คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 149/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อเจ้าหนี้ได้โอนสิทธิเรียกร้องทั้งหมดตามตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่บุคคลภายนอกแล้ว เจ้าหนี้จะอ้างสิทธิเรียกร้องส่วนที่ยังไม่ได้ชำระตามตั๋วสัญญาใช้เงินนั้นเพื่อขอรับชำระหนี้ซ้ำอีกไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
เจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้ยอมรับเงินจำนวน 20,000 บาทที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด จ่ายทดรองให้ไป แล้วทำสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องตามตั๋วสัญญาใช้เงินซึ่งบริษัทลูกหนี้ออกให้แก่เจ้าหนี้จำนวนเงิน 100,000 บาท ให้แก่ธนาคารกรุงไทยจำกัด เพื่อให้ธนาคารฯเป็นผู้ขอรับเงินส่วนเฉลี่ยที่จะได้รับทั้งหมดจากผู้ชำระบัญชีหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เมื่อหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวเป็นหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ เจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้จะโต้เถียงอ้างว่าตนมีสิทธิตามตั๋วสัญญาใช้เงินรายนี้ส่วนที่ยังไม่ได้ชำระฝืนข้อสัญญาที่ทำให้ไว้หาได้ไม่ ทั้งธนาคารกรุงไทย จำกัดได้ใช้สิทธิยื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้แล้ว เจ้าหนี้ไม่มีสิทธินำตั๋วสัญญาใช้เงินรายนี้มาขอรับชำระหนี้ซ้ำอีก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์เด็ดขาดบริษัทราชาเงินทุนจำกัด เจ้าหนี้ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ยจากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วมีความเห็นว่า ผู้ขอรับชำระหนี้ได้ทำสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องตามตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวให้แก่ธนาคารกรุงไทย จำกัดไปแล้ว ธนาคารกรุงไทย จำกัด จึงเป็นผู้ทรงสิทธิตามตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับดังกล่าวและได้ใช้สิทธิเรียกร้องโดยยื่นคำขอรับชำระหนี้รายนี้ไว้แล้ว เจ้าหนี้ไม่มีสิทธินำตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวมายื่นคำขอรับชำระหนี้ได้อีก เห็นควรยกคำขอรับชำระหนี้รายนี้
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำขอรับชำระหนี้รายนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์
เจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
เจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่ผู้ขอรับชำระหนี้ยอมรับเงินที่ธนาคารกรุงไทย จำกัดจ่ายทดรองให้ไปก่อนจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาทแล้วทำสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องตามตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งบริษัทลูกหนี้ออกให้แก่ผู้ขอรับชำระหนี้ให้แก่ธนาคารกรุงไทย จำกัด เพื่อให้ธนาคารฯ เป็นผู้ไปขอรับเงินส่วนเฉลี่ยที่จะได้รับทั้งหมดจากผู้ชำระบัญชีลูกหนี้หรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ถือได้ว่าเจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้ได้โอนสิทธิเรียกร้องตามตั๋วสัญญาใช้เงินรายนี้ให้แก่ธนาคารกรุงไทยจำกัด แล้ว ทั้งหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวเป็นหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ เจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้จะโต้เถียงอ้างว่าตนมีสิทธิตามตั๋วสัญญาใช้เงินรายนี้ในส่วนที่ยังไม่ได้รับชำระอีกส่วนหนึ่งฝืนข้อสัญญาที่ทำไว้หาได้ไม่ และธนาคารกรุงไทย จำกัดก็ได้ใช้สิทธิยื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้แล้ว ดังนั้น เจ้าหนี้จึงไม่มีสิทธินำตั๋วสัญญาใช้เงินรายนี้มาขอรับชำระหนี้ซ้ำอีก
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 149/2527
นายพนัส สิมะเสถียร ฯ ร้องขอให้บริษัทราชาเงินทุน จำกัด ล้มละลาย ผู้ร้อง
นางสาวศรีองุ่น เปมะวิภาต เจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ร้อง - นายพนัส สิมะเสถียร ฯ ร้องขอให้บริษัทราชาเงินทุน จำกัด ล้มละลาย · เจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้ - นางสาวศรีองุ่น เปมะวิภาต |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กิติ บูรพรรณ์ · โกวิท สุนทรขจิต · ประการ กาญจนศูนย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสมจิตร อินทรวิมลเมธา · ศาลอุทธรณ์ - นายสุเมธ สุทธิวาทนฤพุฒิ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา