื้อจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา ผู้ขายมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและริบมัดจำได้ การบอกเลิกสัญญาจะซื้อขายที่ดินนั้น กฎหมายมิได้บัญญัติให้ทำเป็นหนังสือเพียงแต่แสดงเจตนาต่อกันก็สมบูรณ์แล้วหนังสือบอกเลิกสัญญาที่จำเลยมอบอำนาจให้บุตรจำเลยบอกเลิกและส่งให้โจทก์มีลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลย โดยไม่มีพยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือพอถือได้ว่าจำเลยแสดงเจตนาเลิกสัญญาแก่โจทก์แล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.208 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.320 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.386 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.486

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินกับจำเลยในราคา ๒๐๐,๐๐๐ บาท วางมัดจำไว้ ๑๐,๐๐๐ บาท ที่เหลือตกลงชำระในวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๘ ซึ่งเป็นวันโอนกรรมสิทธิ์ ครั้นถึงวันนัดโอน โจทก์ชำระเงินส่วนที่ค้างให้จำเลยด้วยเช็คเงินสดจำเลยบ่ายเบี่ยงไม่ยอมโอนและริบเงินมัดจำโดยอ้างว่าโจทก์ผิดสัญญา จำเลยไม่เคยบอกเลิกสัญญาแก่โจทก์ โจทก์ติดต่อขอชำระราคาเป็นเงินสดให้จำเลยอีก จำเลยไม่ยอมรับและไม่ยอมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้โจทก์ ขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยโอนที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์และรับเงินที่ยังค้างชำระไปจากโจทก์ จำเลยให้การว่า ได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินและรับเงินมัดจำจากโจทก์ไว้จริงตามฟ้อง ครั้นถึงวันนัดโอนกรรมสิทธิ์โจทก์ได้นำสำเนาภาพถ่ายเช็คมาเพื่อชำระราคาที่ยังเหลือจำเลยจึงไม่ยอมโอนจำเลยแจ้งให้โจทก์นำเงินสดมาชำระในเวลาต่อมาแต่โจทก์เพิกเฉยจำเลยจึงได้บอกเลิกสัญญาแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าตามสัญญาจะซื้อขายระบุไว้ว่าผู้ซื้อจะนำเงินไปชำระในวันโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินในวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๘ แสดงให้เห็นว่าตามสัญญาการชำระเงินที่เหลือจะต้องชำระเป็นเงินสด การที่โจทก์ไม่นำเงินสดไปชำระให้จำเลย เป็นการที่โจทก์ไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามสัญญา จำเลยจึงมีสิทธิที่จะปฏิเสธไม่ยอมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่โจทก์ได้ จำเลยมิได้เป็นผู้ผิดสัญญา แต่โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและริบเงินมัดจำตามสัญญาได้ การบอกเลิกสัญญาจะซื้อขายที่ดินนั้น ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้ทำเป็นหนังสือ เพียงแต่มีการแสดงเจตนาต่อกันก็สมบูรณ์ตามกฎหมายแล้ว การที่จำเลยมอบอำนาจให้บุตรจำเลยมีหนังสือบอกเลิกสัญญาส่งให้โจทก์แต่กลับมีลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลยในหนังสือบอกเลิกสัญญา โดยไม่มีพยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือก็พอถือได้ว่าจำเลยแสดงเจตนาเลิกสัญญาแก่โจทก์แล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2827/2524 นายสันติ พานิชย์พงษ์ โจทก์ นางแม้น จันทรวงษา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสันติ พานิชย์พงษ์ · จำเลย - นางแม้น จันทรวงษา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฟื่องขจิต รัศมิภูติ · สมชัย ทรัพยวณิช · แต่ง ทองภักดี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายสมจิตร ทองประดับ · ศาลอุทธรณ์ - นายไกร บุญญะกิติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1212/2499ฎีกา 502/2490ฎีกา 2582/2535ฎีกา 240/2525ฎีกา 1071-1072/2509ฎีกา 5785/2539ฎีกา 7095/2542ฎีกา 2475/2525ฎีกา 3125/2565ฎีกา 3114/2523ฎีกา 1996/2500ฎีกา 3471/2535ฎีกา 5832/2538ฎีกา 998-1000/2509ฎีกา 2499/2537ฎีกา 1215/2509ฎีกา 4953/2536ฎีกา 1364/2519ฎีกา 51/2545ฎีกา 3687/2525ฎีกา 3345/2548ฎีกา 905/2493ฎีกา 337/2527ฎีกา 4495/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา