⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1343/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1343/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่แสดงให้เห็นเจตนาในการวางเพลิงเผาทรัพย์เพื่อเอาเงินประกันย่อมเป็นความผิดฐานวางเพลิงเผาทรัพย์

ย่อคำพิพากษา

ก่อนเกิดเหตุประมาณ 1 เดือน จำเลยทั้งสองเอาทรัพย์สินประกันอัคคีภัยไว้กับบริษัทรับประกันสี่บริษัทโดยตีราคาทรัพย์เอาประกันเกินราคา และเกิดเพลิงไหม้บริเวณหลังร้านของจำเลยครั้งหนึ่งทางจังหวัดและเทศบาลต้องจัดรถดับเพลิงมาจอดใกล้ร้านทุกคืนหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้แล้ว ได้ความว่ามิได้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร แต่เกิดที่ชั้นล่าง ชั้นสองของตึก ห่างกันเป็นจุดๆ และขณะเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจพบจำเลยทั้งสองอยู่บนตึกชั้นสามมีถังที่ใช้บรรจุน้ำมันเบนซินอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องฉุดลากพาตัวจำเลยทั้งสองลงมา ตามพฤติการณ์แห่งคดีประกอบพยานแวดล้อมกรณีเชื่อได้ว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์เพื่อที่จะได้รับเงินค่าประกันอัคคีภัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายอาญา ม.218

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 218, 83 จำคุกคนละ 15 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 7 ปี โจทก์และจำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "มีปัญหาว่าจำเลยทั้งสองได้กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติตามคำเบิกความของนายประพิตร อินทูฤทธิ์ หัวหน้าแผนกบริการผู้ใช้ไฟการไฟฟ้าจังหวัดพิษณุโลก ประกอบกับหนังสือของผู้จัดการไฟฟ้าจังหวัดพิษณุโลก เอกสารหมาย ป.จ.1 ว่า เหตุที่เกิดเพลิงไหม้มิได้เกิดจากไฟฟ้าช๊อตหรือกระแสไฟฟ้าลัดวงจร โดยพยานได้ตรวจเครื่องใช้ไฟฟ้าและฟิวส์ไฟฟ้าทุกแห่งในที่เกิดเหตุแล้วไม่พบรอยอาท(รอยดำ) ที่เกิดจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจรแต่อย่างใด จึงมีปัญหาว่า เหตุที่เกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้เนื่องมาจากการวางเพลิงหรือไม่ เห็นว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบ คือแผนที่สังเขปแสดงสถานที่เกิดเหตุเอกสารหมาย จ.5 และภาพถ่ายสถานที่เกิดเหตุหมาย จ.2 ทั้ง 24 ภาพ ประกอบกับร้อยตำรวจโทสุวิญช์อินทรมูล เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการวิทยาการ กองบังคับการตำรวจภูธร 8นายประพิตร อินทูฤทธิ์ และร้อยตำรวจโทเชิดศักดิ์ พูลเผ่าดำรงค์ เบิกความสอดคล้องต้องกันฟังได้ว่าสถานที่เกิดเหตุชั้นล่างส่วนใหญ่เพลิงลุกไหม้อยู่บริเวณด้านหลังร้าน ส่วนชั้นที่สองเพลิงลุกไหม้อยู่บริเวณที่วางกระเป๋าซึ่งอยู่บนชั้นลอย(ตามภาพถ่ายภาพที่ 12 และภาพที่ 14) ส่วนสิ่งของที่อยู่ใต้ชั้นลอยไม่มีการไหม้เพลิงไหม้ที่ชั้นสองไม่ได้ลุกลามมาจากชั้นล่าง เพราะตามบันไดไม่มีของหรือเชื้อเพลิง ทั้งพื้นบันไดก็เป็นปูนซีเมนต์ ไม่ใช่วัตถุติดไฟ และการลุกไหม้ของไฟที่ชั้นสองมีหลายแห่งอยู่ห่างกันและไม่ได้ลุกลามไปหากันด้วย ส่วนชั้นที่สามมีกระเป๋ารวมอยู่กับกล่องสินค้า แต่เพลิงไหม้เฉพาะกระเป๋าใบเดียว กล่องสินค้าซึ่งอยู่ข้าง ๆ ไม่มีรอยไหม้แต่อย่างใด (ตามภาพถ่ายภาพที่ 16) จากลักษณะของการลุกไหม้ดังกล่าวแสดงว่าเพลิงไหม้มิได้ลุกลามมาจากชั้นล่าง แต่เป็นการจุดเพลิงเผาทรัพย์ที่อยู่ชั้นสองและชั้นสามเป็นจุด ๆ ขึ้นพร้อม ๆ กันหรือในเวลาไล่เลี่ยกัน จึงฟังเป็นยุติได้ว่าเหตุที่เกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้เนื่องมาจากการวางเพลิงจริง ปัญหาต่อไปจึงมีว่า จำเลยทั้งสองเป็นผู้วางเพลิงหรือไม่ ข้อเท็จจริงปรากฏว่าในขณะที่เกิดเพลิงไหม้ร้านของจำเลยทั้งสองปิดไว้มิดชิดบุคคลภายนอกไม่อาจเล็ดลอดเข้าไปได้ ภายในร้านคงมีแต่จำเลยทั้งสองอยู่ด้วยกันเพียง 2 คนจ่าสิบตำรวจสุรินทร์ สังเกตุ เบิกความยืนยันว่า ขณะที่ปีนบันไดรถดับเพลิงขึ้นไปบนดาดฟ้า พบจำเลยทั้งสองหมอบอยู่ตรงกระถางต้นไม้ พยานขอให้จำเลยทั้งสองลงไปข้างล่าง จำเลยทั้งสองไม่ยอมลงเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องช่วยกันฉุดลากพาเอาตัวลงมา และยังปรากฏว่าที่ชั้นสามซึ่งเป็นห้องนอนและบางส่วนเป็นที่เก็บสินค้า เจ้าหน้าที่พบว่ามีถังแกลลอนพลาสติกที่ใช้บรรจุน้ำมันเบนซินอยู่ที่หน้าห้องน้ำ 1 ถัง (ตามภาพถ่ายที่ 24) ภายในถังไม่มีน้ำมัน คงมีแต่กลิ่นน้ำมันเบ็นซินปรากฏอยู่พฤติการณ์ดังกล่าวของจำเลยทั้งสองจึงเป็นพิรุธ ยิ่งกว่านั้นก่อนเกิดเหตุเพียง 1 เดือนเศษ บริษัทประกันภัยทั้งสี่บริษัทที่รับประกันภัยอัคคีภัยทรัยพ์สินจากจำเลยที่ 1 ได้มีหนังสือขอลดทุนประกันลงครึ่งหนึ่ง เพราะจำเลยที่ 1 เอาประกันเกินกว่าราคาสินค้าที่มีอยู่ในร้าน ปรากฏตามเอกสารหมาย ป.จ.3 แต่จำเลยที่ 1 ไม่ยินยอม ปรากฏตามเอกสารหมาย ป.จ. 12 ซึ่งเป็นหนังสือที่จำเลยที่ 1 แจ้งให้บริษัทจรัญประกันภัยทราบเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2524 หลังจากนั้นเพียง 8 วันก็เกิดเพลิงไหม้ขึ้น ซึ่งขณะเกิดเหตุสัญญาประกันภัยที่จำเลยที่ 1 เอาประกันภัยไว้เหลืออายุประกันอยู่เพียง 1 เดือนเศษเท่านั้นนอกจากนี้ข้อเท็จจริงยังปรากฏว่าก่อนเกิดเหตุประมาณ 1 เดือนได้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นที่บริเวณหลังร้านของจำเลยมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ยามท้องถิ่นและชาวบ้านช่วยกันดับไว้ได้ พฤติการณ์ส่อให้เห็นว่าเป็นการเจตนาวางเพลิงทางจังหวัดและเทศบาลจึงได้จัดให้นำเอารถดับเพลิงมาจอดไว้ใกล้ ๆ กับร้านของจำเลยทุกคืน ดังนี้แม้จะไม่มีประจักษ์พยานเบิกความยืนยันว่าเห็นจำเลยทั้งสองเป็นผู้วางเพลิงเผาทรัพย์ในร้านเกิดเหตุก็ดี แต่ตามพฤติการณ์แห่งคดีประกอบด้วยพยานแวดล้อมกรณีและจำเลยมีพิรุธหลายประการดังกล่าวแล้วคดีมีเหตุผลและน้ำหนักเชื่อได้ว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์เพื่อที่จะได้รับเงินค่าประกันอัคคีภัยจากบริษัทประกันภัยตามฟ้องจริง ที่จำเลยฎีกาตำหนิพยานโจทก์ว่าเบิกความขัดกัน โดยเฉพาะร้อยตำรวจโทเชิดศักดิ์เบิกความว่า ระหว่างเกิดเพลิงไหม้ได้ยินเสียงระเบิดดังในร้าน 2 ครั้งแต่จ่าสิบตำรวจสุรินทร์เบิกความว่า ไม่ได้ยินเสียงระเบิดแต่อย่างใด จึงไม่มีน้ำหนักรับฟังนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า แม้คำเบิกความดังกล่าวจะแตกต่างกันก็เป็นเพียงพลความ หาใช่สาระสำคัญแต่อย่างใดไม่ และพยานที่จำเลยนำสืบก็ไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานโจทก์ได้ ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามฟ้อง ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น สำหรับฎีกาของโจทก์ที่ขอให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เห็นว่า ที่เกิดเหตุตั้งอยู่ในย่านชุมนุมชน มีอาคารร้านค้าแออัดและติดต่อกันเป็นระยะทางยาวประมาณ 800 เมตร หากเจ้าหน้าที่ไม่สามารถสกัดกั้นเพลิงไว้ได้ทันท่วงทีย่อมจะเกิดเพลิงไหม้ลุกลามใหญ่โตก่อให้เกิดความวิบัติเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของบุคคลอื่นอย่างใหญ่หลวง จำเลยมีเจตนาชั่วร้ายมุ่งแต่ประโยชน์ส่วนตัวโดยมิได้คำนึงถึงความทุกข์ร้อนเสียหายที่อาจจะเกิดแก่ผู้อื่น การกระทำของจำเลยเป็นการบ่อนทำลายเศรษฐกิจของประเทศเป็นภัยต่อสังคมอย่างยิ่ง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 218 มีอัตราโทษขั้นสูงถึงประหารชีวิต ศาลอุทธรณ์กำหนดโทษจำคุกจำเลยเพียงคนละ 7 ปี เห็นว่ายังไม่เหมาะสมกับความร้ายแรงแห่งความผิดที่จำเลยทั้งสองกระทำไปแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1343/2527 อัยการพิษณุโลก โจทก์ นายกิมจอง แซ่ลี้ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการพิษณุโลก · จำเลย - นายกิมจอง แซ่ลี้ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชัย วุฒิจำนงค์ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535ฎีกา 7490/2540ฎีกา 66/2540ฎีกา 643/2531ฎีกา 199/2547ฎีกา 238/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา